ลุ้นพลังงานพยุง SET รับน้ำมันโลกเหนือ 100 เหรียญ โบรกชู PTT-PTTGC-PTTEP-TOP ท็อปพิก

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ถัดไปมีแนวโน้มแกว่งตัวท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ที่สูงกว่าคาด ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และกดดันหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงมีโอกาสเป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและช่วยประคองดัชนี SET
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะตลาดเกาหลีใต้และญี่ปุ่น สะท้อนแรงกดดันจากความกังวลต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่กลับมาซื้อสุทธิในระดับสูง
นอกจากนี้ ปัจจัยภายในประเทศยังมีแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.6–2.8% รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติยังมีทิศทางเป็นบวก หลังนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยในวันก่อนหน้ากว่า 5.69 พันล้านบาท สูงสุดในรอบประมาณ 3 เดือน
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 15 ต.ค.69 ว่า ในช่วงดังกล่าวประเมิน SET เคลื่อนไหวในลักษณะ “Bound in Range” โดยให้แนวรับที่ 1,566 และ 1,560 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,581 และ 1,585 จุด พร้อมมองว่าปัจจัยมหภาคมีน้ำหนักเชิงลบ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ที่ บล. อ้างอิงในบทวิเคราะห์ดังกล่าว สะท้อนว่า ความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นเป็นราว 32% จากเดิมประมาณ 20% ขณะที่โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. 2569 อยู่ที่ 100% ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเติบโตสูงทั่วโลกเผชิญแรงกดดัน
ด้านตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวลงประมาณ 6% ขณะที่ Nikkei ของญี่ปุ่นลดลงราว 3.2% ซึ่ง บล.กรุงศรี มองว่าจะส่งผลเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในวันนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรี มองว่า SET ยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งมีน้ำหนักราว 11.2% ของมูลค่าตลาดรวม หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ช่วงเช้าปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันและหุ้นในกลุ่มพลังงาน
สำหรับธีมการลงทุนเด่น บล.กรุงศรี แนะนำกลุ่ม Energy Security ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีชู บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และกลุ่มโรงกลั่นชู บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รวมถึงหุ้นที่คาดว่าจะรายงานกำไรไตรมาส 3/2569 แข็งแกร่ง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC
ส่วนหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์อย่าง บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH และ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวมี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เป็นหุ้นเด่น
สำหรับหุ้นเด่นประจำวัน หรือ บล.กรุงศรี Alpha Espresso Picks ได้แก่ PTT, PTTGC และ BDMS โดย PTT แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 44.50 บาท จากแรงหนุนราคาน้ำมัน Brent ที่อยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับแนวโน้มธุรกิจช่วงปี 2569–2571 ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมี Dividend Yield ราว 5% ต่อปี
ด้าน PTTGC แนะนำเชิง Trading ราคาเป้าหมายกรณีดีที่สุดที่ 63 บาท โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อแผนร่วมทุนกับ SCC ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่กำไรช่วงปี 2569–2571 หากยังไม่รวมผลบวกจาก JV คาดเติบโตเฉลี่ย 41% ต่อปี และหุ้นซื้อขายที่ P/BV ราว 0.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว
ส่วน BDMS แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 25 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 4,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และ 41% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวจาก High Season การฟื้นตัวของผู้ป่วยไทย และแรงกดดันจากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ลดลง โดยยังเป็นหุ้น Defensive ที่เหมาะกับภาวะตลาดผันผวน