“Sustainability Expo 2026” 6-15 พ.ย.69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
- หน้าหลัก
- บันเทิง
- ข่าวประชาสัมพันธ์
“Sustainability Expo 2026” 6-15 พ.ย.69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
เผยแพร่: 23 ต.ค. 2569 10:48 ปรับปรุง: 23 ต.ค. 2569 10:48 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เป็นมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 จากการผสานความร่วมมือจาก 6 องค์กรธุรกิจชั้นนำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (“Sufficiency for Sustainability”) จากการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรี สินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และ ต่อยอด เพื่อประโยชน์สุข ของประชาชน และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการจัดงาน สอดคล้องกับหลักเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของชาติ (UNSDGs) มาสู่การปฏิบัติจริงให้เกิดเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือ โดยมีเป้าหมายแห่งการปฏิบัติและเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
ปีนี้มุ่งเน้นเรื่อง “ปรับ รับ เปลี่ยน” (RESILIENCE IN ACTION) มาเป็นสาระสำคัญในการจัดงานเพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นและมีความผันผวนสูง ดังนั้น ความยั่งยืน จึงไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่คือความสามารถของมนุษย์ในการ “ปรับ” ตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทรัพยากร สุขภาพ และวิถีชีวิต “รับ” โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่จากการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนต่างวัยที่ต่างประสบการณ์ และ “เปลี่ยน” วิธีคิดและพฤติกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุล เพื่อให้ตัวเรา สังคม และโลก อยู่รอด พร้อมไปต่อได้ในทุกสถานการณ์ ผ่านการรวมพลังทุกภาคส่วนที่มาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างการตระหนักรู้สู่คนรุ่นใหม่ ตอกย้ำแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)
SX Global Forum
เปิดตัว SX Global Forum ครั้งแรก เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมการประชุมเชิงนโยบาย (Policy Dialogues) การเจรจาธุรกิจในรูปแบบ B2B และ B2G และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรนานาชาติทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติในประเทศไทย
เครือข่ายภาคธุรกิจและภาครัฐ
ในส่วนของเครือข่ายภาคธุรกิจและภาครัฐ พบกิจกรรมและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อาทิ เวที CEO Panel เสวนาจากผู้นำองค์กรชั้นนำในภูมิภาค Chief Sustainability Officer (CSO) Forum Social Enterprise Forum รวมถึง SX SPOTLIGHT DAY ภายใต้หัวข้อ “ERA OF RESILIENCY: OPPORTUNITY IN A FRAGMENTED WORLD” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำภาคธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจโอกาสของประเทศไทย ท่ามกลางบริบทโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงและการแบ่งขั้ว , เวที SX Sustainability Expo 2026 : From Global Vision to Business Action ถอดรหัส World B
Social Enterprise Forum (SE Forum) @ SX2026พบกับกว่า 20 ทีมผู้ประกอบการเพื่อสังคมจากรายการ Win Win WAR Thailand มาพบกับภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้สนับสนุน ผ่านกิจกรรม Showcase, Keynote, Panel Discussion, Business Matching และ Workshop เพื่อเชื่อมต่อ SE กับโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดซื้อสินค้า พื้นที่จำหน่าย สินเชื่อ องค์ความรู้ ไปจนถึง Impact Investment เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเพื่อสังคมสามารถเติบโตได้จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน
การประชุมพันธมิตรทางธุรกิจของเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (TSCN) งานประชุม ที่รวม CEO จากบริษัทเอกชนชั้นนำของไทยที่เป็นเครือข่ายทางธุกิจ เข้าร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับแนวทางความร่วมมือภาครัฐและภาคธุรกิจสู่การลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาภาพรวมเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
กิจกรรมและองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน
ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และ การขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ อาทิ การประกวดสุนทรพจน์เยาวชน เวทีเสวนากว่า60 หัวข้อ กิจกรรมและเวิร์กชอปด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา พร้อมรวบรวมองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากวิทยากรด้านความยั่งยืนกว่า 800 ท่านจากทั่วโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนเปิดพื้นที่สำหรับเครือข่ายธุรกิจยั่งยืนจากบริษัทและองค์กรชั้นนำของไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและร่วมแสวงหาแนวทางสมดุลของโลก และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
วัน เวลา สถานที่
วันแสดงงาน : วันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00-20.00 น.
