SUPER จ่อ COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม 2 แห่ง เดินหน้าลุยโปรเจคใหม่ ปักหมุดรายได้ปีนี้โตต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น [SUPER] ฉายภาพธุรกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มสดใส รับช่วงไฮซีซันการผลิตไฟฟ้า ทั้งเตรียม COD โรงไฟฟ้าวินด์ฟาร์มในเวียดนาม 2 แห่ง พร้อมประกาศเดินหน้าขยายการลงทุนโครงการใหม่ ปักหมุดรายได้ปี 69 เติบโตต่อเนื่อง

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER เปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีทิศทางที่สดใส โดยบริษัทฯ จะได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม และแสงอาทิตย์ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำลังการผลิต, การรับรู้รายได้จากวินด์ฟาร์ม 2 โครงการในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 129 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ที่เตรียมดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) และค่าไฟค้างชำระจากการไฟฟ้าเวียดนามเข้ามาสนับสนุนเพิ่ม

“เรายังมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการเจรจาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการในอนาคต อาทิ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการพลังงานลม และโรงไฟฟ้าขยะ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยในปี 2569 บริษัทฯ เชื่อว่าจะเห็นแนวโน้มผลประกอบการที่ดี” นายจอมทรัพย์ กล่าว

ปัจจุบัน SUPER มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา PPA รวมทั้งสิ้น 2,063.85  เมกะวัตต์ โดยได้ COD แล้ว 1,433.88  เมกะวัตต์ และหากรวมโครงการลม Bac Lieu เฟสแรก 99 เมกะวัตต์ ที่จะ COD เร็วๆนี้ จะส่งผลให้กำลังการผลิตที่ COD แล้วเพิ่มเป็น 1,532.88  เมกะวัตต์ เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 859.73  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.64 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีรายได้รวม 3,940.04  ล้านบาท ขณะที่ EBITDA ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนอยู่ที่ 3,051 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA Margin 80% สะท้อนศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและเสถียรภาพของรายได้ระยะยาว

ขณะที่ไตรมาส 2/69 บริษัทฯ มีกำไรจำนวน 258.62  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมของบริษัทจะลดลงจากการขายหุ้นวินด์ฟาร์ม Gia Lai และโซลาร์ฟาร์ม DAISY ธุรกรรมที่ 2 แต่บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักได้ในระดับที่แข็งแกร่งได้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่สนับสนุนผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น มาจากการบริหารพอร์ตการลงทุนและโครงสร้างทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ รับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นวินด์ฟาร์ม Gia Lai และโซลาร์ฟาร์ม DAISY ธุรกรรมที่ 2  จำนวนรวม 582.73 ล้านบาท รวมถึงได้รับผลบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง นอกจากนี้ บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนทางการเงินลง 14.38 % จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับการบริหารหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.94  เท่า