ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้

ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้

บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com

ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว ในคราวนี้ก็อยากจะขอพาทุกท่านเดินทางลงใต้ไปยังเกาะคิวชู เพื่อทำความรู้จักกับตระกูลซามุไรที่ทรงอิทธิพลและมีบทบาทสำคัญที่สุดตระกูลหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตระกูลที่เป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนใต้ และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ นั่นก็คือ ตระกูลชิมะซึ (Shimazu)

หากท่านใดที่เคยติดตามชมละครอิงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า ไทกะดราม่า ของสถานีโทรทัศน์ NHK อย่างเรื่อง อะทสึฮิเมะ ก็คงจะคุ้นหูกับชื่อของแคว้นซัตสึมะ และเหล่านักรบผู้ห้าวหาญจากแดนใต้กันมาเป็นอย่างดี แต่แท้จริงแล้ว ตระกูลชิมะซึมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมพวกเขาถึงยืนหยัดผ่านยุคสมัยแห่งความวุ่นวายมาได้อย่างยาวนานกว่า 700 ปี ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิด ผมจะเล่าให้ฟัง

ช่วงเวลาที่จุดเริ่มต้นของตระกูลชิมะซึถือกำเนิดขึ้นนั้น ย้อนกลับไปในยุคปลายศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังผลัดแผ่นดินเข้าสู่ยุคการปกครองโดยรัฐบาลทหาร หรือที่เรารู้จักกันในนาม ยุคคามาคุระ ภายใต้การนำของโชกุนคนแรก มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ (Minamoto no Yoritomo) ผู้สถาปนารัฐบาลม่านบาคุฝุขึ้น บุคคลที่เป็นดั่งปฐมบทของตระกูลคือ ชิมะซึ ทาดาฮิสะ (Shimazu Tadahisa) ขุนศึกผู้มีความใกล้ชิดและเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่านโชกุนโยริโทโมะ

ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้

Shimazu Tadahisa

ทาดาฮิสะ (Tadahisa) เดิมทีมีชื่อว่า โคเรมุเนะ โนะ ทาดาฮิสะ ถือกำเนิดขึ้นในตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เกียวโต มีบันทึกและตำนานที่เล่าขานกันในยุคหลังว่า ทาดาฮิสะอาจเป็นบุตรนอกสมรสของโยริโทโมะที่เกิดกับหญิงรับใช้ในศาลเจ้า ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากโยริโทโมะ ในปี ค.ศ. 1185 โยริโทโมะได้แต่งตั้งให้ทาดาฮิสะไปรับตำแหน่ง จิโต หรือผู้จัดการที่ดินและจัดเก็บภาษี ของดินแดนชูเอ็งที่มีชื่อว่า ชิมะซึโช ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ในแคว้นฮิวงะ ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู จากนั้นเขาจึงได้เปลี่ยนนามสกุลจากโคเรมุเนะ มาเป็น ชิมะซึ ตามชื่อดินแดนที่ได้รับมอบหมาย

ต่อมาในปี ค.ศ. 1197 โยริโทโมะ (Yoritomo) ได้เลื่อนขั้นให้ทาดาฮิสะขึ้นเป็น ชูโงะ หรือผู้พิทักษ์มณฑล ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ว่าราชการทหาร ให้มีอำนาจปกครองดินแดนทางตอนใต้สุดของเกาะคิวชูถึง 3 มณฑล ได้แก่ มณฑลซัตสึมะ มณฑลโอซุมิ และมณฑลฮิวงะ ซึ่งในปัจจุบันก็คือพื้นที่ของจังหวัดคาโงชิมะและมิยาซากินั่นเอง การได้รับแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการตอกเสาเข็มทางอำนาจอย่างเป็นทางการของตระกูลชิมะซึในดินแดนภาคใต้

ด้วยความที่ดินแดนแถบนี้อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจอย่างเมืองคามาคุระและเมืองหลวงอย่างเกียวโตเป็นอย่างมาก ทำให้การปกครองในระยะแรกเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน มีภูเขาไฟซากุระจิมะที่ยังคุกรุ่น อีกทั้งยังมีกลุ่มขุนศึกและชนพื้นเมืองท้องถิ่นที่แข็งกร้าว ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจของรัฐบาลกลางโดยง่าย แต่ทาดาฮิสะและลูกหลานของเขาก็ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ ทั้งการใช้กำลังทหารปราบปรามกลุ่มต่อต้านอย่างเด็ดขาด และการผูกมิตรด้วยการแต่งงานทางการเมืองกับขุนศึกท้องถิ่น จนสามารถตั้งรากฐานได้อย่างมั่นคง

แคว้นซัตสึมะมีสภาพดินเป็นเถ้าภูเขาไฟที่เรียกว่า ชิราสุ ซึ่งกักเก็บน้ำได้ไม่ดีและไม่ค่อยเหมาะกับการปลูกข้าวมากนัก เมื่อเทียบกับแคว้นอื่นๆ ในที่ราบตอนกลางของญี่ปุ่น ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์นี้บังคับให้ตระกูลชิมะซึต้องพัฒนาระบบการปกครองที่เน้นความเข้มแข็งของกำลังคนเป็นหลัก พวกเขามองว่าแคว้นซัตสึมะไม่ใช่เพียงแค่ที่ดินพระราชทานชั่วคราว แต่มองว่านี่คือบ้านและอาณาจักรที่พวกเขาต้องปกป้องรักษาไว้ด้วยชีวิต ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลชิมะซึจึงเริ่มสร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง และหล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งนักรบที่ดุดัน มีความจงรักภักดีต่อตระกูลอย่างสูงสุด และไม่เกรงกลัวความตาย

วิถีแห่งนักรบของชาวซัตสึมะนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตระกูลที่สืบทอดและเป็นที่เกรงขามไปทั่วแผ่นดิน มีคำกล่าวในยุคหลังว่า ทหารซัตสึมะเพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับศัตรูได้นับสิบคน ความห้าวหาญนี้ถูกพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงปลายยุคคามาคุระ รัฐบาลโชกุนต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ นั่นคือการรุกรานของจักรวรรดิมองโกล ทั้งในสงครามบุนเอ ปี ค.ศ. 1274 และสงครามโคอัน ปี ค.ศ. 1281

กองทัพมองโกลและโครยอได้ยกพลขึ้นบกที่เกาะคิวชู สร้างความแตกตื่นและสร้างความเสียหายให้กับกองกำลังป้องกันชายฝั่งของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ตระกูลชิมะซึภายใต้การนำของ ชิมะซึ ฮิซาสึเนะ (Shimazu Hisatsune) ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 3 ในฐานะขุนศึกผู้ปกครองดินแดนตอนใต้ ได้รวบรวมกำลังทหารซามุไรในอาณัติเข้าร่วมสมทบกับกองทัพของรัฐบาลบาคุฝุเพื่อป้องกันชายฝั่งฮากาตะอย่างแข็งขัน ประสบการณ์จากสงครามครั้งนี้ยิ่งทำให้ตระกูลชิมะซึตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างแนวป้องกันทางทะเลและการพัฒนากองกำลังทหารให้แข็งแกร่งและคล่องตัวยิ่งขึ้น

Shimazu Hisatsune Troop

หลังจากที่ความตึงเครียดจากการรุกรานของต่างชาติผ่านพ้นไป ความวุ่นวายภายในประเทศก็ปะทุขึ้น รัฐบาลคามาคุระที่อ่อนแอลงได้ล่มสลายในที่สุด ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคราชวงศ์เหนือใต้ หรือ ยุคนัมโบกุโจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ คือราชสำนักเกียวโตในสายเหนือ และราชสำนักโยชิโนะในสายใต้ แว่นแคว้นต่างๆ ทั่วประเทศต่างต้องเลือกข้างเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

ตระกูลชิมะซึเองก็หนีไม่พ้นผลกระทบจากคลื่นความวุ่นวายนี้ เกิดความแตกแยกขึ้นภายในแคว้นขนานใหญ่ ไดเมียวท้องถิ่นหลายตระกูลในคิวชูตอนใต้เลือกที่จะสนับสนุนราชสำนักใต้ ในขณะที่ ชิมะซึ ซาดาฮิสะ (Shimazu Sadahisa) ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 5 เลือกที่จะสนับสนุนโชกุน อาชิคางะ ทาคาอุจิ (Ashikaga Takauji) และราชสำนักเหนือ ซาดาฮิสะต้องทำสงครามปราบปรามกลุ่มกบฏและแคว้นพันธมิตรที่แปรพักตร์อย่างเหน็ดเหนื่อยยาวนานหลายสิบปี สงครามที่ยืดเยื้อนี้แม้จะบั่นทอนกำลังของตระกูลไปไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการคัดกรองความภักดีและฝึกฝนยุทธวิธีทางทหารของกองทัพชิมะซึให้แหลมคมยิ่งขึ้น

