"ฟินโนมีนา" ยื่นไฟลิ่งจ่อเข้า SET ปักหมุด WealthTech ไทยรายแรกสู่ตลาดหุ้นอาเซียน


นายเจษฎา สุขทิศ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบคำขอเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) พร้อมแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “FINNO” โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการกล่าว keynote บนเวที Techsauce Global Summit 2569 ที่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ หากได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง การเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกของบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพไทยที่ได้รับเงินทุนจาก Venture Capital และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงเป็นครั้งแรกของแพลตฟอร์ม WealthTech ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทมองว่าการเดินหน้า IPO จะเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของสตาร์ทอัพไทยในการเติบโตและเข้าสู่ตลาดทุน

นายเจษฎา กล่าวว่า ฟินโนมีนาเริ่มต้นธุรกิจในปี 2559 จากแนวคิดการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้คนไทยเข้าถึงความรู้และคำแนะนำด้านการลงทุนได้ง่ายขึ้น ตลอดระยะเวลา 10 ปี บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์ม WealthTech แบบครบวงจร โดยผสานองค์ความรู้ด้านการลงทุน บริการที่ปรึกษาการลงทุน และแพลตฟอร์มการลงทุนเข้าด้วยกัน ขณะที่บริษัทย่อยมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภท ง และใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน

ด้านนายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ผู้ร่วมก่อตั้งฟินโนมีนา กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของบริษัทมาจากการให้ความรู้ด้านการลงทุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งยังเป็นกลไกสำคัญในการดึงผู้ใช้งานเข้าสู่แพลตฟอร์ม ขณะที่บริการของผู้แนะนำการลงทุนช่วยต่อยอดจากความรู้ไปสู่การตัดสินใจลงทุน โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีผู้แนะนำการลงทุนอิสระ 3,342 ราย ครอบคลุมผู้ประกอบอาชีพหลากหลาย ทั้งแพทย์ นักบิน เภสัชกร และนักวางแผนการเงิน

ด้านนายวิชญ์ สุทธิพงษ์ฉวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมเพิ่มจาก 289.2 ล้านบาทในปี 2566 เป็น 592.8 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่พลิกจากขาดทุนสุทธิ 55.5 ล้านบาทในปี 2566 เป็นกำไรสุทธิ 105 ล้านบาทในปี 2568 และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 19.8% โดยบริษัทไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 29.5% ในปี 2566 เป็น 52.4% ในไตรมาส 1 ปี 2569

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 237 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 66.7 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำในกองทุนรวมอยู่ที่ 68,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 38,762.4 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 นอกจากนี้ บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดด้านรายได้จากธุรกิจนายหน้าและตัวแทนในการซื้อขายหน่วยลงทุน 37.3% ในปี 2568 สูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ง จำนวน 17 ราย

นายกสิณ สุธรรมมนัส ผู้ร่วมก่อตั้งฟินโนมีนา กล่าวว่า ผู้แนะนำการลงทุนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโมเดลธุรกิจ โดยบริษัทใช้เทคโนโลยีในการจับคู่ผู้แนะนำการลงทุนกับนักลงทุนที่มีพื้นฐานหรือความสนใจใกล้เคียงกัน เพื่อให้เกิดการให้คำแนะนำที่เหมาะสม ขณะที่ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีผู้ใช้งานที่พร้อมลงทุน 194,006 ราย ผู้ติดตามแพลตฟอร์มด้านความรู้ประมาณ 800,000 ราย และสามารถเข้าถึงกองทุนรวม 2,235 กองทุน จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 21 แห่ง

ทั้งนี้ ฟินโนมีนามองว่าตลาดการลงทุนไทยยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยอยู่ที่ประมาณ 6.5 ล้านล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 หรือคิดเป็นราว 30% ของ GDP ขณะที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งจะทำให้ความต้องการคำแนะนำด้านการลงทุนและการวางแผนทางการเงินระยะยาวเพิ่มขึ้น บริษัทจึงมีแผนใช้เทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะที่ผู้แนะนำการลงทุนยังคงรับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ การใช้วิจารณญาณ และการดูแลลูกค้า

สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 30,000,838 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นประมาณ 15% ของทุนชำระแล้วภายหลังการเสนอขาย โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีแผนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ขณะที่ราคาเสนอขาย ระยะเวลาจองซื้อ และวันซื้อขายวันแรกยังไม่ได้กำหนด

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนมีแผนนำไปใช้พัฒนาแพลตฟอร์ม การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบครบวงจร พัฒนาพื้นที่ชุมชนสำหรับผู้แนะนำการลงทุน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน