อนุทินเปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 อุปทูตอู๋อวยพร ขอให้ประสบผลสำเร็จหวานชื่นดุจบทเพลง "เถียนมีมี่"
อนุทินเปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 อุปทูตอู๋อวยพร ขอให้ประสบผลสำเร็จหวานชื่นดุจบทเพลง “เถียนมีมี่”
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และสมาคมวิสาหกิจจีนประจำประเทศไทย จัดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ภายใต้แนวคิด Investing for the Future, Growing Together โดยมีภาคเอกชนของไทยและจีนจำนวนมาก นำเสนอบูธแสดงสินค้าและบูธจับคู่ธุรกิจ รวมถึง มี่เสวี่ย, UBTECH, ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน, หัวเว่ย และกว่างโจว ออโตโมบิล กรุ๊ป (GAC) จากจีน ขณะที่ฝั่งไทย มีกระทิงแดง, ซีพี (ไก่ย่างห้าดาว), ยูโรฟู้ด และบริษัท ซี แวลู จำกัด ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์
ควบคู่กับนิทรรศการจัดหางาน (Job Fair) และซุ้มจากองค์กรการศึกษา (Education Fair) จากทั้งสองประเทศ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 กรกฎาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี นับเป็นการจัดงานสืบเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน เมื่อปีที่ผ่านมา

พิธีเปิดงานเริ่มขึ้นด้วยการแสดง หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ของบริษัทชั้นนำด้านหุ่นยนต์ของจีน ได้แก่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลจิสติกส์จาก Agibot และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลจิสติกส์ รวมถึงหุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะจาก AiMOGA จากนั้น เมื่อเวลา 16.35 น. นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสองประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยได้ขยายพื้นที่และเพิ่มกิจกรรมพื้นที่การให้คำปรึกษา (Consultation Zone) ซึ่งมี 9 หน่วยงานภาครัฐ ร่วมให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การประกอบธุรกิจและการอำนวยสะดวกแก่นักลงทุนแบบครบวงจร
งานในปีนี้ยังมีนิทรรศการจัดหางานจากบริษัทชั้นนำของไทยและจีน 47 บริษัท เปิดรับสมัครงานมากกว่า 3,000 อัตรา เพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงานและพัฒนาบุคลากรให้สอดล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ พร้อมกันนี้ ยังมีนิทรรศการการศึกษา ที่รวบรวมมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนกว่า 20 แห่ง นำเสนอทุนการศึกษามากกว่า 2,000 ทุน

นายพจน์กล่าวว่า สำหรับการจัดงานในปีนี้ มีผู้ประกอบการจากไทยและจีนเข้าร่วมรวม 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ และศักยภาพของเวทีแห่งนี้ในการเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนด้วย
ต่อมา นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวถ้อยแถลงว่า ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน ครั้งที่ 1 ได้จัดขึ้นสำเร็จลุล่วงด้วยดีตามข้อริเริ่มของกลไกการประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่น แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ปีนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ยุคทอง 50 ปีถัดไป ของความสัมพันธ์ไทย-จีน ทั้งสองฝ่ายกำลังร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน เพื่อเพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพให้กับสันติภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ในการพบปะกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ย้ำชัดว่า จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทยในระดับต้นๆ ของการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน และพร้อมจะเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ของไทยเสมอ

