เมื่อความสุขไม่มีวันละลาย “The Magnum Ice Cream Company” เปิดเกมรุกครั้งใหม่ รุก B2B เจาะ HORECA เติมเต็มทุก Moment - Marketeer Online
ในความรู้สึกของใครหลายคน “ไอศกรีม” อาจเป็นของหวานคลายร้อน หรือความสุขคำเล็ก ๆ ที่ช่วยปลอบประโลมความเหนื่อยล้าหลังวันอันยาวนาน สำหรับ The Magnum Ice Cream Company (TMICC) ไอศกรีมมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น คือศาสตร์และศิลป์แห่งการส่งมอบความเพลิดเพลิน คือสื่อกลางที่เสกสรรให้ช่วงเวลาธรรมดา ๆ กลายเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่า สมดังพันธกิจสากลที่ปักหมุดไว้ในใจของทีมงานทุกคนว่า “Life tastes better with ice cream”
บทใหม่ขององค์กรระดับโลกหลังจากแยกตัวออกมาเป็น Standalone Company กำลังจุดประกายระลอกคลื่นความตื่นเต้นครั้งใหญ่ให้กับวงการ FMCG โดยเฉพาะในประเทศไทยกับการประกาศยุทธศาสตร์บุกตลาด B2B ครั้งสำคัญ เจาะกลุ่ม HORECA ด้วยยูนิตธุรกิจใหม่อย่าง “Magnum Professional” และการเปิดตัวไอศกรีมแบรนด์ใหม่ ในรูปแบบถ้วยสุดพรีเมียมอย่าง “Deluxe”
Marketeer ได้รับเกียรติจาก คุณศรุตม์ เรืองรจิตปกรณ์ (คุณศรุตม์) General Manager – Thailand, Cambodia and Laos, บริษัท แม็กนั่ม ไอซีซี (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และทิศทางการขับเคลื่อนครั้งสำคัญ ภายใต้โจทย์การสร้างการเติบโตในตลาดที่มีทั้งโอกาสใหม่และความท้าทายรออยู่ข้างหน้า
จากมรดก 160 ปี สู่การเป็น Standalone Company
ที่ตื่นมาคิดถึงแต่เรื่อง “ไอศกรีม”
เรื่องราวขององค์กรแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 160 ปีก่อนในปี 1866 ก่อนจะเติบโตผ่านช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมไอศกรีม และเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมาในฐานะธุรกิจภายใต้ชายคาของยักษ์ใหญ่อย่าง Unilever
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อ The Magnum Ice Cream Company (TMICC) ก้าวสู่การเป็นบริษัท Standalone อย่างเต็มรูปแบบ ภายหลังการ Spin-off ธุรกิจไอศกรีมออกจาก Unilever พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่ นิวยอร์ก อัมสเตอร์ดัม และลอนดอน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นมากกว่าการปรับโครงสร้างองค์กร เพราะทำให้ TMICC สามารถกำหนดทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโตได้อย่างเป็นอิสระและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
คุณศรุตม์ ขยายความให้ฟังว่า “หัวใจสำคัญของการแยกตัวออกมาคือคำว่า ‘Focus’ อย่างแท้จริง ซึ่ง CEO ของบริษัทมักพูดเสมอว่า ในวันนี้เรามีพนักงานกว่า 19,000 คนทั่วโลก ในประเทศไทยมีเกือบ 600 คน ทุกคนตื่นเช้ามาก็คิดถึงแต่เรื่องไอศกรีม เข้านอนก็คงฝันถึงไอศกรีม เมื่อทรัพยากรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยและพัฒนา (R&D) โรงงานผลิตไอศกรีม 30 แห่งทั่วโลก ระบบ Cold Chain Logistics ตลอดจนทีมขายทุกคน ต่างมุ่งเป้า 100% ไปที่ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมเพียงอย่างเดียว จึงทำให้บริษัทมีความคล่องตัวสูง มีความพิถีพิถัน และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว”
เมื่อถามถึงชื่อบริษัท หลายคนอาจสงสัยว่าการใช้ชื่อ The Magnum Ice Cream Company หมายถึงการขายเฉพาะแบรนด์ Magnum หรือไม่ คุณศรุตม์ เฉลยด้วยรอยยิ้มว่า
“Magnum คือแบรนด์ฮีโร่ที่บริษัทภาคภูมิใจและประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับสากล ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหน ทุกคนจะรู้จักชื่อ Magnum เป็นชื่อเดียวกันทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง พอร์ตโฟลิโอของบริษัทครอบคลุมแบรนด์ยอดนิยมระดับโลกไว้มากมาย
ไม่ว่าจะเป็น Wall’s (Heart Brand) แบรนด์หัวใจที่อยู่คู่ความทรงจำของคนไทย Cornetto ไอศกรีมโคนยอดฮิตของวัยรุ่น Viennetta ไอศกรีมเค้กในตำนานที่สร้างความโหยหาให้กับ Gen X และ Gen Y ตลอดจน Asian Delight ไอศกรีมรสชาติผลไม้ไทยที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน”
