Sony จับมือ TSMC ร่วมกันผลิตเซ็นเซอร์กล้องสมาร์ทโฟน ด้วยเงินลงทุนสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์

Sony และ TSMC เตรียมร่วมลงทุนราว 1 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 2.1 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาชิปสำหรับเซนเซอร์รับภาพรุ่นใหม่ในญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้เร็วสุดในปี 2029 ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีกล้องสมาร์ตโฟนในอนาคต

Sony และ TSMC กำลังวางแผนร่วมมือกันผลิตชิปที่ใช้ใน Image Sensor หรือเซนเซอร์รับภาพ โดยรายงานจาก Nikkei ระบุว่าโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1 ล้านล้านเยน หรือราว 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.1 แสนล้านบาท)

การร่วมทุนครั้งนี้ Sony จะถือหุ้นประมาณ 60% ขณะที่ TSMC ถือหุ้น 40% และมีเป้าหมายเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ในญี่ปุ่นเร็วที่สุดภายในปี 2029

ในบทความนี้

จุดที่น่าสนใจของความร่วมมือครั้งนี้คือ ทั้งสองบริษัทนำจุดแข็งคนละด้านมารวมกัน

Sony เป็นหนึ่งในผู้ผลิต เซนเซอร์กล้องสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเซนเซอร์จาก Sony ถูกใช้งานในสมาร์ตโฟนระดับกลางและเรือธงจำนวนมาก ขณะที่ TSMC เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

การนำเทคโนโลยีการออกแบบ Image Sensor ของ Sony มาผสานเข้ากับกระบวนการผลิตขั้นสูงของ TSMC จึงมีโอกาสนำไปสู่เซนเซอร์รับภาพรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าเซนเซอร์รุ่นใหม่จะมีสเปกหรือเทคโนโลยีใดเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะทำให้กล้องมือถือดีขึ้นในด้านใดบ้าง

ไม่ได้มองแค่กล้องสมาร์ตโฟน

ความร่วมมือครั้งนี้ยังครอบคลุมการสำรวจโอกาสด้าน Physical AI หรือ AI ที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริงผ่านอุปกรณ์ทางกายภาพ

หนึ่งในตลาดที่ถูกพูดถึงคือ รถยนต์และหุ่นยนต์ ซึ่งต้องใช้เซนเซอร์รับภาพในการมองเห็นและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์

นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาจากโครงการนี้อาจไม่ได้ถูกนำไปใช้เฉพาะในสมาร์ตโฟน แต่สามารถต่อยอดไปยังระบบช่วยขับขี่ รถยนต์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และอุปกรณ์ที่ต้องอาศัยการมองเห็นด้วย AI ได้ในอนาคต

อาจเป็นก้าวสำคัญของกล้องมือถือในปี 2029

หากโครงการเดินหน้าได้ตามแผน การผลิตเชิงพาณิชย์จะเริ่มขึ้นในปี 2029 ซึ่งหมายความว่าเรายังต้องรออีกประมาณ 3 ปีจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

แต่ความร่วมมือระหว่าง Sony + TSMC ถือว่าน่าจับตา เพราะทั้งสองบริษัทต่างเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์คนละส่วน หากสามารถผสานเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้สำเร็จ ก็มีโอกาสส่งผลต่อทั้งวงการกล้องสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ที่ใช้ Computer Vision

ที่มา

Avatar photo

Noppinij

ในสิ่งที่เรารู้และเข้าใจ มันก็ยังมีระดับความลึกของความเข้าใจที่แตกต่างกัน ลึกบ้าง บางบ้าง แต่ประโยชน์ในการส่งผ่านสิ่งที่รู้ออกไปให้กับผู้อื่นนั้นไม่ต่างกัน มีประถม มีมัธยม มีอุดมศึกษา ไม่มีใครเริ่มต้นเรียนรู้จากในระดับปริญญา ฉะนั้นจะมากจะน้อยเชื่อเถอะว่า ความรู้ของทุกคนมีประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ เท่าๆ กัน