เสียดายโอกาสหุ้น THAI


คงจะจดจำกันได้ หุ้นการบินไทยหลังกลับมาซื้อขายกันใหม่ตั้งแต่ 4 ส.ค. 68 เคยทำราคาปิดสูงสุดถึง 17.80 บาท เมื่อ 14 ส.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งหากคิดตามมาร์เก็ต แคป ก็จะมีมูลค่ารวมถึง 503,798 ล้านบาท

จากวันนั้นถึงวันนี้ หุ้น THAI ย่อตัวลงมาเหลือแค่ 5.55 บาท มาร์เก็ต แคป ก็หดตัวตามลงมา เหลือเพียง 157,083 ล้านบาทเท่านั้น  น่าเสียดายแทนผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิเพิ่มทุน และเจ้าหนี้เดิมที่แปลงหนี้เป็นทุนในราคาต่ำ

หุ้นเพิ่มทุน ขายในราคา 4.48 บาท/หุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิม : 4.5 หุ้นใหม่ และราคาแปลงหนี้เป็นทุน ที่เจ้าหนี้ได้รับ คือ 2.5452 บาท/หุ้น จำนวนที่แปลงฯ ทั้งสิ้นคือ 20,989,446,278 หุ้น  

การที่ราคาหุ้น THAI ปรับตัวขึ้นมากภายหลังกลับเข้ามาเทรด ก็เพราะมีการล็อก-อัพหุ้นในส่วนเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้ฯ ให้ขายหุ้นได้เพียง 25% จากหุ้นแปลงหนี้เป็นทุนทั้งสิ้น 26,402 ล้านหุ้น หรือเพียง 6,600 ล้านหุ้นเท่านั้น

หลังจาก 6 เดือน จึงสามารถขายหุ้น 75% ที่เหลือ ซึ่งครบกำหนดเมื่อ 4 ส.ค. 69 ที่ผ่านมานี้ จึงเป็นอันว่าปัจจุบันหุ้น THAI ไม่มีล็อกอัพแล้ว ราคาก็อ่อนตัวลงมาตามลำดับ

นี่เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้น THAI อ่อนตัวจากปัญหาดีมานด์-ซัพพลายของปริมาณหุ้นในตลาด แต่ปัจจัยนอกสาเหตุของดีมานด์-ซัพพายก็มีส่วน 

นั่นคือการฟ้องร้องคดีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นซ้ำซ้อน และการขอคุ้มครองชั่วคราว ที่ผู้ถือหุ้น 5 ราย ฟ้องขอเพิกถอนมติ AGM เมื่อ 23 ธ.ค. 68 และขอศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามบอร์ด 9 คนที่แต่งตั้งใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่

ช่วงนั้น ราคาหุ้น THAI เคลื่อนไหวในระดับ 8-9 บาท แต่พอมีการฟ้องร้องคดี และศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ราคาก็หลุดลงมาเป็นลำดับถึงใต้ระดับ 7 บาท เพราะการบินไทยที่เพิ่งออกจากแผนฟื้นฟู เริ่มมีปัญหาความเสี่ยงจากคดีความในศาล

แต่พอ 6 ม.ค. 2569 ศาลสั่งยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราว ราคาหุ้น THAI วันนั้น ตอบสนองทันที สามารถปรับตัวขึ้นได้ทันทีราว 6% นั่นแสดงให้เห็นว่า คดีที่มีการวางแผนให้บุคคลซื้อหุ้นแค่ 100-200 หุ้นไปฟ้องล้มมติ AGM และขอการคุ้มครองชั่วคราว มีผลต่อราคาหุ้น THAI จริง ๆ 

แต่หลังจากนั้นมา ราคาหุ้น THAI ก็ไม่เคย กลับไปยืนราคาเก่าได้เลย อย่าว่าแต่ราคาเหนือระดับ 10 บาทที่เคยทำได้เลย ราคาหลุดต่ำระดับ 7 บาทลงมา และต่ำกว่าระดับ 6 บาทในทุกวันนี้

นั่นเป็นเพราะคดีความยังไม่จบ แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องว่า การประชุม AGM ในวันที่ 19 ธ.ค. 68 ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับบริษัท ไม่เป็นการประชุมสามัญซ้ำซ้อนแล้ว แต่โจทก็ยังยื่นอุทธรณ์ นั่นหมายถึงคดีความยังไม่สิ้นสุด

นั่นแสดงว่า ความเสี่ยงในการบริหารงานการบินไทย ก็ยังมีอยู่ ต้องรอคดีความถึงที่สุด ซึ่งยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน

อีกเรื่องหนึ่งที่น่ากังวลสำหรับราคาหุ้นการบินไทย ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ววันมานี้ก็คือ การบริหารงานผิดพลาดในเรื่องของสัมภาระ คลังสินค้า ตารางการบินที่ล่าช้า และการงดเที่ยวบิน อันเป็นข่าวฉาวโฉ่ สร้างประวัติด่างพร้อยให้การบินไทยไปทั่วโลก

แม้บอร์ดการบินไทยจะแก้ปัญหาลุล่วงไปแล้วโดยการสั่งพักงานซีอีโอการบินไทย และจัดการเคลียร์กระเป๋า สัมภาระกว่า 1.2 หมื่นชิ้นส่งคืนผู้โดยสารไปแล้ว และสามารถคลี่คลายวิกฤตการบินไทยจนกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ในเวลาไม่เกิน 10 วัน

แต่ก็ยังมีความวิตกกังวลกันอยู่ว่า บาดแผลครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ไม่แน่ใจว่าจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากนักลงทุนไทยและเทศอีกหรือไม่

วิบากกรรมหุ้นการบินไทย ยังคงมีอยู่ น่าเสียดายผลสำเร็จจากการฟื้นฟูจนกลับมามีตัวตนอีกครั้งได้