ด้วยกุศโลบายทางการเมืองที่ชาญฉลาด ผนวกกับการใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด ในที่สุดตระกูลชิมะซึก็สามารถรวบรวมอำนาจให้กลับมาเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้งในช่วงยุคมุโรมาจิ แม้จะต้องเผชิญกับการแทรกแซงจากรัฐบาลกลางที่ส่งตระกูลอิมางาวะมาเป็นผู้ตรวจการเกาะคิวชู แต่ตระกูลชิมะซึก็สามารถใช้ชั้นเชิงทางการทูตและการทหารผลักดันอำนาจของรัฐบาลกลางออกไป และสถาปนาตนเองเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในสามมณฑลภาคใต้อีกครั้ง รากฐานที่ซัตสึมะ โอซุมิ และฮิวงะ กลับมาแข็งแกร่งจนไม่อาจมีใครมาสั่นคลอนได้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตระกูลชิมะซึมีความโดดเด่นและแตกต่างจากตระกูลไดเมียวอื่นๆ ในยุคเดียวกัน คือวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลอันเกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย การตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศและมีอาณาเขตติดกับทะเลเปิด ทำให้พวกเขาไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การทำเกษตรกรรมบนผืนดินที่แห้งแล้ง แต่ยังเปิดรับการค้าขายกับดินแดนภายนอกมาตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงเวลาที่การค้ากับต่างชาติยังถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตระกูลชิมะซึได้สร้างเครือข่ายการค้าทางทะเลกับทั้งประเทศจีนและอาณาจักรริวกิว

การค้าเส้นทางสายใต้เหล่านี้นำมาซึ่งความมั่งคั่งมหาศาลให้กับคลังของตระกูล ทั้งยังทำให้ชาวซัตสึมะมีโอกาสได้สัมผัสกับวัฒนธรรม สินค้า และวิทยาการใหม่ๆ จากโลกภายนอกอยู่เสมอ ความเปิดกว้างทางความคิดและการไม่อยู่ในกรอบประเพณีเดิมๆ อย่างเคร่งครัดเหมือนซามุไรในเมืองหลวง ได้หล่อหลอมให้คนของตระกูลชิมะซึมีลักษณะนิสัยแบบชาวใต้ หรือที่เรียกกันว่า ฮายาโตะ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กล้าคิด กล้าทำ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

ลักษณะนิสัยนี้เองที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ชิมะซึสามารถปรับตัวและนำพาแคว้นให้ผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้ จากรากฐานที่ก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ยุคคามาคุระ ผ่านร้อนผ่านหนาวและมรสุมทางการเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน ตระกูลชิมะซึได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังพล เสบียงกรัง และความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ เพื่อรอคอยเวลาที่จะสยายปีกพยัคฆ์แดนใต้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ

Shimazu Clan’s Crest

ในตอนหน้า จะเป็นช่วงการก้าวเข้าสู่ยุคเซ็งโงกุ ยุคสงครามกลางเมืองที่ทุกแว่นแคว้นต่างตั้งตนเป็นใหญ่ ตระกูลชิมะซึจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากตระกูลคู่แข่งรอบด้าน และการมาเยือนของสิ่งประดิษฐ์จากดินแดนโพ้นทะเลที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การทำสงครามของญี่ปุ่นไปตลอดกาล


เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน

ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล หรือ คามง ของตระกูลชิมะซึ มีชื่อเรียกว่า มารุ นิ จูมงจิ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปกากบาทอยู่ภายในวงกลม มีความเชื่อและตำนานหลายกระแสเกี่ยวกับที่มาของตราสัญลักษณ์นี้ บ้างก็ว่าเป็นเครื่องรางทางพุทธศาสนาที่มาจากจีน บ้างก็ว่าเป็นสัญลักษณ์ของมังกรสองตัวที่พันเกี่ยวกัน และอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคืออาจสื่อถึงอักษรจีนคำว่า สิบ ซึ่งแสดงถึงความสมบูรณ์แบบและการบรรลุเป้าหมาย ตราสัญลักษณ์นี้ได้กลายเป็นภาพจำที่น่าเกรงขามในหมู่ซามุไรทั่วแผ่นดินเมื่อตระกูลชิมะซึยาตราทัพเข้าสู่สมรภูมิรบในเวลาต่อมา

บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร
Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค

ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :
• Shimazu Clan – Samurai Archives (https://samurai-archives.com/wiki/Shimazu_clan)
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html)
• Japan Travel – Official Tourism Guide (ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองยานากาวะ): https://www.japan.travel/
• The Mongol Invasions of Japan – World History Encyclopedia (https://www.worldhistory.org/Mongol_Invasions_of_Japan/)
https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/gallery
https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Hisatsune

#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้ #Shimazu Clan

Tags :