‘เอกนิติ’ ทบทวนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ ย้ำเน้นผลประโยชน์ของประเทศ ตัวเลข ROI ต้องคุ้มค่า
‘เอกนิติ’ ทบทวนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ รวมถึงมาตรการดึงดูดนักลงทุน ย้ำเน้นผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ตั้งคณะกรรมการวางมาตรฐานกำกับดูแลการใช้น้ำ-ไฟ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ชี้แจงต่อข้อกังวลเกี่ยวกับ นโยบายดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่อาจมีการแย่งชิงทรัพยากรภายในประเทศ ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยย้ำว่า การพิจารณานโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
โดย ดร.เอกนิติระบุว่า ได้สั่งให้มีการทบทวนนโยบายดึงดูดการลงทุนให้เหมาะสม รวมถึงทบทวนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมด ให้คำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจากการเป็นฐานของอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งดร.เอกนิติมองว่า เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้ทัน เพื่อต่อยอดการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ การกำกับดูแลนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์หลังจากนี้ จะอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการวางมาตรฐาน และกำกับดูแลผลกระทบทั้งเรื่องไฟฟ้า และน้ำที่อาจจะเกิดขึ้น ครอบคลุมการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชน เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
“คณะกรรมการฯ ที่จะเข้ามาดูยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์หลังจากนี้ มีทั้งเลขาธิการ BOI กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งจะมากำกับดูแลในภาพรวมเป็นหลัก” ดร.เอกนิติกล่าว
ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โจทย์ของยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ นอกเหนือจากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแล้ว คือการให้ความสำคัญกับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ประเทศจะได้รับกลับมาว่าคุ้มค่าหรือไม่
โดยการลงทุนที่ผ่านมา BOI ให้ความสำคัญใน 4 มิติ ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่ง 3 มิติแรกเป็นสิ่งที่ไทยต้องแลก แต่ในส่วนผลประโยชน์ของประเทศ จะเน้นว่าการลงทุนดังกล่าวมีการเพิ่มทักษะการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้คนในประเทศหรือไม่ ต่อยอดการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) หรือไม่ มีการจ้างงานที่มีคุณภาพหรือไม่
“จะเห็นว่ากรอบแนวคิดเรื่องอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์แบบใหม่ของประเทศไทย ไม่ใช่แบบเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่เอาเงินมาลงทุนแล้วจบไป แต่หลังจากนี้จะถามหาผลประโยชน์ที่รัฐบาลอยากได้” ดร.สันติธาร ระบุ