เปิดวิสัยทัศน์ Tencent Thailand ทำอย่างไรให้เทคโนโลยีระดับโลกเข้าใจคนไทย

การแข่งขันในอุตสาหกรรมดิจิทัลวันนี้ไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนผู้ใช้งาน ความแม่นยำของอัลกอริทึม หรือความเร็วในการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทำความเข้าใจผู้ใช้แต่ละประเทศ และการนำเทคโนโลยีไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้จริง

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านทิศทางของ Tencent Thailand ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Tech for Good, Value for Users” ที่ต้องการวางตัวเองมากกว่าบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม แต่เป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลที่เติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้ ธุรกิจ และสังคมไทย

Sanook Hitech มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหาร Tencent Thailand ถึงแนวทางการทำงานในประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนาคอนเทนต์ของ WeTV บทบาทของ Sanook.com ไปจนถึง Tencent Cloud, และโครงการที่มุ่งสร้างสมดุลในการใช้เทคโนโลยีของครอบครัวไทย

tencentthjames_02_batchWenhui Yang Country Manager, Tencent Thailand

Localization ไม่ได้จบแค่การแปลภาษา

หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Tencent Thailand ย้ำคือ Deep Localization หรือการปรับผลิตภัณฑ์และบริการให้เข้ากับพฤติกรรม วัฒนธรรม และความต้องการของผู้ใช้ในประเทศนั้นอย่างลึกซึ้ง

Wenhui Yang Country Manager, Tencent Thailand อธิบายว่า การนำผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จจากประเทศหนึ่งมาใช้ในอีกประเทศแบบตรงไปตรงมา อาจไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้งานแต่ละตลาดมีปัญหาและความคาดหวังแตกต่างกัน หลักการทำงานจึงมีทั้งการปรับบริการให้เหมาะกับบริบทของไทย และการนำจุดแข็งของเครือข่าย Tencent มาสนับสนุนบุคลากร รวมถึงผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศ

ตัวอย่างหนึ่งคือการผลักดันคอนเทนต์ไทย โดยเฉพาะซีรีส์วายหรือ Boys’ Love ให้เข้าถึงผู้ชมในต่างประเทศผ่านเครือข่ายของ WeTV ซึ่งช่วยให้ผลงานจากไทยมีช่องทางไปสู่ตลาดระดับสากลมากขึ้น

โครงสร้างแบบกระจายอำนาจ ช่วยให้ทีมไทยตัดสินใจได้เร็วขึ้น

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือแนวทางบริหารแบบ Decentralized หรือการกระจายอำนาจให้แต่ละหน่วยธุรกิจสามารถตัดสินใจได้คล่องตัวขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น WeTV, Sanook, Tencent Cloud, หรือธุรกิจเกม แต่ละทีมสามารถพัฒนาบริการตามความต้องการของตลาดไทย โดยไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินใจจากส่วนกลางในทุกขั้นตอน

โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยให้ทีมในประเทศไทยตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ใช้และความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้รวดเร็วขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีและทรัพยากรของบริษัทระดับโลกมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ในประเทศได้ตรงจุดกว่าเดิม

WeTV ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพคอนเทนต์

สำหรับตลาดวิดีโอสตรีมมิง Tencent Thailand มองว่าการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่จำนวนคอนเทนต์หรือรูปแบบการนำเสนอเพียงอย่างเดียว แต่ความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มจะเกิดขึ้นได้จากคุณภาพและความสม่ำเสมอของเนื้อหา

WeTV จึงยังให้ความสำคัญกับ Content Quality พร้อมเลือกคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ชมในแต่ละกลุ่ม รวมถึงสนับสนุนผลงานจากประเทศไทยให้มีโอกาสเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการทำ Local Content ไม่ได้หมายถึงการผลิตเนื้อหาเพื่อผู้ชมในไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมองหาศักยภาพของคอนเทนต์ไทยที่สามารถเดินทางไปสู่ผู้ชมในภูมิภาคอื่นได้ด้วย

screenshot2569-07-30at14.2

Sanook.com ต้องเข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ในฝั่งสื่อดิจิทัล Tencent Thailand วางตำแหน่งให้ Sanook.com เป็นแพลตฟอร์มที่มีความ “Down-to-earth” หรือเข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และนำเสนอเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนไทย

จากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย Sanook มีผู้ใช้งานรายเดือนประมาณ 40 ล้านคน และมีผู้ติดตามรวมบนโซเชียลมีเดียประมาณ 20 ล้านคน โดยฐานผู้ใช้ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ครอบคลุมผู้ใช้งานหลายช่วงวัยและหลายภูมิภาคทั่วประเทศ

