บ้านหนึ่งหลัง มีคาร์บอนมากกว่าที่มองเห็น การลดคาร์บอน Scope 3 ในธุรกิจอสังหาฯคือโจทย์ที่ยากที่สุด แต่สำคัญที่สุด
บ้านหนึ่งหลัง มีคาร์บอนมากกว่าที่มองเห็น
การลดคาร์บอน Scope 3 ในธุรกิจอสังหาฯคือโจทย์ที่ยากที่สุด แต่สำคัญที่สุด
ในวันที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันทั้งกำลังซื้อ สินเชื่อ ต้นทุน และการแข่งขัน การรักษายอดขาย สภาพคล่อง และกำไร คือโจทย์เร่งด่วน แต่ท่ามกลางวิกฤต เราไม่ควรมองข้ามการรักษ์โลก (Green) เพราะ Climate Change เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก
ธุรกิจอสังหาฯจะ Green และยั่งยืนได้ ธุรกิจต้องแข็งแรงและมีกำไร ความยั่งยืนจึงต้องไม่ใช่ต้นทุนที่แยกออกมา แต่ต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างคุณค่าทางธุรกิจไปพร้อมกัน
ดิฉันยังเชื่อว่า Green จะเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกเรา แม้วันนี้อาจยังไม่สามารถแยกวัดเป็นตัวเลขได้ชัดเจนว่า ลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้านเพราะเรื่องการรักษ์โลก มากน้อยเพียงใด เนื่องจากการเลือกที่อยู่อาศัยประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งทำเล ราคา คุณภาพโครงการ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ แต่เมื่อองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้ใกล้เคียงกัน ความยั่งยืนจะกลายเป็นจุดต่างที่มีความหมายมากขึ้น เพราะไม่มีใครไม่อยากใช้ชีวิตแบบรักษ์โลก หากทำได้ง่าย ใช้ได้จริง และไม่ต้องจ่ายแพงกว่าเดิม
ยิ่งวันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองเพียงราคาบ้านในวันที่ซื้อ แต่เริ่มให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนชีวิต” หลังเข้าอยู่อาศัย มากขึ้น ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว อสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจึงจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องทำเลหรือราคา แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการช่วยให้ลูกค้าใช้ชีวิตได้คุ้มกว่า ประหยัดกว่า และยั่งยืนกว่าได้จริง
นี่คือเหตุผลที่ SENA พยายามทำให้ Green ไม่ใช่ต้นทุนที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่ม แต่เป็นคุณค่าที่ถูกออกแบบไว้ในบ้าน ตั้งแต่การเลือกวัสดุและกระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงโซลูชั่นที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนการใช้ชีวิตตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัย
Net Zero ต้องเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ
แม้การลดคาร์บอน โดยเฉพาะ Scope 3 ยังไม่ได้เป็นข้อบังคับครอบคลุมทุกธุรกิจ แต่ทิศทางของกฎเกณฑ์ ตลาดทุน และมาตรฐานการค้าชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ องค์กรจึงไม่ควรรอให้กฎหมายบังคับ แต่ต้องเริ่มจากความรับผิดชอบและวิสัยทัศน์ในการปรับเปลี่ยน “วิธีทำธุรกิจ”
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบ่งเป็น Scope 1 จากกิจกรรมที่องค์กรควบคุม Scope 2 จากพลังงานที่ซื้อมาใช้ และ Scope 3 จากกิจกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบ คู่ค้า การขนส่ง และการก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้และการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อหมดอายุ
Scope 3 จึงเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะไม่มีองค์กรใดลดได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิตวัสดุ ซัพพลายเออร์ ผู้รับเหมา พันธมิตร และผู้บริโภค เพื่อร่วมกันเปลี่ยนมาตรฐานและกระบวนการให้ลดคาร์บอนได้จริง
คาร์บอนของบ้านเริ่มก่อนวันเข้าอยู่
คาร์บอนของบ้านหนึ่งหลังไม่ได้เริ่มเมื่อเปิดไฟหรือเครื่องปรับอากาศ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่การผลิตและขนส่งวัสดุ กระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงการจัดการเศษวัสดุจากหน้างาน หลังส่งมอบแล้ว การใช้พลังงานของลูกบ้านก็ยังสร้างคาร์บอนต่อเนื่องตลอดอายุอาคาร
ดังนั้น การลดคาร์บอนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องมองทั้งวงจรชีวิตของบ้าน ไม่ใช่เพียงการลดไฟฟ้าในสำนักงาน ตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้ ทรัพยากรและของเสียระหว่างก่อสร้าง ไปจนถึงการออกแบบบ้านให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากช่วยสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนชีวิตของลูกบ้านในระยะยาวด้วย
SENA ลดคาร์บอน
ตั้งแต่สิ่งที่เลือกใช้สร้างบ้าน
