SET ก.ค. บวก 2% แตะ 1,623 จุด รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก เนื่องจากโครงสร้างตลาดหุ้นไทยมีความหลากหลายของกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบกับมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนหลายด้าน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2569 จาก 1.6% เป็น 2.5% ขณะที่นักวิเคราะห์ทยอยปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้น
สำหรับเดือนกรกฎาคม กลุ่มทรัพยากรและกลุ่มธุรกิจการเงินให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น ขณะที่เมื่อพิจารณาตั้งแต่ต้นปี กลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมยังคงให้ผลตอบแทนนำตลาด
ด้านสภาพคล่องการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 87,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565
ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 69,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคม 48,864 ล้านบาท นับเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสะสมรวม 75,864 ล้านบาท
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างประเทศยังมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 54.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยนักลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.3% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 7.3% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.1%
สำหรับระดับมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ค่า Forward P/E อยู่ที่ 15.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 13 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 17.1 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยตลาดเอเชียที่ 16.4 เท่า
ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทน หรือ Dividend Yield ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 2.8%
อย่างไรก็ตาม ภาพการลงทุนทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลต่อเงินเฟ้อและทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกมีแรงขายทำกำไรหลังราคาสะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรและการลงทุนด้าน AI ไปมากแล้ว
ด้านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 563,065 สัญญา ลดลง 10.7% จากเดือนก่อน จากการลดลงของ SET50 Index Futures, Gold Online Futures และ Currency Futures
ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม 554,436 สัญญา เพิ่มขึ้น 30.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
