ส่องโมเดล "Smart & Low Carbon Campus" ม.รังสิต บริหารพลังงานด้วย AI - โซลาร์เซลล์ มุ่งสู่มหาวิทยาลัยแห่งอนาคต

  1. หน้าหลัก 
  2. Green Innovation & SD 
  3. Green News 

ส่องโมเดล "Smart & Low Carbon Campus" ม.รังสิต บริหารพลังงานด้วย AI - โซลาร์เซลล์ มุ่งสู่มหาวิทยาลัยแห่งอนาคต

เผยแพร่: 16 ส.ค. 2569 23:31   ปรับปรุง: 16 ส.ค. 2569 23:31   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทุกภาคส่วนต่างตระหนักถึงความสำคัญร่วมกันตั้งเป้าหมายและเดินหน้าด้านความยั่งยืน มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่สามารถเปลี่ยน "นโยบาย"  ให้กลายเป็น "ผลลัพธ์ที่จับต้องได้" จากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Internet of Things (IoT) มาบริหารจัดการอาคาร ไปจนถึงการออกแบบแคมปัสให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิตกำลังพลิกโฉมสู่ "Smart & Low Carbon Campus" อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างผลประหยัดค่าไฟฟ้าสะสมแล้วกว่า 24 ล้านบาท และวางเป้าหมายก้าวสู่มหาวิทยาลัยต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย

รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อมและคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึง แนวทางจากนโยบายสู่การลงมือทำด้านความยั่งยืนว่า โครงการที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้ดำเนินการนั้นไม่ได้เป็นเพียงการประหยัดพลังงาน แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด (SDG 7) เมืองและชุมชนยั่งยืน (SDG 11) และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกจากการประชุม COP26 ที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 และ Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2065

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว มหาวิทยาลัยรังสิตจึงพัฒนาโมเดลการบริหารจัดการภายใต้ยุทธศาสตร์ DIOC ซึ่งเชื่อมโยง 6 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.อาคารสีเขียว (Green Building) 2.ระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) 3.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 4.พลังงานสะอาด (Clean Energy) 5.อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) และ
6.การบริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Management) โดยการขับเคลื่อนผ่านระบบ 3 ระดับ ได้แก่ 1. Physical Layer ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจริง เช่น โซลาร์เซลล์ รถ EV และระบบพลังงาน 2. Digital Layer เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบดิจิทัลแบบเรียลไทม์ และ 3. Management Layer วิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard เพื่อบริหารพลังงานและติดตามการปล่อยคาร์บอนอย่างแม่นยำ

“โครงการที่เห็นผลชัดที่สุด คือ การลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ระยะ ระยะแรกและระยะที่สอง มหาวิทยาลัยติดตั้ง Solar Rooftop บนอาคารเรียน รวมกำลังการผลิต 4.1 เมกะวัตต์ พร้อมต่อยอดด้วย Solar Floating หรือโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ รวมถึงการพัฒนา Net Zero Building อาคารต้นแบบที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความคุ้มค่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม คือ 1. ลดค่าไฟฟ้าสะสมแล้วกว่า 24 ล้านบาท 2. ประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8 ล้านบาทต่อปี และ 3. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 290,000 ต้น”

  รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อมและคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
มหาวิทยาลัยรังสิตได้นำ AI และ IoT มาพัฒนาอาคาร 11 และ 12 ให้กลายเป็น Smart Building ระบบจะตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่แบบเรียลไทม์ ก่อนให้ AI ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศอย่างอัตโนมัติ แทนการเปิดเครื่องตามเวลาที่กำหนดแบบเดิม เมื่อ AI บริหารอาคารแทนคน สามารถลดพลังงานลงได้เกือบครึ่ง แต่ผู้ใช้อาคารรู้สบายกว่าเดิม เพราะการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดนับเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพราะสามารถลดการใช้พลังงานได้ 45–49% เพิ่มระดับความสบายของผู้ใช้อาคาร 37% นั่นหมายความว่า การประหยัดพลังงานไม่จำเป็นต้องแลกกับความสะดวกสบาย หากใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลดค่าใช้จ่าย แต่วางโรดแมปสู่ Net Zero Campus แคมปัสแห่งอนาคตที่คิดไกลกว่าการประหยัดไฟ โดยมีแผนการดำเนินงาน ดังนี้ ปัจจุบัน–ปี ค.ศ.2028 จะขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ครอบคลุมทุกอาคาร พร้อมเพิ่มระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน เพื่อใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนและวันหยุด
ช่วงปี ค.ศ.2029–2030 จะเร่งเปลี่ยนระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัยให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้า พร้อมพัฒนาสถานีชาร์จ EV ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ปี ค.ศ.2030 เป็นต้นไป มหาวิทยาลัยจะพัฒนา Digital Twin Campus หรือแบบจำลองดิจิทัลของทั้งแคมปัส เพื่อวิเคราะห์และบริหารจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ รองรับการก้าวสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero
อย่างเต็มรูปแบบ

จากโมเดล "Smart & Low Carbon Campus" ที่กล่าวมาข้างต้น
ฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยรังสิต ได้มายืนอยู่บนเวทีระดับโลกด้านความยั่งยืน ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีสีเขียวขั้นสูง ซึ่งรวมถึง "ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และการบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ" ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยรังสิตที่ได้ขับเคลื่อนมิติด้านความยั่งยืนมาโดยตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยได้รับเชิญให้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อ “Rangsit University’s Smart, Low-Carbon Campus Transformation” ในงานประชุม Global Sustainable Development Congress (GSDC)
2026 จัดโดย Times Higher Education ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ./