อ่อนช้อยนางรำ สู่คาร์ดิโอสไตล์ไทย รู้จัก Thai Fit Studio

อ่อนช้อยนางรำ เป็นภาพจำของนาฏศิลป์ไทยที่คนส่วนใหญ่นึกถึง นิ้วจีบ วงแขนนุ่มนวล และท่วงท่าที่ดูสวยแต่ไกลตัว ทว่า Thai Fit Studio นำท่าเหล่านี้มาเป็นคลาสออกกำลังกายที่ทำเหงื่อออกจริง ผสมผสานท่ารำไทย ดนตรีไทยที่ใส่อิเล็กทรอนิก และคำแนะนำจากแพทย์กับนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

Thai Fit Studio

จากโรงเรียนนาฏศิลป์ สู่สตูดิโอออกกำลังกาย

ผู้ก่อตั้ง Thai Fit Studio คือ ครูดิว-ขจิตธรรม พาทยกุล ทายาทรุ่นที่สามของโรงเรียนดนตรีและนาฏศิลป์พาทยกุล เธอเห็นว่าระยะห่างระหว่างคนรุ่นใหม่กับศิลปวัฒนธรรมกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังจบปริญญาโทด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน ซึ่งจุดประกายให้ต่อยอดสิ่งที่ครอบครัวมีอยู่ ในช่วงเดียวกับที่กระแสดูแลสุขภาพกำลังมาแรง

โจทย์หลักของเธอคือทำให้ศิลปะเข้าใกล้คนมากขึ้น ไม่ให้อยู่บนหิ้ง ไม่น่ากลัว และไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปินหรือคนอนุรักษ์นิยมถึงจะทำได้

เมื่อถามว่าการนำรำไทยมาใส่ทำนองอิเล็กทรอนิกสะเทือนวงการนาฏศิลป์หรือไม่ เธอตอบว่าตนเองอยู่ในวงการมาตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ในวงการจึงรู้ว่าสิ่งที่ทำเป็นศาสตร์ใหม่ ไม่ได้มาลบล้างของเก่าที่ยังงดงามและมีคุณค่า และได้รับกำลังใจกับความเห็นที่ดีมาตลอด เธอยังเตือนตัวเองว่าไม่ควรดูถูกคำทักท้วงของผู้ใหญ่ เพราะแต่ละข้อมีเหตุผล

Thai Fit Studio3 11zon

ท่ารำที่ผ่านการตรวจสอบด้วยสรีรศาสตร์

ก่อนเปิดคลาส ครูดิวนำท่ารำและระบำตั้งแต่หัวจรดเท้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยา ได้ข้อมูลประโยชน์และโทษของแต่ละท่า เช่น

ครูดิวอธิบายว่าท่ารำไทยจริงๆ มีข้อจำกัดเรื่องความอ่อนช้อยและระยะเวลาที่เหมาะสม ทีมจึงต่อยอดท่ารำด้วยหลักสรีรศาสตร์ จนเกิดเป็นท่ารำเฉพาะของ Thai Fit จากนั้นร่วมกับนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจัดสรรเวลาของคลาสเป็น 3 ช่วง

  1. Warm up (10 นาที) แนะนำท่าที่จะใช้ทั้งหมดในคลาส
  2. Training (30–40 นาที) ทำซ้ำๆ แบบคาร์ดิโอ มีการกระโดดไปมา
  3. Cool down (10 นาที) ยืดเส้น

ผู้เขียนต้นฉบับเตือนว่าคนที่คิดว่าจีบมือซ้ายตั้งวงมือขวาจะง่ายและไม่เมื่อย คือสบประมาทคาร์ดิโอสัญชาติไทยเข้าแล้ว โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จะรู้สึกปวดเมื่อยจากกล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้

Thai Fit Studio2 11zon

3 คลาส 3 บุคลิก

Thai Fit แบ่งคลาสเป็น 3 รูปแบบให้เลือกตามความชอบ

แม้ท่วงท่าต่างกัน แต่ผลที่ได้เหมือนกัน คือประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ทำงานสัมพันธ์กันตามการย่างก้าวและเอียงตัว ผู้เขียนระบุว่าสติและสมาธิจากการตามท่าให้ทันช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับความจำได้ ตามที่ผู้ให้สัมภาษณ์อธิบาย และยังได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ข้อมือ นิ้วมือ นิ้วเท้า และข้อต่อเล็กๆ ซึ่งการออกกำลังกายประเภทอื่นแทบไม่แตะ

