ThaiBMA ชี้บอนด์ยีลไทย 10 ปี พุ่งแตะ 2.37% คาด Q4 ทรงตัว-กนง.คงดอกเบี้ย 1%

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยอยู่ที่ 18.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 2.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล
สำหรับตราสารหนี้ภาคเอกชน ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 มีมูลค่าคงค้าง 4.5 ล้านล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปี 2568 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าคงค้างลดลงมาก ได้แก่ PROPERTY, BANK และ ICT สะท้อนความต้องการระดมทุนที่ลดลง ขณะที่บริษัทบางส่วนหันไปใช้การระดมทุนจากต่างประเทศแทน
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว หรือหุ้นกู้ มีมูลค่ารวม 629,662 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้ออกที่มีอันดับเครดิตสูงยังสามารถเสนอขายหุ้นกู้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกหุ้นกู้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY, FINANCE และ PROPERTY ตามลำดับ
ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ ในไตรมาส 3/2569 นักลงทุนต่างชาติขายตราสารหนี้ไทยสุทธิ 39,309 ล้านบาท จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยสุทธิ 9,210 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการขายพันธบัตรระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังมีการซื้อสุทธิพันธบัตรระยะยาวประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ไทยสะสม ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 9.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 5% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย ขณะที่ตราสารหนี้ไทยที่นักลงทุนต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.4 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี ณ สิ้นปี 2568
สำหรับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Government Bond Yield Curve) ปรับตัวสูงขึ้นและมีความชันเพิ่มขึ้นในลักษณะ Bear Steepening โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าระยะสั้น จากความกังวลด้านเงินเฟ้อและการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 จำนวน 26, 52 และ 71 basis points (bps) มาอยู่ที่ระดับ 1.39%, 1.80% และ 2.37% ตามลำดับ
ขณะที่อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับพันธบัตรรัฐบาล โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 18-41 bps ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 หุ้นกู้อายุ 5 ปี อันดับเครดิต AAA, AA, A และ BBB+ มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.06%, 2.45%, 2.71% และ 4.19% ตามลำดับ
ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปี 2569 ผลสำรวจความคิดเห็นผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ตลอดช่วงที่เหลือของปี
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปี และ 10 ปี คาดว่า ณ สิ้นไตรมาส 4/2569 จะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับระดับสิ้นไตรมาส 3 โดย Bond Yield อายุ 5 ปี คาดอยู่ในกรอบ 1.77-1.86% ขณะที่อายุ 10 ปี คาดอยู่ในกรอบ 2.33-2.47%
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ รวมถึงแผนการระดมทุนของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยในช่วงที่เหลือของปี