น้ำท่วมน่าน “ศุภจี” สั่งสินค้าห้ามขาด-ราคาไม่สูง พร้อมประสาน SME D Bank ช่วยทุนฟื้นกิจการ

พาณิชย์ระดมภาครัฐ-เอกชน ส่งถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่านเพิ่มเติม 1,000 ถุง จากที่ส่งไปก่อนหน้า 500 ถุง รวม 1,500 ถุง พร้อมสิ่งของบริจาคอีกหลายพันชิ้น “ศุภจี” ย้ำความช่วยเหลือต้องตรงกับความต้องการแต่ละพื้นที่ ควบคู่ดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้ขาดตลาดและราคาไม่สูงเกินสมควร เตรียมสำรวจผู้ประกอบการและ SME ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมใช้ “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ” และประสาน SME D Bank สนับสนุนเงินทุนฟื้นกิจการ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรกระทรวงพาณิชย์ ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน ณ สำนักงานชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน ก่อนปล่อยขบวนรถบรรทุกนำสิ่งของลงพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดและผู้ประกอบการภาคเอกชน โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งถุงยังชีพไปแล้ว 500 ถุง และครั้งนี้บรรจุเพิ่มเติมอีก 1,000 ถุง ทำให้รวมส่งความช่วยเหลือเป็น 1,500 ถุง

ภายในถุงยังชีพ 1,000 ถุงล่าสุด มีสิ่งของจำเป็น 14 รายการ อาทิ น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู โรลออน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง บิสกิต ขนมขบเคี้ยว นมพร้อมดื่ม กาแฟสำเร็จรูป และยารักษาโรค

“สิ่งสำคัญคือเราต้องช่วยให้ตรงกับความต้องการของแต่ละจุด เพราะแต่ละพื้นที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน กระทรวงพาณิชย์จึงพยายามส่งสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ให้ถึงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่” นางศุภจีกล่าว

ผนึกเอกชนระดมของจำเป็นหลายพันชิ้น

นอกจากถุงยังชีพ กระทรวงพาณิชย์ยังได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์

ก่อนหน้านี้ เครือข่ายผู้ประกอบการของกรมการค้าภายในและองค์การเภสัชกรรมได้ร่วมสนับสนุนนมพร้อมดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋องและผลิตภัณฑ์ปลา น้ำดื่ม ผ้าอนามัย สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาทำความสะอาด กระดาษทิชชู รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น

ผู้ประกอบการที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด บริษัท แลคตาซอย จำกัด และบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงองค์การเภสัชกรรม

ส่วนการระดมความช่วยเหลือรอบล่าสุด ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยาม รอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ซอฟท์สวีท จำกัด และผู้ประกอบการรายอื่นเพิ่มเติม

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงยังสนับสนุนเงินสดสำหรับพื้นที่ที่มีความต้องการเฉพาะ โดยเฉพาะโรงเรียนที่ต้องการเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่ม เพื่อให้สามารถจัดซื้อสิ่งของได้ตรงกับความจำเป็นของผู้ประสบภัย

จาก “บิ๊กคลีนนิ่ง” เปลี่ยนเป็นส่งของตรงความต้องการ

นางศุภจีกล่าวว่า เดิมมีแผนลงพื้นที่วันที่ 28 สิงหาคม เพื่อร่วมทำกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเช่นเดียวกับที่เคยดำเนินการในพื้นที่หาดใหญ่ แต่เมื่อทราบว่าการทำความสะอาดพื้นที่ดำเนินไปค่อนข้างรวดเร็วและเรียบร้อยแล้ว จึงปรับแนวทางมาเน้นส่งสิ่งของที่จำเป็นแทน

โดยให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่เป็นหน่วยหน้า ส่วนกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่สนับสนุนตามความต้องการของแต่ละพื้นที่

“วันนี้นอกจากการส่งของไปช่วยเหลือแล้ว เราต้องดูแลเรื่องราคาสินค้าด้วย สินค้าต้องไม่ขาดและต้องไม่แพง”

คุมสินค้าไม่ขาด-ไม่แพง เดินหน้า “ไทยช่วยไทย”

สำหรับภารกิจหลักของกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจีกล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่จำเป็นจะไม่ขาดแคลน และราคาไม่สูงเกินสมควร

พร้อมเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษให้ประชาชนในพื้นที่

เตรียมฟื้น SME ใช้แฟรนไชส์สร้างอาชีพ-หาแหล่งทุน

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมอบหมายกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหน่วยงานหลักสำรวจและประเมินผลกระทบ

หนึ่งในแนวทางที่เตรียมนำมาใช้คือโครงการ “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ” เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้รวดเร็ว รวมถึงประสานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการฟื้นฟูกิจการหรือเริ่มต้นธุรกิจใหม่

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยในวันถัดไปได้มอบหมายให้ ดร.ปิยะนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ แนวทางช่วยเหลือจะครอบคลุมตั้งแต่การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ ไปจนถึงการฟื้นฟูอาชีพและกิจการของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัย