รีวิว Sony WH-CH730N หูฟัง ANC ใส่สบาย ราคา 5,490 บาท
รีวิว Sony WH-CH730N หูฟังไร้สายแบบ Over-ear ราคา 5,490 บาท จุดที่ผมชอบหลังใช้ฟังเพลง ทำงาน และเดินทางคือความสบาย น้ำหนักประมาณ 207 กรัม ใส่ต่อเนื่อง 1–2 ชั่วโมงแล้วไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัด ตัวหูฟังพับเก็บได้ มี ANC และปรับเสียงผ่านแอป Sony | Sound Connect
Sony WH-CH730N ปรับจาก WH-CH720N ทั้งรูปทรง ฟองน้ำรองหู และโครงสร้างพับเก็บ พร้อม EQ 10 แบนด์ จากที่ลองใช้ ผมชอบเสียงหลังเลือก Clear และเปิด DSEE ส่วนแบตเตอรี่เมื่อเปิด ANC ฟังวันละประมาณ 2–3 ชั่วโมงราว 5 วัน ยังเหลือประมาณ 67% รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากได้หูฟังใส่สบายไว้ทำงานและเดินทางโดยไม่ต้องชาร์จทุกวัน


เสียงจากการตั้งค่าเริ่มต้นเน้นเบสค่อนข้างมาก การปรับ EQ ช่วยให้เข้ากับรสนิยมของผมได้ดีขึ้น ส่วน ANC ลดเสียงระหว่างเดินทางบนรถไฟฟ้าได้น่าพอใจ และไมโครโฟนคุยในอาคารได้ชัดเจน รีวิวนี้จะเล่าว่าแต่ละส่วนทำได้ดีตรงไหน เพื่อให้เลือกได้ตรงกับการใช้งานของคุณ
สเปก Sony WH-CH730N
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รูปแบบ | หูฟังไร้สายแบบ Over-ear พับเก็บได้ |
| น้ำหนัก | ประมาณ 207 กรัม |
| ระบบเสียง | DSEE, EQ 10 แบนด์ และรองรับ 360 Reality Audio |
| Driver | ไดนามิก ขนาด 30 มม. |
| Codec | SBC, AAC และ LC3 เมื่อเชื่อมต่อ LE Audio |
| ระบบลดเสียงรบกวน | ANC, Ambient Sound 20 ระดับ และ Adaptive Sound Control |
| แบตเตอรี่ | สูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC / 75 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC |
| การชาร์จ | 0-100% ใน 3 ชม. |
| ชาร์จเร็วตามสเปก | ชาร์จ 3 นาที ฟังได้ 1 ชั่วโมง / 10 นาที ฟังได้ 4.5 ชั่วโมง |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 6.0 |
| การเชื่อมต่อแบบสาย | ช่อง 3.5 มม. ส่วน USB-C ใช้ชาร์จ ไม่รองรับ USB-C Audio |
| ราคา | 5,490 บาท |
ดีไซน์ใหม่ พับเก็บง่าย ใส่ต่อเนื่องแล้วสบาย

WH-CH730N ปรับรูปทรงใหม่ให้ดูโค้งมน และเพิ่มความหนาของฟองน้ำรองหู พอสวมแล้วรู้สึกกระชับ แต่ไม่ได้บีบศีรษะแน่นเกินไป น้ำหนักประมาณ 207 กรัมก็ยังอยู่ในระดับที่ผมใส่แล้วไม่รู้สึกหนักหัว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความรู้สึกเวลาสวมรุ่นเรือธงที่มีน้ำหนักมากกว่า

ฟองน้ำที่หนาขึ้นมีส่วนกับความสบายด้วย จากที่ผมใส่ต่อเนื่องประมาณ 1–2 ชั่วโมง ไม่รู้สึกว่าตัวหูฟังกดหูหรือทำให้อึดอัด แรงหนีบอยู่ในจังหวะที่พอดี สวมแล้วกระชับโดยไม่ต้องแลกกับความรู้สึกบีบรัด สำหรับการนั่งฟังเพลงระหว่างทำงาน ความสบายแบบนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ใช้ต่อเนื่องได้เพลิน