สถานที่ : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
ชั้น 2 : SX GLOBAL FORUM (Meeting Room 210-211), SE Forum, งานสัมมนาและเครือข่ายธุรกิจเพื่อ ความยั่งยืน (B2B) และ B2G
ชั้น G : โซน SX PROLOGUE, โซน SEP INSPIRATION, โซน Better Me โซน Better Living โซน Better Community และ โซน Better World
ชั้น LG: SX Food Festival (Hall 6), SX Kids Zone (Hall 8), SX Marketplace และ SX REPARTMENT STORE
9 โซนต่างๆ ในงานมีดังนี้
โซนนิทรรศการชั้น G จำนวน 5 โซน
1. โซน SEP INSPIRATION ก้าวสู่การ “ปรับ รับ เปลี่ยน” (Resilience in Action) เพื่อให้อยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการปรับตัวจึงไม่พออีกต่อไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมและวิกฤตโลกเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว พบกับเรื่องราวขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ที่รวบรวมกรณีศึกษาจริงของบุคคลและชุมชนที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ไปปรับใช้ เตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด และเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมจนเกิดผลสัมฤทธิ์และสามารถอยู่รอดได้ในยามวิกฤต
พร้อมสัมผัส SX PROLOGUE ชวนทุกคนก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ กับ Immersive Experience ที่ผสานมัลติมีเดีย ศิลปะ และเรื่องราวจาก National Geographic โอบล้อมด้วยภาพ เสียง และสัมผัสของธรรมชาติเพื่อกระตุกความคิดให้ตระหนักถึงวิกฤตธรรมชาติ ตอกย้ำว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
2. โซน BETTER ME ชีวิตดีมีคุณภาพเริ่มได้ที่ตัวเรา พบกับการ “ปรับ รับ เปลี่ยน” (Resilience in Action) ภายใต้แนวคิด Human Living in Harmony with Technology หรือการใช้เทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตอย่างลงตัว ทั้งมิติสุขภาพ การพัฒนาชีวิต และการเรียนรู้ ชวนทุกคนหาคำตอบว่า “อยู่กับ Tech อย่างไร...ให้ชีวิตลงตัว?” ผ่านโซนสุขภาพ (Health) ที่ว่าด้วย Longevity การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และโซนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตั้งแต่ AI กับการเรียนรู้ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบ พร้อมอัปเดตนวัตกรรมไฮไลต์ที่ต้องมาลองด้วยตัวเอง ได้แก่ กระจกประเมินสุขภาพพิเพก จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยหนานจิง เพียงสแกนใบหน้า 30 วินาที AI จะประเมินข้อมูลสุขภาพ 36 รายการ
เช่น ชีพจร อัตราการหายใจ ความดันโลหิต และระดับความเครียด ด้วยความแม่นยำประมาณ 85% สำหรับการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ตามมาด้วย DAWN Red Light Sleeping Bag ถุงนอนที่ผ่านการรับรองจาก อย. นำเทคโนโลยี Photobiomodulation มาใช้ ด้วยแสงสีแดงความยาวคลื่น 660 นาโนเมตร และแสงอินฟราเรดใกล้ 850 นาโนเมตร จาก LED จำนวน 2,480 ดวง ซึ่งเป็นช่วงคลื่นแสงที่มีงานวิจัยด้านการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และมีแนวโน้มช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน และ Sonar AI ผลงานของ CMKL University ที่ชวนเรียนรู้และเท่าทันภัยคอลเซ็นเตอร์ ผ่าน AI ที่ฟัง ประมวลผล และโต้ตอบบทสนทนาภาษาไทยจากสถานการณ์จริงด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ เรียนรู้กลโกงคอลเซ็นเตอร์ผ่านการสนทนากับ AI ที่ฟัง เข้าใจ และโต้ตอบเป็นภาษาไทยแบบเรียลไทม์ จากสถานการณ์จริง เพื่อรู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ
3. โซน BETTER LIVING นำเสนอทางรอดด้านพลังงานและอาหาร โดยสื่อสารผ่านแนวคิด RE-Create The City : Beyond the Resilient ชวนทุกคนมาร่วมถอดรหัสวิกฤตความมั่นคงทางทรัพยากร (Resource Security) อาทิ ความมั่นคงทางพลังงาน ถอดบทเรียนจากวิกฤตพลังงานและความใช้พลังงานที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ความมั่นคงทางน้ำ นำเสนอแนวคิดและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ทันต่อเหตุการณ์จริง เพื่อรับมือกับวิกฤตภัยพิบัติทางธรรมชาติและปัญหาเกี่ยวกับน้ำ