SENA พัฒนาแนวคิด SENA Low Carbon ให้ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการพัฒนาโครงการ ไปจนถึงการใช้ชีวิตของลูกบ้าน ที่ผ่านมา เราพัฒนาบ้านประหยัดพลังงานและบ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Energy House (ZEH) ผ่านการออกแบบที่ช่วยลดความร้อน ลดความต้องการใช้พลังงาน พร้อม Solar Rooftop ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อช่วยให้ลูกบ้านใช้พลังงานสะอาด ลดค่าไฟ และลดต้นทุนการใช้ชีวิตในระยะยาว
แต่เรามองว่าการลดคาร์บอนเฉพาะในช่วงที่ลูกบ้านเข้าอยู่อาศัยยังไม่เพียงพอ เพราะคาร์บอนจำนวนมากเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง SENA จึงยกระดับแนวคิด SENA Low Carbon ผ่านกลยุทธ์ SENA Green Supply Chain-Carbon Product Reduction เพื่อขยายการลดก๊าซเรือนกระจกไปสู่ Scope 3 ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ การจัดซื้อ การขนส่ง การทำงานร่วมกับคู่ค้า ไปจนถึงการก่อสร้างและการจัดการของเสีย
เริ่มจากจุดที่เรายืน
ดิฉันเชื่อว่า “เราสามารถทำให้ดีที่สุดจากจุดที่เรายืนได้” และสำหรับ SENA จุดเริ่มต้นสำคัญคือโครงการก่อสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราสามารถบริหารทรัพยากร ลดของเสีย และปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ทันที
หนึ่งในตัวอย่างคือรถรดน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ โดยนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือระบบระบายน้ำภายในโครงการที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ มาใช้รดน้ำต้นไม้ พร้อมใช้พลังงานแสงอาทิตย์กับปั๊มน้ำ ช่วยลดทั้งการใช้น้ำใหม่และการใช้ไฟฟ้า
เรายังใช้บ้านพักคนงานแบบสำเร็จรูป ซึ่งสามารถติดตั้ง รื้อถอน และนำกลับไปใช้ซ้ำในโครงการอื่นได้ ช่วยลดการใช้วัสดุใหม่และลดเศษวัสดุจากการสร้างบ้านพักชั่วคราวในรูปแบบเดิม
วัสดุเหลือจากหน้างานก็ถูกนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น หัวเสาเข็มที่ตัดออกนำไปใช้ทำถนนชั่วคราว หรือ Service Road ปูนคอนกรีตที่เหลือจากการเทในแต่ละครั้งนำมาหล่อเป็นแผ่นทางเดิน ส่วนเศษวัสดุจากงานก่อและงานฉาบนำไปใช้ทำ Service Road สำหรับช่วงก่อสร้างของอีกโครงการหนึ่ง
แนวทางเหล่านี้ช่วยหมุนเวียนทรัพยากรจากโครงการหนึ่งไปสู่อีกโครงการ ลดปริมาณของเสีย ลดการใช้วัสดุใหม่ ลดการขนส่ง และเปลี่ยนมุมมองจากการเห็นวัสดุเหลือใช้เป็น “ขยะ” ให้กลับมาเป็น “ทรัพยากร” ที่ยังสามารถสร้างประโยชน์ได้
จากไซต์ก่อสร้าง
สู่ Green Supply Chain
SENA Green Supply Chain เป็นกลยุทธ์สำคัญภายใต้แนวคิด SENA Low Carbon ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้ง Value Chain ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร ตั้งแต่การพัฒนาและคัดเลือกวัสดุคาร์บอนต่ำ กระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 เพราะ SENA เชื่อว่า “การอยู่อาศัยที่ดี” ต้องดีต่อทั้งผู้คนและโลกอย่างยั่งยืน
เราจึงไม่ได้พิจารณาวัสดุเพียงจากคุณภาพ ราคา และความสวยงาม แต่รวมถึง Carbon Footprint กระบวนการผลิต การใช้ทรัพยากร อายุการใช้งาน ตลอดจนความสามารถในการลดขั้นตอนก่อสร้าง ของเสีย และการใช้พลังงานของบ้านในระยะยาว
SENA เดินหน้าสร้างเครือข่าย Green Partner ร่วมกับผู้ผลิตวัสดุ ซัพพลายเออร์ ผู้รับเหมา และพันธมิตร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ แลกเปลี่ยนข้อมูล และปรับกระบวนการทำงานให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การสร้าง Green Supply Chain ไม่ใช่การผลักภาระให้คู่ค้า แต่คือการร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ เปิดโอกาสให้วัสดุคาร์บอนต่ำเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อ และพัฒนาบ้านที่ช่วยลดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
แม้ Scope 3 จะเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นพื้นที่ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด เราอาจควบคุมทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่ไม่ได้ แต่สามารถเลือกคู่ค้า เลือกวัสดุ ออกแบบผลิตภัณฑ์ และสร้างความร่วมมือให้ทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกันได้
สำหรับ SENA การลดคาร์บอนไม่ได้จบเพียงการช่วยให้ลูกบ้านประหยัดพลังงานหลังเข้าอยู่ แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ “สิ่งที่เราเลือกใช้สร้างบ้าน” ไปจนถึงการออกแบบบ้านที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ประหยัดขึ้น และยั่งยืนขึ้นในทุกวัน เพราะการลดคาร์บอนให้ได้จริง ต้องลดให้ถึงต้นทาง และการไปถึง Net Zero จะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกการตัดสินใจตลอดทั้งห่วงโซ่เดินไปในทิศทางเดียวกัน