จาก SpaceX ถึง IPO หุ้นไทย

หุ้นไอพีโอในตลาดหุ้นไทยหลังเข้าเทรดช่วงวันแรก ๆ ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง
จากนั้นลงมาต่ำกว่าไอพีโอ หากจะบอกว่า นั่นคือ “เรื่องปกติ” คงไม่ได้มีอะไรผิดมากนักหรอกครับ
ล่าสุดหุ้นระดับโลก ที่คนทั้งโลกเฝ้ารออย่าง SpaceX นั้น กำลังเป็นอีกบทเรียนสำคัญให้ตลาดทุน เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อน หลายคนยังมั่นใจว่าหุ้นตัวนี้คือ “ของมันต้องมี”
ใครไม่มี เหมือนตกขบวนรถไฟแห่งอนาคต!!
ล่าสุดหุ้น SpaceX หลุดต่ำกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์
ลงไปแตะ 123.99 ดอลลาร์
หรือคิดเป็นการปรับตัวลงประมาณ 8%
หรือหากเทียบกับจุดสูงสุดบริเวณ 225 ดอลลาร์ ราคาหุ้นหายไปแล้วมากกว่า 40%
ปุจฉา… ตัวเลขนี้สะท้อนอะไรบ้างครับ
วิสัชนา… คำตอบคือสะท้อนว่าความคาดหวังสามารถผลักราคาหุ้นขึ้นได้เร็ว แต่ความจริงก็สามารถดึงราคากลับลงมาได้เร็วไม่แพ้กัน
1.ปัจจัยแรกคือ Valuation หรือราคาหุ้นที่แพงเกินไปตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาด
นักลงทุนยอมจ่ายราคาแห่ง “ความฝัน”
มากกว่าราคาแห่ง “ผลกำไร”
เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดจึงเริ่มถามหาตัวเลขที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น
2.ปัจจัยต่อมาคือการเลื่อนทดสอบ Starship
สำหรับบริษัทอวกาศ ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ
เพราะ Starship คือหัวใจของการเติบโตในอนาคต เมื่อแผนงานเลื่อน ความคาดหวังก็ถูกเลื่อนตาม
3.อีกเรื่องที่ตลาดกังวลคือการลงทุนจำนวนมหาศาล เพราะธุรกิจอวกาศต้องใช้เงินมากกว่าจะสร้างรายได้ นักลงทุนจึงเริ่มห่วงเรื่องกระแสเงินสด รวมถึงผลประกอบการที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นในอนาคต
และ 4.ยังไม่นับแรงกดดันจากช่วงสิ้นสุด Lock-up Period
เมื่อผู้ถือหุ้นเดิมสามารถทยอยขายหุ้นได้
อุปทานที่เพิ่มขึ้นย่อมกดดันราคาเป็นธรรมดา
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า SpaceX เป็นบริษัทที่ไม่ดี
แต่กำลังบอกว่าบริษัทที่ยอดเยี่ยม ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมเสมอไป
สุดท้ายแล้ว ตลาดหุ้นไม่เคยซื้อ “อดีต”
และไม่เคยซื้อ “ความฝัน” เพียงอย่างเดียว
ตลาดซื้ออนาคตที่มีราคาสมเหตุสมผล
นี่คือบทเรียนที่ SpaceX กำลังสอนนักลงทุนทั้งโลกอยู่ในเวลานี้ และรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย
แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การที่หุ้น SpaceX หลุดราคา IPO ก็อาจไม่ใช่ข่าวร้ายทั้งหมด เพราะเมื่อความร้อนแรงเริ่มจางลง ราคาหุ้นก็จะค่อย ๆ สะท้อนปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น
นักลงทุนระยะยาวจะมักไม่ได้ถามว่าหุ้นเคยขึ้นแรงแค่ไหน
แต่จะถามว่าราคาปัจจุบันสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงแล้วหรือยัง
ตลาดหุ้นจึงไม่ใช่สนามแข่งของคนที่ซื้อได้ก่อนเสมอไป แต่เป็นสนามของคนที่รู้จัก “รอ” มากกว่า “รีบ” ไม่กลัวหรือกังวลที่จะตกขบวน
หลายครั้งการพลาดหุ้นในวันแรก อาจไม่ใช่การพลาดโอกาสก็ได้นะ
อาจจะโชคดี ที่เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เรายังมองไม่เห็น
บทเรียนจาก SpaceX จึงไม่ได้บอกแค่เรื่องราวหุ้นตัวหนึ่ง แต่กำลังเตือนนักลงทุนทุกคนว่า อย่าซื้อความฝันในราคาที่แพงเกินกว่าความเป็นจริงนั่นแหละครับ
ไม่เช่นนั้นคนที่ลุกช้า
จ่ายรอบวงแน่นอน