ตั้งแต่น้ำท่วม น้ำแล้ง ตลอดจนไปถึงปัญหาน้ำกร่อยที่เกิดจากการรุกรานจากน้ำเค็มซึ่งมาปัญหามาจากสภาวะโลกร้อน ความมั่นคงทางอาหาร นำเสนอประเด็นใกล้ตัวซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตพลังงานและน้ำ ทำให้อาหารราคาแพงขึ้นหรือวัตถุดิบบางอย่างเสี่ยงสูญหาย และนำเสนอแนวทางรักษาทรัพยากรอาหารเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีอาหารบริโภคในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้พบกับ RECREATE CITY ที่พาผู้ชมสัมผัสวิกฤตสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมจริง พร้อมมาร่วมตั้งคำถามไปพร้อมกัน หากความมั่นคงของทรัพยากรของเราเข้าสู่ขั้นวิกฤต พร้อมเรียนรู้หนทางการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณ ใน Immersive 4D Theater
4. โซน BETTER COMMUNITY เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งร่วมกัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม ความแตกต่างระหว่างช่วงวัยไม่ได้เป็นเพียงช่องว่างทางความคิด แต่ยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และทักษะที่แต่ละเจเนอเรชันมีอยู่อย่างโดดเด่น ให้เปลี่ยนเป็นพลังความร่วมมือระหว่างคนต่างรุ่น นิทรรศการ Collaboration Across Generations ชวนสำรวจมุมมอง วิถีชีวิต และศักยภาพของคนต่างวัยต่างมุมมอง ผ่านการจัดแสดงข้อมูลโครงการตัวอย่างกว่า 40 หน่วยงาน สถาบันการศึกษา องค์กร ทั้งภาครัฐไปจนถึงภาคประชาชน นอกจากนี้ อีกประเด็นสำคัญในการสร้าง Better Community คือการต่อยอดมิติของ Generation Paradox หรือการนำจุดแข็งของแต่ละเจเนอเรชันมาเติมเต็มกัน
ทั้งในด้านค่านิยม วิธีคิด การทำงาน และการมองอนาคต ให้ความต่างกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และค้นพบมุมมองใหม่ พื้นที่ Gathering Space จึงทำหน้าที่เป็นเวทีกลางสำหรับการสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และถกประเด็นร่วมกันระหว่างคนต่างช่วงวัย เพื่อค้นหาว่า ความแตกต่างจะนำไปสู่การลงมือทำร่วมกันได้อย่างไร
5. โซน BETTER WORLD ศิลปะ เปลี่ยนโลก ศิลปะไม่เพียงสร้างความงดงาม แต่ยังเป็นพื้นที่ของ “แรงบันดาลใจ” ที่จะทำให้ผู้คนกลับมามองโลกด้วยความเข้าใจ เห็นคุณค่าของธรรมชาติ และเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้ พบกับการถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติผ่านภาพถ่ายที่ทรงพลัง เวทีสืบสาน รักษา และต่อยอดวงการศิลปะไทย การเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม กับ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพและสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย อีกทั้งยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ อีกด้วย และนิทรรศการ “ศิลป์ : ทรัพย์” ที่จัดแสดงผลงานจากโครงการประกวดผลงานศิลปะเยาวชนประเภทภาพวาดและภาพถ่าย ภายใต้แนวคิด “รู้ใช้ รู้ค่า พัฒนา ต่อยอด”
โซนกิจกรรมให้คุณได้ลงมือทำเพื่อโลก ชั้น LG จำนวน 4 โซน
1. SX FOOD FESTIVAL เทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่จำลองบรรยากาศให้อยู่ในสภาวะอากาศสุดขั้ว กับธีม “MELTING WORLD” ชวนทุกคนอิ่มอร่อยไปพร้อมกับ Climate Action เมื่อโลกกำลังเปลี่ยน อาหารของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร พบกับร้านอาหาร 165 ร้านค้า ที่ล้อมรอบประติมากรรมภูเขาน้ำแข็งใจกลางลาน พร้อมเมนูอร่อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไฮไลต์พิเศษจาก 18 เชฟชื่อดังที่จะมารังสรรค์เมนูสุดสร้างสรรค์สะท้อนแนวคิดการกินอย่างยั่งยืนและการปรับตัวเรื่องอาหาร เพื่อบอกเล่าว่า ทุกมื้อที่เราเลือก ล้วนมีผลต่อโลกใบนี้ สร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืนและการรับมือกับวิกฤตธรรมชาติผ่านอาหาร
2. SX KIDS ZONE พื้นที่แห่งการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ภายใต้แนวคิด “Resilience in Action เล่นรู้ทักษะ ปรับรับอนาคต เติบโตยั่งยืน” เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านการสำรวจ From Land to Sea ออกแบบเป็นการผจญภัย ไฮไลต์อยู่ที่นิทรรศการ “Ant World” โลกอัศจรรย์ของมด แมลงสังคมที่มีทักษะเอาตัวรอดและยืดหยุ่นรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ได้ดี , พบกับนิทรรศการ “Wonders of Our Blue Space” by Crystal ที่จะพาน้อง ๆ สำรวจโลกใต้ท้องทะเล พบพี่วาฬยักษ์และผองเพื่อน พร้อมเรียนรู้บทบาทของสิ่งมีชีวิตที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล นอกจากนี้เด็กๆยังจะได้สนุกกันที่ลานเล่นเรียนรู้ พื้นที่เสริมจินตนาการและพัฒนากล้ามเนื้อมัดต่างๆ ด้วยเวิร์กช็อปจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และ Little Gaia x Oneness Bilingual School
และไฮไลต์ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดที่ “เวทีหนูทดลอง” ชวนเด็ก ๆ มาเรียนรู้ และสวมบทบาทเจ้าของอาชีพตัวจริง อาทิ นักชีววิทยารุ่นจิ๋วกับอาหารแห่งอนาคตที่ทำจากมด ปิดท้ายด้วยสนามประลองคิดส์ ที่เปิดสอนหมากรุกฟรีโดยสโมสรขุนทองคำ สมาคมกีฬาหมากรุกเซี่ยงฉีแห่งประเทศไทย และ สมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย พร้อมช้อปปิ้งสินค้าจากผู้ประกอบการรุ่นจิ๋วใน “หนูทดลอง Kids Market” กว่า 18 ร้านค้า ทุกวันเสาร์–อาทิตย์
3. SX MARKETPLACE จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GEO-LOCAL MARKET ภู-มิ วิถีถิ่นไทย” ตลาดที่รวมสินค้าโดดเด่นจากต่างถิ่นที่มา ชวนทุกคนมาช้อปอย่างรู้ที่มา เพื่อเปลี่ยนการบริโภคให้กลายเป็นพลังเปลี่ยนโลก พร้อมสนับสนุนชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ รวมกว่า 230 ร้านค้า ครอบคลุม 4 พื้นที่หลัก ได้แก่
1. โซนชุมชนเข้มแข็ง ร้านค้าเพื่อชุมชน และสินค้าจากโครงการชุมชนเข้มแข็งพอเพียงทั่วไทย
2. โซนกรีนดี–อยู่ดี สินค้าเกษตรปลอดภัย ต้นไม้ และสินค้าเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
3. โซนดีไซน์เปลี่ยนโลก สินค้า Sustainable Living และนวัตกรรมใหม่เพื่อโลกยั่งยืน
4. Market Square พื้นที่กิจกรรม สาธิต ลองชิม และทดลองใช้สินค้าและบริการจริงก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ
ไฮไลต์พิเศษปีนี้ : Showcase พื้นที่จัดแสดงงานหัตถกรรมดีไซน์ร่วมสมัยจาก 4 วัสดุพื้นถิ่นไทย ได้แก่ กกจันทบูร กระจูด เตยปาหนัน และกล้วย ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
4. SX REPARTMENT STORE เปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นชุมชนแห่งการรวมพลังแห่งการ Reuse, Reduceและ Recycle ชวนทุกคนมาร่วมชอป ร่วมบริจาคของนอกสายตา นอกจากนี้เรียนรู้เรื่องการ Reuse และ Reduce ผ่านการทำ Workshop ฟรี จากพันธมิตรต่างๆ อาทิ ปันกัน, Mirror Upcycle, YouTH และ BAB ที่พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการส่งต่อสิ่งของและสร้างคุณค่าใหม่ไปด้วยกัน
กิจกรรมเด่นภายในงาน
1. งานสัมมนาและเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) ร่วมเจาะลึกแนวทางธุรกิจยั่งยืน พบกับงานสัมมนาจากเครือข่ายธุรกิจด้านความยั่งยืนชั้นนำในภูมิภาค อาทิ SX Global Forum เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก, TSCN Business Partner Conference 2026, Chief Sustainability Officer (CSO) Forum, Social Enterprise Forum และเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Matching)
2. SX SPOTLIGHT DAY ภายใต้หัวข้อ “ERA OF RESILIENCY : OPPORTUNITY IN A FRAGMENTED WORLD” ร่วมหาโอกาสจากความไม่แน่นอนในวันที่โลกกำลังแตกขั้ว กับ 4 วงเสวนา ตั้งแต่การวางกติกาที่ทำให้โลกกล้าฝากอนาคตไว้กับไทย การอยู่รอดในโลกแบ่งขั้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ไปจนถึงโอกาสของไทยในวันที่โลกย้ายฐานซัพพลายเชน โดยผู้กำหนดนโยบายและผู้นำภาคธุรกิจระดับประเทศ ในวันที่ 13พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.00-17.00 น. ณ PLENARY HALL และ Social Enterprise Forum (SE Forum) @ SX2026 ในวันที่ วันที่ 8พฤศจิกายน 2569 เวลา 9.00 – 16.00 น.
3. กิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พุทธศักราช 2470 – 2570) พร้อมด้วยคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา และคอนเสิร์ตการกุศลรอบพิเศษ พลังน้ำใจไทย