นอกจากบทบาทด้านข่าวสารและความบันเทิงแล้ว บริษัทยังนำแพลตฟอร์มมาใช้สนับสนุนวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น Taste for Thailand ที่ช่วยนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น

จากบริการเทคโนโลยี สู่โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจไทย

Tencent Thailand ยังต้องการขยายบทบาทจากการให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภค ไปสู่การเป็น Business Enabler หรือผู้สนับสนุนเบื้องหลังให้ภาคธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึงคือความร่วมมือระหว่าง Tencent Cloud และ CP Extra ในการนำระบบคลาวด์เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกทั้งแม็คโครและโลตัส ซึ่งมีเครือข่ายรวมมากกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ

ความร่วมมือลักษณะนี้แสดงให้เห็นบทบาทของระบบคลาวด์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดเก็บข้อมูล แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรองรับระบบขนาดใหญ่ การเชื่อมโยงข้อมูล และการขยายบริการให้ทำงานได้ต่อเนื่องในหลายพื้นที่

Beyond the Screen เปลี่ยนจากการห้ามเล่นเกม เป็นการสร้างความเข้าใจ

นอกจากบริการเชิงธุรกิจ Tencent Thailand ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบของเทคโนโลยีต่อครอบครัวและเยาวชน ผ่านโครงการ Beyond the Screen ซึ่งต่อยอดจากโมเดลที่เคยดำเนินการในประเทศสิงคโปร์ ก่อนนำมาปรับให้เหมาะกับบริบทของไทย

Rin ผู้บริหารฝ่าย Public Policy ของ Tencent Thailand มองว่า ปัญหาการใช้เกมหรืออุปกรณ์ดิจิทัลไม่ควรแก้ด้วยการออกคำสั่งห้ามเพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้เด็กหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้ปกครองมากขึ้น

แนวทางที่โครงการให้ความสำคัญคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้สมาชิกในครอบครัวได้พูดคุย ทดลองเล่นเกมร่วมกัน และทำความเข้าใจว่าเด็กได้รับประสบการณ์อะไรจากโลกดิจิทัล

เมื่อผู้ปกครองเข้าใจบริบทของเกมมากขึ้น ก็จะสามารถกำหนดขอบเขตและสร้างสมดุลในการใช้งานร่วมกับเด็กได้อย่างมีเหตุผล แทนที่จะมองเกมเป็นปัญหาเพียงด้านเดียว

tencentthlynn_01_batchคุณมนรวี อำพลพิทยานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เทนเซ็นต

ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

โครงการ Beyond the Screen ยังทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก เช่น มูลนิธิวันเสาร์ หรือ Saturday School รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับเยาวชน

Tencent Thailand มองว่า ปัญหาด้านการใช้เทคโนโลยีไม่สามารถแก้ได้โดยบริษัทเทคโนโลยีเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งครอบครัว โรงเรียน ภาครัฐ และภาคประชาสังคมในการออกแบบแนวทางร่วมกัน

ความท้าทายคือการสร้างความไว้วางใจในระยะยาว

เมื่อถามถึงทิศทางในอนาคต ภาพที่เห็นจากผู้บริหาร Tencent Thailand คือการเติบโตที่ไม่ได้มองเฉพาะจำนวนผู้ใช้งานหรือรายได้ แต่ให้ความสำคัญกับความไว้วางใจที่เกิดขึ้นระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ใช้

การสร้างความไว้วางใจดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพของคอนเทนต์ ความเหมาะสมของบริการกับตลาดไทย ความปลอดภัยในการใช้งาน ไปจนถึงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เทคโนโลยีมีต่อสังคม

ปิดท้ายก่อนจาก

จากเรื่องของยุทธศาสตร์ Tech for Good, Value for Users สะท้อนความพยายามของ Tencent Thailand ในการผสานความสามารถของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจผู้ใช้ในประเทศ

สิ่งที่คุณจะได้เห็นชัดเจนนอกจาเกมแล้วนั่นคือ WeTV และ Sanook ที่เน้นคอนเทนต์ซึ่งเข้าถึงผู้ใช้ไทย ขณะที่ฝั่งธุรกิจมี Tencent Cloud และ เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่วนด้านสังคมมีโครงการ Beyond the Screen ที่พยายามสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุล

ก้าวต่อไปของ Tencent Thailand จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มบริการใหม่เข้าสู่ตลาด แต่คือการพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีระดับโลกสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้ผู้ใช้ ธุรกิจ และชุมชนได้อย่างยั่งยืนเพียงใด