TGI ประกาศยุทธศาสตร์สู่ Industry 5.0 ในงาน 'TSMRS 2026'

สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) สถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดฉากงานสัมมนาและแสดงเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี ‘TGI Smart Manufacturing and Robotic Summit 2026’ (TSMRS 2026) ระหว่างวันที่ 3 – 4 กันยายน 2569 ณ สถาบันไทย-เยอรมัน นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ชูแนวคิด ‘Industry 5.0: Human-Centric, Sustainable, and Resilient’ ประกาศนโยบายเชิงรุกมุ่งเน้นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีอัจฉริยะควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หวังยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการจ้างผลิตสู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกยุคใหม่อย่างยั่งยืน

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร. อภิชาต ทองสุข กรรมการสถาบันไทย-เยอรมัน และประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Driving Thailand to Industrial 5.0’ โดย ดร. อภิชาต ได้เน้นย้ำใจความสำคัญว่า มนุษย์ยังคงเป็นหัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เทคโนโลยีควรทำหน้าที่เป็นเครื่องมือส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการทำงานของมนุษย์มากกว่าการเข้ามาทดแทน พร้อมเสนอให้ใช้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และกำลังคนเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและราคาพลังงาน

นายปรัชญา อินทรานุปกรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเท่านั้น แต่อยู่ที่การพัฒนาคนและกระบวนการผลิตให้สามารถสอดประสานกันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด สถาบัน TGI จึงได้วางนโยบายและวิสัยทัศน์ที่มุ่งผลักดันอย่างจริงจังในยุค Industry 5.0 โดยปรับเปลี่ยนบทบาทการทำงานจากการเป็นเพียงผู้จัดการฝึกอบรมทั่วไป (Training Provider) สู่การเป็น ‘Technology & Capacity Platform’ หรือแพลตฟอร์มในการสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและกำลังคนเชิงยุทธศาสตร์ ร่วมกับเครือข่ายสมาคมอุตสาหกรรมและภาคเอกชน โดยกำหนดทิศทางการดำเนินงานผ่าน 5 ภารกิจหลักเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้:

  1. Technology Transformation: เปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่การผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ (AI and Intelligence Automation)
  2. Future Skill: พัฒนาทักษะแห่งอนาคตสำหรับแรงงานไทย มุ่งเน้นความสามารถในการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ ปรับตัว และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  3. Industry-Education Integration: เชื่อมประสานและบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมจริง เพื่อออกแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการและป้อนกำลังคนเข้าสู่ระบบอย่างตรงจุด
  4. Industrial Services / Solutions: การบริการด้านอุตสาหกรรมที่ไม่จำกัดอยู่เพียงการจัดอบรม แต่เป็นการเข้าไปจับมือเป็นพันธมิตรกับโรงงานเพื่อร่วมแก้โจทย์ความท้าทายจริงในด้าน AX (Automation Transformation), DX (Digital Transformation) และ GX (Green Transformation)
  5. EEC Capability Platform: การใช้พื้นที่นำร่องในเขต EEC ในการเชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรม ได้แก่ การลงทุน เทคโนโลยี ทักษะกำลังคน การศึกษา และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อให้เป็นต้นแบบของการยกระดับปรับฐานเศรษฐกิจใหม่ (Geo-Economic) ของประเทศ

นายปรัชญา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงาน TSMRS 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่แสดงถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งผู้บริหาร ผู้ประกอบการ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 500 คนต่อวัน

ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย:

“ความสำเร็จของงาน TSMRS 2026 ในวันนี้ คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ TGI และเครือข่ายพันธมิตรในการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง คำถามของประเทศในอีก 5-10 ปีข้างหน้า จะไม่ใช่เรื่องจำนวนคนที่จบหลักสูตรฝึกอบรม แต่คือประเทศไทยสามารถเป็นเจ้าของขีดความสามารถทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอะไรได้บ้าง ซึ่ง TGI พร้อมที่จะเป็นแพลตฟอร์มกลางในการนำพาผู้ประกอบการไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าวด้วยกันอย่างมั่นคง” นายปรัชญา กล่าวสรุป


เกี่ยวกับสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI)
TGI ไม่ใช่แค่ฝึกอบรมแต่เป็นพาร์ทเนอร์ในการให้บริการที่ครบวงจร พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทย สู่อุตสาหกรรมอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะ
website: www.tgi.or.th