SET ส.ค. พักฐานปิด 1,595 จุด ฝรั่งเทขาย 2.47 หมื่นล. หลังซื้อสะสม 8 เดือน 5.12 หมื่นล้าน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนสิงหาคม 2569 ว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลัง รวมถึงทิศทางจากการประชุม Jackson Hole ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและเงินดอลลาร์แข็งค่า

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 746 ล้านดอลลาร์ แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสม 1.6 พันล้านดอลลาร์นับจากต้นปี

นายฉัตรชัยกล่าวว่า แม้ตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมจะพักฐานและเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังมีสัญญาณสนับสนุน โดยด้านเศรษฐกิจ แม้ GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลง แต่มีการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ทั้งปี ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capex) ของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าแรงส่งจากการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 22.2% จากปีก่อน ขณะที่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) อย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ SET Index มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีในระดับโดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายตลาด และแรงขับเคลื่อนของตลาดเริ่มกระจายไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น

สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนสิงหาคม 2569 กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มทรัพยากร ให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มทรัพยากรยังคงให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด

ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 24,681 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาท

ขณะที่ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 55.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 30.8% ส่วนผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์มีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 6.9%

เดือนสิงหาคม 2569 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่และเริ่มซื้อขายใน mai จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT

ด้านระดับมูลค่าตลาด Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 14.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 13.2 เท่า ส่วน Historical P/E อยู่ที่ 15.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 14.5 เท่า

ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 2.8%

สำหรับภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนสิงหาคม 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 463,401 สัญญา ลดลง 17.7% จากเดือนก่อน โดยมีสาเหตุสำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 542,985 สัญญา เพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน