ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูดจากวิกฤตตะวันออกกลาง เขย่าผลประกอบการ Q2/2569 สายการบินยักษ์ใหญ่ THAI กำไรสุทธิดิ่ง 87.3% ด้าน BA กำไรลด 18%
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของสองยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมการบินไทย THAI และ BA เผยให้เห็นผลกระทบหนักจากวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กดดันให้ราคาน้ำมันเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง โดยการบินไทย (THAI) แม้มีรายได้รวมขยายตัว 8.5% แต่งบน้ำมันพุ่งทะลุ 72.6% กดดันกำไรสุทธิ Q2 ลดลงถึง 87.3% เหลือ 1,537 ล้านบาท เร่งปรับแผนประกันความเสี่ยงค่าน้ำมัน (Fuel Hedging) เพิ่มเป็น 60% พร้อมลุยขยายฝูงบินระยะยาว ขณะที่ บางกอกแอร์เวย์ส (BA) มีรายได้รวมโต 5.5% แต่กำไรสุทธิ Q2 ลดลง 18% เหลือ 332.6 ล้านบาท ทว่าภาพรวมครึ่งปีแรกยังโตแข็งแกร่งกำไรพุ่ง 16.3% ล่าสุดบอร์ด BA อนุมัติอัดฉีดเงิน 2,000 ล้านบาท เพิ่มทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ตอกย้ำความเชื่อมั่นการเติบโตระยะยาว
- วิกฤตตะวันออกกลางดันต้นทุนค่าน้ำมันพุ่ง
- การบินไทยรายได้โตแต่น้ำมันพุ่ง 72.6% ทุบกำไร Q2 ร่วง 87.3%
- บางกอกแอร์เวย์ส กำไร Q2 ลด 18% ครึ่งปีแรกยังโต
วิกฤตตะวันออกกลางดันต้นทุนค่าน้ำมันพุ่ง
สมรภูมิอุตสาหกรรมการบินไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นต้นทุนหลักที่เข้ามากดดันผลกำไรสุทธิของทั้ง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA แม้ทั้งสองค่ายจะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันและบริหารราคาบัตรโดยสารเพื่อชะลอผลกระทบแล้วก็ตาม
การบินไทยรายได้โตแต่น้ำมันพุ่ง 72.6% ทุบกำไร Q2 ร่วง 87.3%
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ ถึงผลการดำเนินงาน Q2/2569 มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการครั้งเดียว) อยู่ที่ 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY ได้แรงหนุนจากการขนส่งผู้โดยสาร (+6.7%) และการขนส่งสินค้าที่เติบโตถึง 28.2%
ทว่า ค่าใช้จ่ายรวมพุ่งขึ้นไปถึง 44,930 ล้านบาท (+29.7% YoY) โดยมีชนวนเหตุหลักมาจาก ค่าน้ำมันเครื่องบินที่สูงถึง 19,462 ล้านบาท พุ่งขึ้น 72.6% YoY ตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับขึ้นแตะ 187.16 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้
- กำไรสุทธิ Q2/2569 เหลือ 1,537 ล้านบาท (ลดลง 87.3% จาก 12,134 ล้านบาทใน Q2/2568)
- ภาพรวมครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2569) รายได้รวม 99,650 ล้านบาท (+3.3% YoY) และมีกำไรสุทธิ 11,645 ล้านบาท (-47.0% YoY)
ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอนาคตของ THAI มีดังนี้
- ปรับกรอบบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมันขยับเพดานสูงสุดไม่เกิน 60% พร้อมตั้ง War Room ติดตามราคาน้ำมันใกล้ชิด
- ลุยแผน 5 ปี วงเงิน 120,000 ล้านบาท จัดหาเครื่องบินใหม่ เน้นโบอิ้ง 787 Dreamliner ปักหมุดขยายฝูงบินแตะ 150 ลำภายในปี 2576
- เปิดบินเส้นทางใหม่ กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม (1 ก.ค. 69) และเตรียมเปิดบินสู่นครดานัง เวียดนาม ปลายปีนี้ ควบคู่กับการเริ่มนำร่องใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ร่วมกับกลุ่มบางจาก
- การสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up) ส่วนที่เหลือ 75% ของเจ้าหนี้ในเดือนสิงหาคม 2569 บริษัทมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน
บางกอกแอร์เวย์ส กำไร Q2 ลด 18% ครึ่งปีแรกยังโต
ด้านบริษัท บางกอกแอร์เวย์ส จำกัด (มหาชน) หรือ BA รายงานผลการดำเนินงาน โดยระบุว่ารายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 6,052.5 ล้านบาท (+5.5% YoY) ได้แรงหนุนจากรายได้บัตรโดยสาร (+3.0%) และเงินปันผลรับที่เติบโตถึง 60.4% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 49.0% ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมพุ่งขึ้น 11.7%
ผลประกอบการที่สำคัญมีดังนี้
- กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 332.6 ล้านบาท (ลดลง 18.0% YoY)
- ภาพรวมครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2569) รายได้รวม 13,934.7 ล้านบาท (+3.0% YoY) และมีกำไรสุทธิ 2,431.8 ล้านบาท (+16.3% YoY) ได้อานิสงส์จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินและเงินปันผลรับ
การเคลื่อนไหวสำคัญของ BA
- บอร์ดมีมติเมื่อมิถุนายน 2569 อนุมัติใส่เงินเพิ่มทุน 2,000 ล้านบาท ในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ตามสัดส่วนถือหุ้น
- ปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางที่ดีมานด์ชะลอตัว เช่น ภูเก็ต สิงคโปร์ มัลดีฟส์ และนำเครื่องบินใบพัด (Turboprop) มาสลับใช้แทนเครื่องไอพ่นเพื่อประหยัดต้นทุน
- สนามบินสมุยยังคงเป็นยุทธศาสตร์หลัก โดยยอดผู้โดยสาร Q2/2569 เติบโต 6.9% (704,840 คน) ดันยอดสะสมครึ่งปีแรกแตะ 1.61 ล้านคน