ตัวหูฟังเลื่อนปรับขนาดความสูงได้ จะเห็นว่าโครงสร้างด้านในเป็นโลหะมีความแข็งแรง

พอถึงเวลาถอดเก็บ รุ่นนี้ก็พับเข้าด้านในได้แล้ว จึงจัดเก็บในกระเป๋าสะพายได้สะดวกขึ้นกว่ารูปแบบเดิมที่พับไม่ได้ หรือถ้าจะคล้องไว้กับกระเป๋าก็ทำได้ง่าย ดีไซน์ส่วนนี้มีประโยชน์กับคนที่พกหูฟังออกจากบ้านเป็นประจำ เพราะหูฟังแบบครอบหูมีขนาดที่ต้องเผื่อพื้นที่อยู่พอสมควร การพับได้ช่วยให้จัดของในกระเป๋าง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในชุดไม่มีเคสหรือถุงใส่หูฟังมาให้ ถ้าต้องการเก็บแยกจากของอื่นในกระเป๋า ก็ต้องหาเพิ่มเอง เป็นข้อที่ควรนึกถึงพร้อมกับความสะดวกในการพับเก็บ ส่วนสายมีแถมเป็น 3.5mm แต่ไม่มี USB-C แถมมาให้


การควบคุมทั้งหมดใช้ปุ่มกด ไม่มีระบบสัมผัสบนเอียร์คัพ ส่วนตัวผมมองว่ามีข้อดีตรงที่ลดโอกาสเผลอสั่งงานตอนจับหรือขยับหูฟัง เราตั้งใจจะกดปุ่มไหนก็กดปุ่มนั้น ไม่ต้องระวังว่ามือจะไปโดนพื้นที่สัมผัสระหว่างปรับตำแหน่งให้เข้าที่ พอเรื่องการสวมและการควบคุมทำได้สะดวกแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือปรับเสียงให้เข้ากับความชอบของเรา

ตัวหูฟังมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีเบจ (Beige) และสีน้ำเงิน (Blue)
เสียงเดิมเน้นเบส ลองปรับ Clear แล้วฟังสนุกขึ้น
เสียงจากค่าเริ่มต้นของ WH-CH730N สำหรับผมรู้สึกว่าเบสหนักไปนิด คนที่ชอบน้ำหนักย่านต่ำอาจถูกใจกับเสียงแบบนี้ตั้งแต่แรก แต่ความชอบส่วนตัวของผมอยากให้เบสถอยลงมาอีกหน่อย เพื่อให้ฟังแล้วรู้สึกสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

การตั้งค่าที่อยากแนะนำให้ลองคือ ติดตั้งแล้วเชื่อมต่อกับแอป Sony | Sound Connectเปลี่ยน EQ เป็น Clear แล้วเปิด DSEE ด้วย หลังปรับสองอย่างนี้ ผมรู้สึกว่าเสียงเปลี่ยนไปทันที เนื้อเสียงดีขึ้น ฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น และเบสอยู่ในระดับที่กำลังพอดี เสียงยังมีความสนุก แต่ฟังแล้วถูกใจกว่าค่าเริ่มต้นชัดเจน
ตรงนี้จึงอยากให้คนที่ได้ลองฟังรุ่นนี้ใช้เวลากับแอปสักหน่อย ถ้าเสียงเดิมยังไม่ตรงรสนิยม ไม่จำเป็นต้องตัดสินจากการตั้งค่าแรกเพียงอย่างเดียว ลองเปลี่ยน Preset แล้วฟังเพลงที่คุ้นเคยอีกครั้ง จะช่วยให้รู้ว่าเสียงแบบไหนเหมาะกับเรา โดย Clear เป็นตัวเลือกที่ผมชอบ ส่วนใครชอบเบสมากกว่านี้ก็สามารถปรับไปอีกทางได้
EQ ของรุ่นนี้เพิ่มเป็น 10 แบนด์ จาก 5 แบนด์ในรุ่นก่อน จึงเปิดพื้นที่ให้ปรับเสียงได้ละเอียดขึ้น จะลดเบสหรือขยับย่านกลางและแหลมก็เลือกปรับได้ตามความต้องการ ส่วน DSEE เป็นระบบที่ Sony ใช้ช่วยชดเชยองค์ประกอบเสียงความถี่สูงที่สูญเสียไปจากการบีบอัดไฟล์เพลง
ด้านการส่งเสียงไร้สาย WH-CH730N รองรับ SBC และ AAC รวมถึง LC3 เมื่อเชื่อมต่อแบบ LE Audio กับอุปกรณ์ที่รองรับ แต่ไม่มี LDAC ดังนั้นคนที่ตั้งใจมองหาหูฟังสำหรับฟังไร้สายแบบ Hi-Res โดยเฉพาะ ควรนำเรื่องนี้มาประกอบการเลือกด้วย ส่วนการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน หลังปรับเสียงแล้วผมรู้สึกว่ารุ่นนี้ฟังได้สนุก เพลินๆ และอยู่กับเพลงได้นาน

