Siemens นำ AI ขับเคลื่อนหุ่นยนต์ Humanoid สู่สายการผลิต

Siemens ร่วมมือกับพันธมิตรประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ Humanoid และหุ่นยนต์สี่ขาควบคุมด้วย AI ในสายการผลิตจริง หวังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและยกระดับความปลอดภัย สำหรับผู้ประกอบการไทย ภาคธุรกิจพลังงานและโลจิสติกส์ที่มีความเสี่ยงสูงคือกลุ่มแรกที่คุ้มค่าแก่การลงทุนประยุกต์ใช้ระบบนี้

Table of Contents

อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคนเข้มข้นอย่างสิ่งทอ โลจิสติกส์ และการบำรุงรักษาโรงงานขนาดใหญ่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อหุ่นยนต์ Humanoid และหุ่นยนต์สี่ขาเริ่มก้าวออกจากห้องทดลองมาสู่สายการผลิตจริง ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของ Siemens ระบุว่าความท้าทายด้านการขาดแคลนแรงงานและความปลอดภัยกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติมาใช้งานในสเกลที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การจัดเรียงกล่องสินค้าไปจนถึงการดมกลิ่นก๊าซรั่วในพื้นที่อันตราย

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วย AI

บริษัท Jack Technology ผู้ผลิตจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมจากประเทศจีน ได้บูรณาการเทคโนโลยี AI ระดับอุตสาหกรรมเข้ากับหุ่นยนต์ Humanoid โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้ไม่น้อยกว่า 30% การทำงานนี้ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ของ Siemens ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิต ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้สั่งซื้อหุ่นยนต์ Humanoid จำนวน 2,000 ตัวในปีนี้ ซึ่งนับเป็นการปรับใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในสเกลใหญ่ครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม

ปฏิวัติงานโลจิสติกส์และการบรรจุกล่องด้วย Humanoid

ในด้านโลจิสติกส์ หุ่นยนต์ Humanoid มีข้อได้เปรียบในการทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมโดยไม่ต้องปรับปรุงพื้นที่ใหม่ สตาร์ทอัปด้านหุ่นยนต์จากอังกฤษได้นำ HMND 01 ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ Humanoid แบบมีล้อตระกูล Alpha มาทดสอบการทำงานเป็นเวลาสองสัปดาห์ที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ของ Siemens ในเมืองแอร์ลังเงิน (Erlangen) หุ่นยนต์ดังกล่าวใช้เทคโนโลยี AI เชิงกายภาพของ NVIDIA เพื่อหยิบจับกล่องลงบนสายพานและส่งต่อให้พนักงาน ทาง Siemens กล่าวว่าหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนย้ายกล่องได้ 60 ใบต่อชั่วโมง รองรับกล่องสองขนาด และมีอัตราความสำเร็จในการหยิบจับและวางแบบอัตโนมัติสูงกว่า 90% ตลอดระยะเวลาการทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

Thailand Lab International 2026

ยกระดับความปลอดภัยด้วยหุ่นยนต์สี่ขา

สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นโรงงานเคมีและพลังงาน บริษัท ANYbotics ได้พัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาชื่อ ANYmal โดยอาศัยโซลูชันของ Siemens และแพลตฟอร์มของ Roboverse Reply หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเก็บข้อมูล สร้างโมเดล 3D ความละเอียดสูง และใช้ AI นำทาง นอกจากนี้ยังมีกล้องอินฟราเรดสำหรับวัดอุณหภูมิปั๊มและมอเตอร์ รวมถึงเซนเซอร์เสียงที่สามารถตรวจจับความถี่ที่มนุษย์ไม่ได้ยินเพื่อค้นหาจุดที่ก๊าซรั่วไหล การส่งมอบข้อมูลในรูปแบบ Real-Time ช่วยให้โรงงานสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ Predictive Maintenance แทนการแก้ไขปัญหาแบบเชิงรับเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว

การบูรณาการระบบ กุญแจสำคัญของการใช้งานเทคโนโลยีใหม่

หัวใจสำคัญที่จะทำให้หุ่นยนต์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์คือการผสานรวมเข้ากับระบบการผลิต ข้อมูลจาก Siemens เน้นย้ำว่าความท้าทายนี้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่เทคโนโลยีฝาแฝดดิจิทัล เซนเซอร์ AI เครือข่ายการสื่อสารทางอุตสาหกรรม ไปจนถึงอินเทอร์เฟซระหว่างหุ่นยนต์และระบบ PLC เพื่อให้เครื่องจักรทำงานประสานกันและตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำหุ่นยนต์ลักษณะนี้มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยอาจยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่กลุ่มธุรกิจพลังงานและโลจิสติกส์ที่มีความเสี่ยงสูงอาจเป็นภาคส่วนแรกที่คุ้มค่าต่อการลงทุน

ที่มา:
Siemens