SET วิ่งสู้ฟัด 1,620 จุด

สิ่งที่ “โมนิก้า” อยากพูดถึงมากสุดคงเป็นเรื่องของแรงซื้อที่กระจุกตัวอยู่ใน SET50 และการเคลื่อนตัวของดัชนีมักขึ้นอยู่กับดัชนีดาวโจนส์วิ่งไปทางไหน? ส่งผลให้ความหวังที่จะได้เห็นดัชนีขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,620 จุดอย่างมั่นคงต้องฝ่าแรงขายที่ออกมาเป็นระยะให้ได้เสียก่อน เดี๊ยนถึงพาดหัวไปเมื่อวันก่อนว่า “เล่นแบบเดิม ลงแบบเดิม” แถมมีตัวอย่างเที่ยวก่อนที่ชี้ให้เห็นว่า ขึ้นไปยืนเหนือระดับดังกล่าวไม่ทันไร ต่อจากนั้นโดนขายรัว ๆ..จำกันได้บ่!
ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า การฟื้นตัวของหุ้นเทคฯ ต่างประเทศ คือแรงหนุนที่ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย ผนวกกับตลาดหุ้นทั่วโลกมีการตอบรับเชิงบวกต่อการพบปะระหว่างผู้นำ “สหรัฐฯ” และ “จีน” ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้า และการเมืองระหว่างประเทศ จึงเชื่อว่า นักลงทุนสถาบัน และต่างชาติจะเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องนะจะบอกให้
ด้วยเหตุนี้ “โมนิก้า” จึงขอฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแหกอีกครั้งว่า หากดัชนียังยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้อีกวัน ก็ยังมีสิทธิ์วิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านครั้งก่อนที่โดนถล่มขายได้อีกครั้ง เดี๊ยนถึงอยากให้นักเล่นประเมินการวิ่งขึ้นของดัชนีขึ้นไปถึง 1,612.36 จุด ต่อจากนั้นโรยตัวลงมาเรื่อย ๆ ก่อนจะมาปิดที่ระดับ 1,604.44 จุด บวกไป 6.41 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.70 หมื่นล้านบาท เหมาะต่อการซื้อไหม?..อิอิอิ
ประเด็นข้างต้นทำให้เดี๊ยนต้องเอ่ยถึง GPSC ซึ่งเป็นหุ้นที่น่าจะถูกจริตกับนักลงทุน “สาย Defensive + Tech Engine” และยังเป็นโรงไฟฟ้าแกนหลักของกลุ่ม ปตท. ที่มีความเด่นชัดในเรื่องความมั่นคง และเทรนด์พลังงานสะอาด ผนวกกับมีการประเมินว่า แผนพลังงานฉบับใหม่จะเป็นแรงหนุนให้ผลงานของบริษัทเด่นขึ้น เดี๊ยนถึงมองการเพิ่งขยับตัวของหุ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 48.75 บาท น่าสนใจไงล่ะคะ
เช่นเดียวกับในรายของ WHA ที่ราคาหุ้นร่วงลงมาระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มย่ำฐานสามสี่วัน จนไม่กี่วันมานี้ เริ่มขยับขึ้นอย่างช้า ๆ อีกครั้ง “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นทางเลือกที่ชอบมองเป็นลำดับต้น ๆ เมื่อเห็นกันทนโท่ว่า ทุนต่างชาติมองประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรม EV, Electronics และ Data Center จึงเชื่อได้ทันทีว่า ในอนาคตกำไรน่าจะโต และอย่าลืมว่า ไม่ได้มีแค่รายได้ขายที่ดิน แต่ยังมีรายได้ “ขายน้ำ ขายไฟ” อีกด้วยนะจ๊ะ
ส่วนในรายของ IRPC มีความน่าสนใจในแง่ของพาร์ตเนอร์ที่จะเข้ามาถือหุ้นในอนาคต ซึ่งเป็นการปูฐานธุรกิจให้แกร่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะแนวทางปรับพอร์ตไปยังสินค้าที่มีแวลู และพยายามลดสัดส่วนปิโตรเคมีแบบเดิม ไปสู่การผลิตเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษที่มีมาร์จิ้นที่สูงกว่าเดิมแบบนี้ “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่เห็นราคาหุ้นขึ้นมายืนใกล้ 3 บาท เพราะเมื่อรวมกับกำไรปีนี้ที่ออกมาดี จึงเหมาะต่อการเล่นเก็งกำไรพะยะค่ะ
ตบท้ายกันด้วยน้องแบม BAM ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ใหญ่สุด โดยความน่าสนใจอยู่ที่เงินปันผล และการตุนเงินสดเพื่อเก็บของถูกในจังหวะ NPL สูง และอย่าลืมว่า สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนทำให้สถาบันการเงินขนหนี้เสียออกมาประมูลขายจำนวนมาก จึงมีโอกาสเลือกซื้อสินทรัพย์คุณภาพดีในราคาถูกเข้ามาบริหารกระแสเงินสด และที่สำคัญสุดคือ เมื่อดูราคาหุ้นที่เทรดบน PBV 0.51 เท่า มันคือจังหวะที่ต้องซื้อนะจะบอกให้
โมนิก้าและทีมงาน
Back to top button