รุ่นนี้ยังรองรับ 360 Reality Audio สำหรับการฟังเพลงแบบเสียงรอบตัว และมิติใกล้ไกล โดยต้องใช้ร่วมกับเพลงและบริการที่รองรับ (ตอนนี้มี 360 Reality Audio Live, Artist Connection และ nugs) เป็นความสามารถเพิ่มเติมสำหรับคนที่อยากลองการจัดวางเสียงในอีกรูปแบบหนึ่ง ส่วนประสบการณ์ฟังเพลงประจำวันของผม จุดที่มีผลกับความชอบมากที่สุดยังเป็นการปรับ EQ ให้ได้สมดุลที่ต้องการ
ANC ระหว่างเดินทาง และการฟังเสียงรอบตัวในออฟฟิศ
เมื่อนำหูฟังออกไปใช้นอกบ้าน เสียงเพลงก็ต้องอยู่ร่วมกับเสียงแวดล้อม WH-CH730N มีระบบ ANC ช่วยลดเสียงรบกวน ซึ่งจากที่ผมใช้ระหว่างเดินทางและขึ้นรถไฟฟ้า ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงในระดับที่น่าพอใจ ช่วยให้เวลาฟังเพลงได้โดยมีเสียงภายนอกเข้ามากวนน้อยลง
แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ในออฟฟิศ โดยมีคนพูดอยู่ใกล้ๆ เสียงสนทนายังผ่านเข้ามาให้ได้ยินอยู่บ้าง จึงควรเข้าใจขอบเขตของ ANC รุ่นนี้ว่าใช้ลดเสียงรบกวนได้ดีสำหรับการใช้งานของผม แต่ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท โดยเฉพาะเสียงพูดในระยะใกล้

การใช้ในที่สาธารณะก็มีช่วงที่เราอยากได้ยินสิ่งรอบตัว เช่น ประกาศหรือคนที่เข้ามาคุยด้วย รุ่นนี้มี Ambient Sound ให้ปรับได้ 20 ระดับ เราจึงเลือกได้ว่าจะรับเสียงภายนอกเข้ามามากน้อยเพียงใด โดยไม่จำเป็นต้องใช้การตั้งค่าเดียวตลอดเวลา