ครูดิวบอกว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ท่าสวย แต่คือการสำรวจตัวเอง หากครูพบว่าไหล่หรือสะโพกของผู้เรียนไม่เท่ากัน จะให้การบ้านเป็นท่าที่เหมาะ เช่น ท่าขยำข้าวเหนียวสำหรับคนสะโพกไม่เท่ากัน

เพลงที่ทำขึ้นเอง จังหวะ 120 BPM

เพลงในคลาสทั้งหมดเป็นผลงานใหม่ของครูดิวและอัศจรรย์ คอลเลคทีฟ (Assajan Collective) ซึ่งเป็นทีมที่ช่วยงานสื่อสารของสตูดิโอ เพราะเพลงทั่วไปในตลาดใช้ไม่ได้ เพลงส่วนใหญ่เป็นดนตรีไทยที่ใส่อิเล็กทรอนิก มีลักษณะเหมือนแอมเบียนต์ แต่ปรับให้มีบีตมากขึ้น

สิ่งที่ครูดิวให้ความสำคัญที่สุดคือจังหวะและอารมณ์ของเพลงต้องเหมาะกับแต่ละช่วงของคลาส เช่น ช่วง Training ใช้จังหวะ 120 BPM ให้สอดคล้องกับอัตราการเต้นของหัวใจ รายละเอียดของแต่ละคลาสมีดังนี้

Thai Fit Studio1 11zon

ครูผู้สอนต้องไม่ใช่แค่รำเป็น

ครูของ Thai Fit ต้องรำไทยได้ดีและสอนเป็น ที่สำคัญคือเปิดใจรับสิ่งใหม่ ครูดิวอธิบายว่ารำไทยปกติทำท่าเดียวต่อเนื่องทั้งเพลง แต่ Thai Fit ต้องทำซ้ำ และองศาของท่าก็ต่างจากที่ครูเคยเรียน ในช่วงแรกครูหลายคนจึงรู้สึกขัดตัวขัดใจ

ความท้าทายของธุรกิจที่ยังไม่มีตลาดอ้างอิง

ตามบทสัมภาษณ์ ความท้าทายไม่ได้มีแค่ทัศนคติของคนในสังคมต่อการต่อยอดของเก่า แต่คือตลาดที่ใหม่มาก ไม่มีข้อมูลอ้างอิงเรื่องลูกค้า ความต้องการ หรือราคา ทีมงานต้องทำการบ้านหนัก ครูดิวเล่าว่าโชคดีที่ส่งแผนธุรกิจเข้าประกวดโครงการสุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทยของธนาคารออมสิน ซึ่งช่วยให้ค่อยๆ พัฒนาธุรกิจต่อมา

เธอมองว่าคนไทยมีทุนทางวัฒนธรรมมหาศาล ไม่ใช่แค่ศิลปะ ร่ายรำ ดนตรี แต่รวมถึงอาหารด้วย และ Thai Fit อาจเป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่ใช้ทุนเหล่านี้ยืนด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งวัฒนธรรมอื่น ในช่วงที่สัมภาษณ์ สตูดิโอได้รับความสนใจจากแบรนด์ บริษัท และสถานทูตหลายประเทศที่เปิดโอกาสให้เผยแพร่งาน

ลองทำเองที่บ้านสองท่า

ครูเฟี้ยว-มาดาพร น้อยนิตย์ และครูปีโป้-ปรียานุช ประมูลกิจ แนะนำท่าสำหรับคนทำงานออฟฟิศไว้สองท่า

ท่าเหล่านี้เป็นคำแนะนำจากครูผู้สอนที่ปรากฏในบทสัมภาษณ์ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือข้อจำกัดทางร่างกายควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สิ่งที่ Thai Fit ชวนให้มองใหม่

เรื่องของ Thai Fit ทำให้เห็นว่าอ่อนช้อยนางรำไม่ใช่ภาพที่ต้องเก็บไว้บนเวทีหรือในห้องสอบนาฏศิลป์ แต่ปรับเป็นการออกกำลังกายที่เข้าถึงคนทั่วไปได้ โดยยังเคารพที่มาของท่ารำ ครูดิวสรุปว่าอะไรที่สร้างสรรค์จริงก็คือสร้างสรรค์ และอะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เธอใช้ตัดสินงานของตัวเอง

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ CloudPang