ไทยจับมือ Thailand Policy Lab ยกระดับบริการภาครัฐสู่มาตรฐานสากล หนุนเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD พร้อมเปิดตัวดัชนีชี้วัดความพร้อมรับมืออนาคต

  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. หน้าต่างสังคม 

ไทยจับมือ Thailand Policy Lab ยกระดับบริการภาครัฐสู่มาตรฐานสากล หนุนเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD พร้อมเปิดตัวดัชนีชี้วัดความพร้อมรับมืออนาคต

เผยแพร่: 19 ส.ค. 2569 18:56   ปรับปรุง: 19 ส.ค. 2569 18:56   โดย: ทีมข่าวคุณภาพชีวิต



ไทยผนึกกำลังระดับโลก ชูบริการภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเปิดผลดัชนีชี้วัดจุดแข็ง–จุดท้าทายของระบบราชการไทย มุ่งนำข้อเสนอแนะและมาตรฐานสากลของ OECD มาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

Thailand Policy Lab (ห้องปฏิบัติการนโยบายประเทศไทย) ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จัดโครงการเรียนรู้ระดับสูงเพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมผสานมาตรฐานระดับสากลเพื่อสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้แทนสมาชิกรัฐสภา ผู้บริหารระดับสูง และผู้นำการกำหนดนโยบายกว่า 70 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมออกแบบการบริการสาธารณะที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ โดยมุ่งเน้นการนำ "ข้อเสนอแนะของ OECD ว่าด้วยบริการภาครัฐที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง" มาปรับใช้จริงในหน่วยงานภาครัฐของไทย

ในงานนี้ คุณดิเนช ไนดู (Dinesh Naidu) ผู้อำนวยการฝ่ายองค์ความรู้ จาก Chandler Governance Group (CGG) ได้เปิดตัวเครื่องมือชี้วัดความพร้อมของภาครัฐ ที่ UNDP และสถาบัน Chandler Governance Group (CGG) ร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยดัชนีธรรมาภิบาลแชนด์เลอร์ (CGGI) ประจำปี 2569 ระบุว่าไทยอยู่ในอันดับ 58 ของโลก


โดยมี จุดแข็งที่ก้าวหน้าชัดเจน: เสาหลักด้าน การช่วยให้ผู้คนก้าวไปข้างหน้า (Helping People Rise) ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และโอกาสทางเศรษฐกิจ มีคะแนนเพิ่มขึ้นสูงสุดของไทย และเสาหลัก สถาบันที่เข้มแข็ง (Strong Institutions) มีพัฒนาการดีขึ้น

จุดท้าทายที่ต้องเร่งพัฒนา: เสาหลัก การบริหารจัดการทางการเงิน (Financial Stewardship) แม้ยังคงติดอันดับสูงที่ 18 ของโลก แต่มีคะแนนลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่เผชิญความท้าทายด้านหนี้สาธารณะ ขณะที่เสาหลัก การเป็นผู้นำและการมองการณ์ไกล (Leadership & Foresight) ยังอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างต่ำ (อันดับ 108 ของโลก)

ส่วน คุณนีฟ คอลิเออร์-สมิธ (Niamh Collier-Smith) ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP) ย้ำว่า จุดแข็งของโครงการนี้คือการบูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยแต่ละฝ่ายจะนำสิ่งที่ตนเชี่ยวชาญมาสนับสนุนร่วมกัน ทั้งนี้ บริการสาธารณะที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ได้สะท้อนผ่านแค่โครงสร้างหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่สัมผัสได้จากประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อภาครัฐ


คุณสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการยกระดับความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านการให้บริการและการวางแผนนโยบาย โดยใช้เครื่องมือของ Thailand Policy Lab ประมาณ 2–3 เครื่องมือ เพื่อสร้างประสบการณ์จริง ฝึกกระบวนการคิด การออกแบบ และการแก้ปัญหาโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางให้กับข้าราชการ เพื่อให้สามารถกลับไปปรับปรุงและยกระดับงานของตัวเองให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น

ส่วนคุณฑิฟฟาณี เชน ผู้จัดการโครงการ Thailand Policy Lab บอกว่า ระหว่างการอบรมได้ใช้เครื่องมือการออกแบบบริการโดยทำความเข้าใจมุมมองประชาชน (Persona) และจุดที่เข้าถึงบริการได้ยาก (Pain Point) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายและหน่วยงานภาครัฐประมาณ 15 แห่งที่เข้าร่วมพร้อมจะต่อยอดความร่วมมือเพื่อทำนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยจะร่วมมือกับ UNDP Global ดำเนินการจัดทำดัชนีธรรมาภิบาลที่พร้อมรับอนาคตในเอเชียและแปซิฟิก (Future Ready Government Index) (FRGI) เพื่อประเมินความพร้อมและวางแผนการพัฒนาของประเทศไทยต่อไป