การที่นายกรัฐมนตรีอนุทินเพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนจีนอย่างสมบูรณ์แบบ และให้เกียรติมาร่วมพิธีเปิดงานในวันนี้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความสำคัญที่รัฐบาลไทยมีต่อการพัฒนาความสัมพันธ์และการเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายที่จะจับมือเติบโตและสร้างอนาคตร่วมกัน เราเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์ไทย-จีน จะทวีความสดใหม่ มีชีวา และเป็นแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งให้กับการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย ตลอดจนสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคต่อไป
นายอู๋กล่าวว่า บนจุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์นี้ งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน แบกรับภารกิจสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและแสวงหาการพัฒนาร่วมกัน ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแบ่งปัน 3 ความคาดหวัง ดังนี้ ประการแรก มุ่งสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานมหกรรมนี้จะช่วยให้วิสาหกิจจีนเข้าใจทิศทางนโยบายและโอกาสทางการตลาดของไทยอย่างแม่นยำ เสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุน และยกระดับการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำคัญให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้รับรู้ถึงข้อเรียกร้องของภาคเอกชนจีน เพื่อปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่ระบบนิเวศการพัฒนาที่ภาครัฐและเอกชนส่งเสริมและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ประการที่สอง มุ่งสร้างแพลตฟอร์มการกระชับความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรม หวังว่างานนี้จะช่วยส่งเสริมการประสานประโยชน์ทางอุตสาหกรรมระหว่างไทยและจีน หนุนให้วิสาหกิจจีนเพิ่มการจัดซื้อในท้องถิ่น การวิจัยและพัฒนาในท้องถิ่น รวมถึงการบ่มเพาะบุคลากรในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคและระดับโลก ดึงจุดเด่นของกันและกันมาเติมเต็มกันเพื่อเติบโตไปด้วยกัน
ประการที่สาม มุ่งสร้างแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชน หวังว่างานนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เพื่อนชาวไทยได้เข้าใจความสำเร็จและโอกาสจากการพัฒนาความทันสมัยแบบจีนอย่างลึกซึ้ง และทำให้ภาคเอกชนจีนเข้าใจสภาพแวดล้อมทางตลาด ศักยภาพทางอุตสาหกรรม และโอกาสการลงทุนในไทยอย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับความเข้าใจ ความไว้วางใจ และตอกย้ำรากฐานทางสังคมและมวลชนให้มิตรภาพไทย-จีน มั่นคงยั่งยืน
“สุภาษิตจีนโบราณกล่าวไว้ว่า ผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ต่อให้ห่างไกลหมื่นลี้ ก็เหมือนอยู่ใกล้ชิดกัน (志合者,不以山海为远) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมที่จะจับมือกับรัฐบาลไทยและทุกภาคส่วน ผลักดันให้งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน มีคุณภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น รวบรวมพลังแห่งการพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน และร่วมกันเขียนบทใหม่ของมิตรภาพไทย-จีน ให้โชติช่วงต่อไป” นายอู๋กล่าว
นายอู๋กล่าวอีกว่า ขออำนวยพรให้ Thailand–China Cooperation Expo 2026 จนประสบผลสำเร็จและสามารถที่จะสร้างผลลัพธ์ที่จะให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้สึกหวานชื่น เหมือนกับเพลงเถียนมีมี่ ที่นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ให้เกียรติไปร้องที่งานเลี้ยงของนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีนด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงานว่า งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและไทย ซึ่งกำลังก่อตัวเพื่อให้เกิดความมั่นคง แข็งแกร่งและความสนับสนุนซึ่งกันและกัน ภายใต้ความเป็นพี่น้องและครอบครัวเดียวกัน ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เราต้องกำหนดท่าทีและทิศทางความร่วมมือเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
“ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนานและมีความผูกผันที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ทำให้ทั้งสองประเทศมีความเข้าใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและพร้อมยกระดับความสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ร่วมกันตลอดเวลาที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้ว สองประเทศได้ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้ ไทยและจีนมีความสัมพันธ์กันมายาวนานถึง 1,000 ปี ซึ่งคนไทยจำนวนมากก็มีเชื้อสายจีนเช่นกัน” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับมาจากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยได้ไปเข้าร่วมงานพิธีเปิดสำนักงานบีโอไอ ที่นครเฉิงตู และการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ทำให้เห็นว่า การหาความร่วมมือกับจีนเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นประเทศอยู่ใกล้เคียงและมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน นอกจากนั้น ในการเยือนครั้งนี้ ได้พบว่า จีนได้ลงทุนทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเต็มที่ จึงทำให้พัฒนาสินค้าให้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไทยจำเป็นต้องให้ความร่วมมือ และเรียนรู้เป็นกรณีศึกษาให้เกิดขึ้นกับไทยเช่นกัน
“ไทยต้องแสวงหาหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการเยือนที่ผ่านมา ก็ได้พบกับบริษัทชั้นนำของจีน ซึ่งได้แสดงความเชื่อมั่นกับไทยและยินดีที่จะเข้ามาลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างเศรษฐกิจร่วมกับไทย ซึ่งไทยก็ได้แสดงศักยภาพในเรื่องนี้ ทั้งยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างกันด้วย” นายอนุทินกล่าว
พร้อมกล่าวว่า ไทยต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงจากฝ่ายจีน โดยไทยสามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดในการสร้างห่วงโซ่อุปทานของตนเองได้ในเวลาต่อมา ซึ่งก็จะถือเป็นประโยชน์สูงสุดของไทย และย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อจะได้มีการผลิตสินค้าในไทยและส่งออกไป ระหว่างการเยือนจีน มีนักธุรกิจไทยจำนวนมากเดินทางร่วมคณะเพื่อไปลงทุน และหาพันธมิตรทางการค้าในจีนด้วย
“งานในวันนี้จะทำให้คนไทยได้เข้าถึงและรับทราบถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า และเป็นโอกาสที่ทำผู้ประกอบการทั้งหลายมีโอกาสมาพบกัน สร้างพันธมิตรทางธุรกิจและขยายความสัมพันธ์ร่วมกันจากระดับประเทศสู่ท้องถิ่น โดยทางรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการลงทุนและสร้างพันธมิตรทางการค้าระหว่างไทยและจีนอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น บีโอไอยังมีโครงการ Fastpass สนับสนุน” นายอนุทินระบุ
นายอนุทินกล่าวว่า งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ ที่ทรงคุณค่า ซึ่งทางรัฐบาลจะให้การสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และจัดการกับอุปสรรคเพื่อให้ภาคเอกชนได้รับความสะดวกมากที่สุด ตลอดจนรับรองความปลอดภัยในประเทศ และทิ้งท้ายว่า มิตรภาพไทย-จีนยั่งยืนถาวร