Seagate ชี้องค์กรเพียง 38% พร้อมรองรับการเก็บข้อมูล AI

ซีเกท เทคโนโลยี (NASDAQ: STX) เปิดเผยรายงาน Data Infrastructure Readiness ประจำปี 2569 เป็นครั้งแรกในวันนี้  ซึ่งเป็นผลการวิจัยระดับโลกที่สำรวจว่าองค์กรต่าง ๆ กำลังเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอย่างไร เพื่อรองรับการเติบโตและการใช้งาน AI ในระยะต่อไป

รายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการวางแผนด้าน AI ขององค์กร เมื่อ AI ก้าวจากการทดลองใช้งานในระยะแรกสู่การใช้งานในวงกว้างมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการจัดเก็บ เข้าถึง บริหารจัดการ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลในระดับองค์กร โดยผู้นำด้านไอทีขององค์กรเกือบทั้งหมด (99%) คาดการณ์ว่า AI จะทำให้ความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มีเพียง 38% เท่านั้นที่เชื่อว่าองค์กรของตนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับความต้องการนี้

รายงานฉบับนี้อ้างอิงผลการวิจัยอิสระที่จัดทำโดย Recon Analytics ซึ่งสำรวจผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านเทคโนโลยีระดับองค์กรจำนวน 2,712 ราย จาก 7 ตลาดสำคัญทั่วโลก โดยมีรายงาน ดังนี้

ผลการวิจัยโดยรวมสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรต่าง ๆ กำลังขยายมุมมองด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI จากการมุ่งเน้นเฉพาะด้านการประมวลผล (Compute) ไปสู่การให้ความสำคัญกับรากฐานด้านข้อมูลมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น ยกระดับการเข้าถึงและการกำกับดูแลข้อมูล รวมถึงเพิ่มความสามารถในการขยายระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว โดย Seagate เรียกแนวทางนี้ว่า “Sustainable Scaling” หรือการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขีดความสามารถของ AI และสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอย่างต่อเนื่อง ในทางปฏิบัติ แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการวางแผนและตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับปริมาณข้อมูลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ส่งเสริมความยั่งยืน และสร้างคุณค่าจากข้อมูลในระยะยาวได้สูงสุด

Melyssa Banda รองประธานฝ่ายธุรกิจ Edge Storage ของ Seagate Technology กล่าวว่า “AI กำลังพลิกโฉมแนวทางที่องค์กรใช้ในการวางแผน พัฒนา และบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ยิ่งปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นมากเท่าใด โอกาสในการสร้างคุณค่าจากข้อมูลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถจัดเก็บ เข้าถึง และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว” และย้ำว่า “แนวคิด Sustainable Scaling คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตของ AI และข้อมูลในอนาคต ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการสร้างคุณค่าจากข้อมูลในระยะยาวให้กับองค์กร”

  1. ผลตอบแทนจาก AI กำลังยกระดับคุณค่าทางธุรกิจของข้อมูล

ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ให้กับองค์กรทั่วโลก ความสำเร็จดังกล่าวทำให้องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลมากขึ้น เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการขับเคลื่อน AI และสร้างคุณค่าจากข้อมูลได้อย่างเต็มศักยภาพ

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงสองด้านพร้อมกัน คือปริมาณข้อมูลที่ต้องจัดเก็บและบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น และมูลค่าที่อาจได้รับจากข้อมูลเหล่านั้นที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยนำเข้าอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ระยะยาวที่องค์กรจำเป็นต้องเก็บรักษา บริหารจัดการ และใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาว

  1. โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลกำลังมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นต่อกลยุทธ์ AI

แม้ 99% ขององค์กรคาดการณ์ว่า AI จะเพิ่มความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีองค์กรเพียง 38% เท่านั้นที่เชื่อว่าองค์กรของตนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับความต้องการด้านข้อมูลในระยะยาว การศึกษาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า องค์กรกำลังมองไกลกว่าการเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดเก็บข้อมูล โดยหันมาให้ความสำคัญกับความพร้อมของข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแลข้อมูล งบประมาณ และความพร้อมเชิงกลยุทธ์ด้าน AI เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการขยายการใช้งาน AI ในอนาคต

ผลการวิจัยเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างต่อการวางแผน AI ในองค์กร คือองค์กรไม่ได้พิจารณาเพียงการนำ AI  มาใช้งาน แต่กำลังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้านข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อให้ AI สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ รองรับการขยายตัวในอนาคต และสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

  1. ประสิทธิภาพและการวางแผนในระยะยาว กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI

ผลสำรวจระบุว่า  เมื่อความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นจากการใช้งาน AI องค์กรกำลังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานตลอดวงจรชีวิตมากขึ้น โดยมีการประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานจะสามารถรองรับการขยายตัวของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบได้มากน้อยแค่ไหน และสามารถสนับสนุนการสร้างคุณค่าจากข้อมูลในระยะยาวได้อย่างไร

งานวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรกำลังผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการวางกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น โดยมองความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดแนวทางการขยายระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และรองรับการเติบโตของข้อมูลจาก AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

“AI ในยุคต่อไปจะต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการเติบโตของข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง แต่การเพิ่มความจุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การวางกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างชาญฉลาด เพื่อให้องค์กรสามารถขยาย จัดการ จัดเก็บ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด องค์กรที่สามารถสร้างคุณค่าระยะยาวจาก AI ได้สำเร็จ จะเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในฐานะกลยุทธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านเทคโนโลยีเท่านั้น” Melyssa Banda กล่าว

หากต้องการศึกษารายงานฉบับเต็มและเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่ the Data Infrastructure Readiness Report 2026 homepage.

ระเบียบวิธีวิจัย 

การวิจัยนี้ดำเนินการโดย Recon Analytics ในนามของ Seagate ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยมีการสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านเทคโนโลยีในองค์กรจำนวน 2,712 คน จากสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น การสำรวจครอบคลุมมุมมองของผู้ตอบเกี่ยวกับ ความพร้อมด้าน AI ขององค์กร การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สถาปัตยกรรมระบบจัดเก็บข้อมูล ประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ความยั่งยืน และการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยและการตัดสินใจที่มีส่วนกำหนดทิศทางของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับขนาดใหญ่

ผลการวิจัยสะท้อนถึง มุมมอง ความคาดหวัง และแนวทางปฏิบัติ ที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจซึ่งเข้าร่วมการสำรวจรายงานไว้

เกี่ยวกับซีเกท เทคโนโลยี 
ซีเกท (NASDAQ: STX) เป็นผู้บุกเบิกด้านการจัดเก็บข้อมูลความจุสูง และมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพในการดึงคุณค่าจากข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ พอร์ตโฟลิโอโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูงของซีเกท ช่วยให้ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล องค์กรธุรกิจ และผู้บริโภค สามารถปกป้อง สร้าง และบริหารจัดการข้อมูลที่เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตทางเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ซีเกทได้พัฒนานวัตกรรมที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่ยั่งยืนในระดับการใช้งานขนาดใหญ่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.seagate.com, และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง LinkedInYouTube,  X และ Facebook.