พร้อมทั้งยังมี Adaptive Sound Control ช่วยจัดการการตั้งค่าเหล่านี้ตามกิจกรรมและสถานที่ได้ด้วย เช่น เปลี่ยนระหว่างการใช้โหมดตัดเสียงรบกวนกับ Ambient Sound ตามสถานการณ์ที่กำลังเดินหรือเดินทาง รวมถึงตั้งค่าตามตำแหน่งอย่างบ้านและที่ทำงาน แนวทางการใช้จึงปรับให้เข้ากับแต่ละช่วงของวันได้ คนที่อยากลดเสียงรบกวนขณะนั่งทำงาน แต่ต้องการได้ยินสิ่งรอบตัวมากขึ้นเวลาเดิน สามารถจัดการผ่านแอปได้
สิ่งที่ผมมองว่าเหมาะกับหูฟังสำหรับใช้ทุกวันคือการมีทั้งสองโหมดให้เลือก เพราะความต้องการระหว่างนั่งฟังเพลงกับออกไปเดินทางไม่เหมือนกัน ANC ช่วยลดสิ่งรบกวนในช่วงที่อยากอยู่กับเพลง ส่วน Ambient Sound เปิดให้เรากลับมารับรู้เสียงข้างนอกได้ตามต้องการ
โทรในอาคารได้ดี ริมถนนยังมีเสียงอู้อี้บางช่วง
หูฟังที่ใช้ฟังเพลงระหว่างทำงานก็มักถูกใช้รับสายหรือร่วมประชุมด้วย WH-CH730N มีไมโครโฟน Beamforming สำหรับรับเสียงพูด ร่วมกับระบบประมวลผลลดเสียงรบกวนและการออกแบบเพื่อลดเสียงลม แต่ผลที่ได้ยังขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ใช้งาน
จากการลองของผม ในห้องหรือภายในอาคารทำได้ดี เสียงพูดเป็นธรรมชาติ และลดเสียงรอบข้างระหว่างสนทนาได้ในระดับค่อนข้างดี สำหรับการคุยในพื้นที่ลักษณะนี้ ไมโครโฟนของรุ่นนี้ทำหน้าที่ได้เหมาะกับการใช้ประจำวัน
เมื่อออกไปคุยในที่เสียงดังอย่างริมถนน เริ่มมีบางสถานการณ์ที่เสียงพูดซึ่งส่งไปถึงปลายสายอู้อี้อยู่บ้าง แม้จะมีระบบช่วยแยกเสียงพูดออกจากสภาพแวดล้อม ก็ยังเห็นข้อจำกัดเมื่อเสียงรบกวนมากขึ้น คนที่ใช้โทรหรือประชุมในอาคารเป็นหลักจึงมีเงื่อนไขการใช้ต่างจากคนที่ต้องโทรข้างถนนบ่อยๆ
สำหรับผม การรับสายได้โดยใช้หูฟังคู่เดียวกับที่กำลังฟังเพลงเป็นความสะดวกที่มีประโยชน์ แต่ถ้าคุณให้น้ำหนักกับการโทรนอกอาคารมากเป็นพิเศษ ก็ควรพิจารณาผลในสภาพแวดล้อมนั้นด้วย
แบตเตอรี่ Sony WH-CH730N เปิด ANC ใช้ 5 วัน เหลือ 67%

ระยะเวลาแบตเตอรี่ของ WH-CH730N เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน โดย Sony ระบุว่าสามารถฟังเพลงได้สูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และสูงสุด 75 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC ทำให้มีระยะการใช้งานเผื่อไว้สำหรับคนที่หยิบหูฟังมาฟังหลายช่วงในแต่ละวัน
ในการใช้ของผม เปิด ANC ตลอดและฟังเฉลี่ยวันละประมาณ 2–3 ชั่วโมง หลังใช้มาประมาณ 5 วัน แบตเตอรี่ยังเหลืออยู่ราว 67% สำหรับลักษณะการใช้แบบนี้จึงไม่ต้องชาร์จทุกวัน และยังมีแบตเตอรี่เหลือสำหรับใช้ต่อหลังผ่านไปหลายวัน
สิ่งที่รู้สึกได้จากการใช้จริงคือความสะดวกในการพก หูฟังไม่ได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ต้องคอยชาร์จไฟทุกคืน พอรวมกับการพับเก็บและน้ำหนักที่ใส่สบาย ก็เหมาะกับการหยิบติดกระเป๋าไว้ใช้ระหว่างวัน ทั้งช่วงเดินทางและตอนนั่งทำงาน
ถ้าเผลอลืมชาร์จ รุ่นนี้มีระบบชาร์จเร็วด้วย โดยตามสเปก ชาร์จ 3 นาทีฟังได้ประมาณ 1 ชั่วโมง และชาร์จ 10 นาทีฟังได้ประมาณ 4.5 ชั่วโมง จึงมีทางเติมไฟในช่วงสั้นๆ ก่อนออกไปใช้งาน หรือจะพกใส่กระเป๋าแล้วเอาพาวเวอร์แบงก์ชาร์จทิ้งไว้ไม่กี่นาทีก็เอามาฟังต่อได้แล้ว
เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์ พร้อม Listening mode และ Quick Access
แม้ว่า Sony WH-CH730N จะไม่ใช่หูฟังระดับเรือธง แต่ก็ใส่ฟีเจอร์การใช้งานมาให้หลายอย่าง

- สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน อย่างเช่นเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนกับ PC หรือแท็บเล็ต เวลาใส่ทำงานอยู่แล้วมีสายโทรเข้าที่มือถือ ก็กดรับสายได้เลย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้หลายๆ อุปกรณ์โดยไม่ต้องเสียเวลากด Pair ใหม่

- Listening mode เลือกปรับเวทีเสียงให้การได้ยินจำลองเหมือนเสียงเพลงที่ฟังอยู่เป็นเสียงที่เปิดอยู่ในสถานที่ อาทิ ในห้องทำงาน, ห้องนั่งเล่น หรือในคาเฟ่ เหมาะสำหรับเวลาที่ไม่ได้อยากโฟกัสกับเพลง ให้เหมือนมีเพลงเป็นบรรยากาศ

- Quick Access ปรับให้ปุ่ม ANC เป็นปุ่มลัดในการเปิดแอปเพลงที่เราต้องการ ด้วยการกด 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้งต่อกัน
คำถามก่อนซื้อ Sony WH-CH730N
Sony WH-CH730N รองรับ LDAC หรือไม่?
ไม่รองรับ LDAC แต่รองรับ SBC, AAC และ LC3 เมื่อเชื่อมต่อ LE Audio กับอุปกรณ์ที่รองรับ
ใช้ USB-C ฟังเพลงได้ไหม?
ไม่ได้ พอร์ต USB-C ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ ส่วนการฟังแบบสายใช้ช่อง 3.5 มม.
เชื่อมต่อมือถือกับคอมพิวเตอร์พร้อมกันได้ไหม?
ได้ รุ่นนี้เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน เช่น มือถือกับ PC หรือแท็บเล็ต จึงรับสายจากมือถือระหว่างใช้งานกับอีกอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องจับคู่ใหม่
ปรับเสียง Sony WH-CH730N อย่างไรให้ฟังสมดุลขึ้น?
การตั้งค่าที่ผมชอบคือเลือก EQ Clear และเปิด DSEE ในแอป Sony | Sound Connect เบสจะอยู่ในระดับกำลังพอดีสำหรับรสนิยมของผม โดยยังปรับ EQ 10 แบนด์เพิ่มเติมได้
สรุป รีวิว Sony WH-CH730N ราคา 5,490 บาท เหมาะกับใคร?

หลังใช้ Sony WH-CH730N สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือความสบาย สวมแล้วกระชับโดยไม่หนีบศีรษะเกินไป ฟองน้ำไม่กดหู และใส่ต่อเนื่อง 1–2 ชั่วโมงได้โดยไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัด การพับเก็บกับปุ่มกดจริงก็เป็นรายละเอียดที่เข้ากับการพกไปใช้ทุกวัน
เรื่องเสียง ผมแนะนำให้ลองปรับก่อนตัดสิน ค่าเริ่มต้นมีเบสหนักไปนิดสำหรับรสนิยมของผม แต่เมื่อเปลี่ยนเป็น Clear และเปิด DSEE เสียงเป็นธรรมชาติขึ้น เบสกำลังดี และฟังสนุกขึ้น สำหรับคนที่ต้องการหูฟังไว้ฟังเพลงระหว่างทำงานหรือเดินทาง ความสามารถในการปรับเสียงตรงนี้มีประโยชน์ เพราะเราเลือกให้เข้ากับความชอบได้มากขึ้น
ANC ทำได้ในระดับที่ผมพอใจกับการเดินทางบนรถไฟฟ้า ขณะที่ออฟฟิศยังมีเสียงคนพูดใกล้ๆ ผ่านเข้ามาบ้าง ส่วนไมโครโฟนเหมาะกับการสนทนาในห้องหรืออาคารมากกว่าในบริเวณที่มีเสียงดังจัด นี่เป็นขอบเขตที่ควรชั่งน้ำหนักตามสถานที่ที่เราใช้หูฟังบ่อยที่สุด
ในโหมด Ambient ใช้งานแล้วรู้สึกชอบ เพราะเสียงที่ปล่อยเข้ามาระหว่างที่ฟังเพลงนั้นยังได้ยินได้โดยที่คุณภาพเสียงเพลงไม่ได้ลดลง และยังเลือกได้ 20 ระดับ ปรับได้แบบที่ต้องการ
มีรายละเอียดที่ต้องยอมรับอีกเล็กน้อย ได้แก่ ไม่มีเคสหรือถุงเก็บมาให้ในแพ็กเกจ และตัวหูฟังไม่มีระบบตรวจจับการสวมใส่ เวลาถอดหูฟังระหว่างเล่นเพลง เพลงจึงยังเล่นต่อ ต้องกดหยุดเอง ด้านการฟังผ่านสายใช้ช่อง 3.5 มม. ส่วนพอร์ต USB-C ใช้สำหรับชาร์จ ไม่สามารถเสียบฟังแบบ USB-C Audio ได้
การไม่รองรับ LDAC ก็ทำให้รุ่นนี้อาจจะไม่ตรงกับคนที่ให้ความสำคัญกับการฟังไร้สายแบบ Hi-Res เป็นหลัก ซึ่งเราแนะนำให้อัพไปเป็นรุ่นเรือธงอย่าง WH-1000XM5 หรือ WH-1000XM6 แทนจะเหมาะกว่า
แต่ถ้าโจทย์คือหูฟัง ANC ที่พกง่าย ใส่สบาย ฟังเพลงในชีวิตประจำวัน และมีแบตเตอรี่ให้อยู่กับเราได้หลายวัน WH-CH730N เป็นตัวเลือกที่ผมมองว่าน่าสนใจในราคา 5,490 บาท
ส่วนตัวผมแนะนำให้ดูจังหวะโปรโมชันด้วย ถ้าเจอราคาต่ำกว่า 5,000 บาท ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่กำลังหาหูฟังสักคู่ไว้ใช้ทั้งที่ทำงานและระหว่างเดินทาง และให้น้ำหนักกับความสบายมากพอๆ กับเสียงที่ฟังแล้วถูกใจ
สำหรับรายละเอียดการวางจำหน่าย ดูเพิ่มเติมได้ใน ข่าวเปิดขาย Sony WH-CH730N ในไทย
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok

รีวิว Sony WH-CH730N สวมใส่สบาย ฟังสนุกได้ในทุกวัน
ดีไซน์
85
ประสิทธิภาพ
80
ฟีเจอร์
80
ความคุ้มค่า
85
จุดเด่น
น้ำหนักประมาณ 207 กรัม ใส่ต่อเนื่อง 1–2 ชั่วโมงแล้วไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัด
พับเก็บได้ และใช้ปุ่มกดจริงทั้งหมด
EQ 10 แบนด์ปรับเสียงได้ละเอียดขึ้น
ANC ลดเสียงระหว่างเดินทางได้น่าพอใจ Ambient Sound ที่ปรับได้ 20 ระดับ
เปิด ANC ฟังวันละประมาณ 2–3 ชั่วโมงราว 5 วัน ยังเหลือแบตเตอรี่ประมาณ 67%
เชื่อมต่อได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับได้โดยไม่ต้อง Pair ใหม่
ข้อสังเกต
ไม่รองรับ LDAC
ANC ยังมีเสียงพูดใกล้ตัวผ่านเข้ามา และการโทรริมถนนอาจมีเสียงอู้อี้บางช่วง
ไม่มีเคสหรือถุงเก็บหูฟังมาให้
ไม่มีระบบหยุดเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟัง
ไม่รองรับ USB-C Audio
มีแถมสาย 3.5mm แต่ไม่มีสาย USB-C แถมมาให้
83