โอกาสเติบโตในตลาดประเทศไทย ผ่าน Consumption Occasion
ในประเทศไทย TMICC ยืนหยัดในฐานะเบอร์ 1 ของตลาดไอศกรีมด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดสูงมากกว่าครึ่ง โรงงานของบริษัทนอกจากผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองผู้บริโภคในไทยแล้ว ยังได้รับมาตรฐานสากลครบครัน ทั้ง Halal และ ISO เพื่อเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทว่าเมื่อหันมามองพฤติกรรมการบริโภค ตัวเลขจาก Euromonitor ระบุว่า อัตราการบริโภคไอศกรีมต่อหัวของคนไทยยังอยู่ที่เพียง 0.8 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งนับว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรปหรือญี่ปุ่น สำหรับคุณศรุตม์แล้วตัวเลขนี้คือ “โอกาสมหาศาล” ในการมองหาพื้นที่เติบโตของ Category ทั้งการเพิ่มความถี่ในการบริโภค และการสร้าง Occasion ใหม่ ๆ ให้ไอศกรีมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้มากขึ้น
กลยุทธ์สำคัญที่ TMICC ใช้ขับเคลื่อนตลาดคือการศึกษาพฤติกรรมผ่านแนวคิด “Consumption Occasion” หรือการสร้างโอกาสในการรับประทานไอศกรีมที่หลากหลาย โดยบริษัทแบ่งโอกาสในการทานออกเป็น 3 แกนหลัก
- Fuel Up : การรับประทานเพื่อเติมพลังกายและใจ
- Refresh : ช่วงเวลาที่ต้องการความสดชื่นและความผ่อนคลาย
- Indulgence / Pleasurableness : ช่วงเวลาแห่งการปรนเปรอความสุข ที่เข้ามาเติมความพิเศษให้กับช่วงเวลาธรรมดา ๆ
ความเข้าใจเรื่อง Occasion จึงถูกแปลงออกมาเป็นความเร็วของนวัตกรรม ภายในเวลาเพียง 8 เดือนของปี 2026 TMICC เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 8 รายการ ครอบคลุมทั้งสินค้าใหม่ รสชาติใหม่ และรูปแบบใหม่ เพื่อขยาย Occasion และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย เดือนละ 1 ผลิตภัณฑ์
ตั้งแต่ไอศกรีมรูปแบบใหม่อย่าง Ice Ball การ Collaboration กับคาแรคเตอร์ยอดฮิตอย่าง Butterbear (น้องหมีเนย) พร้อมถ้วยสะสมตุ๊กตา 8 แบบ ไปจนถึงการดึงศิลปินระดับโลกอย่าง แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang) มาร่วมเปิดตัว Magnum Cone ที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ขณะเดียวกัน TMICC ยังเดินหน้า Digital First Marketing บน TikTok เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่ม Gen Z และทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในบทสนทนาของผู้บริโภคมากขึ้น
เปิดตัว “Magnum Professional” ยุทธศาสตร์รุก B2B ครั้งใหญ่
ขยายตลาด HORECA ด้วย “Ice Cream Deluxe”
ขณะที่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง TMICC มองเห็นโอกาสครั้งใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้กัน นั่นคือ ตลาด HORECA (โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ บุฟเฟต์) ในประเทศไทย ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ขับเคลื่อนด้วยเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหารอันโดดเด่น นี่จึงเป็นที่มาของการประกาศเปิดตัวยูนิตธุรกิจใหม่ในชื่อ “Magnum Professional” เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
คุณศรุตม์อธิบายให้ฟังว่า ในอดีตการขายไอศกรีมเข้าสู่ร้านอาหารหรือโรงแรมอาจอยู่ในรูปแบบ Traditional ด้วยการนำตู้ไอศกรีมไปตั้งและจำหน่ายสินค้า แต่แนวคิดของ Magnum Professional จะขยับขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการวางบทบาทเป็น “Business Solutions Provider” หรือพันธมิตรทางการค้าที่เข้ามาทำความเข้าใจธุรกิจของคู่ค้า และร่วมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับการขายไอศกรีมในแต่ละสถานประกอบการ
