The all-new electric GLC ไฟฟ้า SUV - รถเปิดตัวใหม่ |
The all-new electric GLC รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด พร้อมระบบ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เทคโนโลยี 800 โวลต์ วิ่งไกล 616 กิโลเมตร
The all-new electric GLC
The all-new electric GLC พัฒนาขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม MB.EA-M (Mercedes-Benz Electric Architecture for Mid-Size Vehicles) แพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ซีดานและเอสยูวีขนาดกลาง มาพร้อม
รหัสตัวถัง X540 ซึ่งถือเป็นโมเดลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ GLC ในรหัส X254 เจเนอเรชันที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน โดยมาพร้อมการออกแบบที่สะท้อน Iconic Design ยุคใหม่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของรถยนต์ที่ทำให้แนวคิด “Sensual Purity” ก้าวไปสู่อีกขั้น
โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่
The all-new electric GLC รุ่นประกอบในประเทศไทย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ All-wheel drive และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ PSM ล้อหน้าและล้อหลัง มีพละกำลังสูงสุด 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร
- ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.7 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
- ติดตั้งระบบส่งกำลังแบบ 2 จังหวะ (Two-speed transmission) เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าในทุกช่วงความเร็ว
- พร้อมระบบควบคุมอัจฉริยะที่จะทำหน้าที่เปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในแต่ละสถานการณ์ ส่งผลให้ The all-new electric GLC มีความโดดเด่นในเรื่องอัตราสิ้นเปลืองพลังงานด้วยตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 15-16 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร
- ติดตั้งแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ (800V)
- ความจุ 85 kWh ระยะทางการขับขี่สูงสุด 616 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
- รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC Charging) สูงสุด 320 kW ทำให้การชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลังจะสามารถขับขี่ได้ไกลเพิ่มขึ้นถึง 255 กิโลเมตร และสามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ในระยะเวลา 22 นาที
- การชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charging) รองรับสูงสุดที่ 22 kW โดยการชาร์จจาก 0-100% จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 45 นาที
การออกแบบ The all-new electric GLC
โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Mercedes-Benz iconic grille with illuminated panel ประกอบไปด้วยไฟ LED เรืองแสงทั้งหมด 942 จุด มาพร้อมชุดแต่ง AMG Line plus และ Night Package ติดตั้งไฟหน้า DIGITAL LIGHT เจเนอเรชันใหม่ ผสานเทคโนโลยี Micro-LED ที่ให้ทั้งความสว่างและความคมชัดของแสงที่มากขึ้น ในขณะที่ใช้พลังงานลดลงกว่า 50% พร้อมติดตั้งไฟสูงแบบ ULTRA RANGE High Beam ทำงานร่วมกับไฟเลี้ยวตามโค้งแบบ Cornering Light ช่วยในเรื่องของวิสัยทัศน์และความแม่นยำในการมองเห็น
หลังคากระจก Panoramic roof และระบบควบคุมความเข้มของแสงแบบ SKY CONTROL สามารถปรับระดับความโปร่งใสได้ 3 รูปแบบ ทั้งแบบใส (Clear) แบบทึบแสง (Opal) และแบบลายเส้น (Motif) ซึ่งเปลี่ยนโหมดผ่านเทคโนโลยี Liquid Crystal นอกจากนี้ยังมีการเคลือบชั้นผิวแบบพิเศษทำให้ช่วยลดความร้อนจากรังสีอินฟราเรด (IR) และป้องกันรังสี UV ได้กว่า 99.9%
ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) บริเวณฝากระโปรงหน้า สามารถเก็บสัมภาระได้ถึง 128 ลิตร ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 570 ลิตร และเมื่อพับเบาะนั่งจะมีความจุสูงสุดถึง 1,740 ลิตร
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ The all-new electric GLC คือการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลภายในห้องโดยสาร ผ่านหน้าจอ MBUX HYPERSCREEN ขนาด 39.1 นิ้ว ดีไซน์แบบ Seamless ทอดยาวต่อเนื่องตลอดแนวคอนโซลหน้า ควบคุมการทำงานผ่านระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) พร้อมเทคโนโลยี AI-driven superbrain powering และระบบ MBUX Virtual Assistant
ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่ใช้การประมวลผลแบบ Multi-Agent Approach ซึ่งทำหน้าที่เลือกความสามารถของ Generative AI จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทั้ง Microsoft Bing, ChatGPT 4 และ Google Gemini แบบ Vertex AI มาตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดและตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้งาน ด้วยบริบทของ AI ที่มีความธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ จากความร่วมมือกับ Google
จึงสามารถเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม Google Maps เพื่อเข้าถึงข้อมูลการเดินทางและสถานที่ต่างๆ ได้อย่าง ไร้รอยต่อ และในส่วนของการอัปเดตซอฟต์แวร์ รถยนต์คันนี้มีการเชื่อมต่อกับ Mercedes-Benz Intelligent Cloud ซึ่งช่วยให้สามารถอัปเดตระบบและฟังก์ชันใหม่ๆ ได้แบบ Over-the-Air (OTA) ให้รถทันสมัยได้ทุกที่ทุกเวลา
The all-new electric GLC โดดเด่นทั้งการขับขี่แบบ On-Road และ Off-Road ทำให้มีการติดตั้งโหมดการขับขี่แบบ TERRAIN MODE ที่จะปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย และระบบเบรกให้เหมาะกับสภาพถนนที่ขับขี่ในขณะนั้น โดยมีการติดตั้งกล้องมองรอบคันแบบ 360 องศา พร้อมฟังก์ชัน Transparent Bonnet ที่เข้ามาช่วยเสริมมุมมองของผู้ขับขี่ในบริเวณด้านหน้าและใต้ท้องรถ ช่วยให้มองเห็นสิ่งกีดขวางและสภาพพื้นผิวต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบ One-Box Braking System ที่ผสานการเบรกเข้ากับระบบ Recuperation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในด้านความปลอดภัย The all-new electric GLC มาพร้อม MB.DRIVE เจเนอเรชันที่ 6 ที่มีการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ MB.DRIVE ASSIST ที่รวมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงไว้อย่างครบถ้วน อาทิ ระบบ DISTRONIC, Blind Spot Assist Plus, Lane Keeping Function, Steering Assist, Brake Assist และ MB.DRIVE PARKING ASSIST 360
อัปเดตข่าวรถยนต์ ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสอง ทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถ One2car