“ทีมงาน Magnum Professional จะเข้าไปทำความเข้าใจ Insight และ Profile ของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมระดับ 5 ดาว ร้านอาหารระดับมิชลิน หรือธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ จากนั้นจึงนำความเชี่ยวชาญด้านไอศกรีมมาทำงานร่วมกับเชฟของคู่ค้า ผ่านการทำ Co-creation Menu เพื่อพัฒนาเมนูขนมหวานระดับ Signature ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้กับธุรกิจ พร้อมสร้างประสบการณ์เฉพาะให้กับลูกค้า ผ่านรสชาติและเมนูที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากช่องทางค้าปลีกทั่วไป”
เคียงคู่กับการเปิดตัวยูนิตธุรกิจใหม่ TMICC ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮไลท์อย่าง “Ice Cream Deluxe” ไอศกรีมพรีเมียมเกรดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ช่องทาง HORECA โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มนวล ละมุน ภายใต้แนวคิด “Wave of Creaminess” ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ของมื้ออาหารให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
ประเดิมด้วย 4 รสชาติพรีเมียม ได้แก่ Supreme Choc, Creamy Strawberry, French Vanilla, และ Salted Caramel พร้อมดึง เชฟกระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล มารับบท Brand Ambassador เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ด้านความพิถีพิถันและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดของ Touchpoint ในร้าน ด้วยการออกแบบตู้แช่รูปทรงหรูหราที่กลมกลืนไปกับบรรยากาศของร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำ
อยากให้ทุกคนมีความสุขกับไอศกรีม
ที่ TMICC เราเชื่อว่า ความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาวและความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ต้องเดินไปควบคู่กัน ในฐานะบริษัท standalone เรากำลังวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่มีทิศทางชัดเจน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 แนวทางสำคัญของเราครอบคลุมตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากตู้แช่ไอศกรีมและห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ การจัดหาวัตถุดิบหลักอย่างมีความรับผิดชอบ เช่น โกโก้ วานิลลา และผลิตภัณฑ์จากนม ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่เอื้อต่อการรีไซเคิลและสอดคล้องกับข้อกำหนดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ความมุ่งมั่นเหล่านี้จะช่วยให้เราสร้างธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้บริโภค พร้อมทั้งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
สำหรับคุณศรุตม์ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างธุรกิจจากคนที่อยู่ข้างในองค์กร โดยวิสัยทัศน์ในระยะสั้นคือการสร้างวัฒนธรรมให้พนักงานทุกคนเป็น “Ice Cream Expert” ที่มีทั้งความรู้ ความสนุก และ Passion ในการทำงาน เพราะหัวใจของธุรกิจที่ส่งมอบความสุข คือการทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ได้สัมผัสกับความสุขในการทำงานเช่นกัน
ส่วนเป้าหมายในระยะยาวคือการขยายตลาดไอศกรีมในประเทศไทยให้เติบโตขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสให้คนไทยได้ทานไอศกรีมบ่อยขึ้นในหลากหลายช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่การเติมความสดชื่นระหว่างวัน การพักผ่อน ไปจนถึงการให้รางวัลกับตัวเอง และทำให้พันธกิจ “Life tastes better with ice cream” เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
เมื่อมองกลับไปยังยุทธศาสตร์ทั้งหมดของ TMICC ทั้งการสร้าง Occasion ใหม่ การเร่งนวัตกรรม การขยายตลาด B2B และการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน จะเห็นว่าทุกแนวทางกำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำให้ไอศกรีมเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่หลากหลายของชีวิตมากขึ้น พร้อมเติมความสุขให้กับช่วงเวลาธรรมดา ๆ จนกลายเป็นความสุขที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้ในทุกวัน