ทีเส็บ จัดงาน THE WORLD ENDS 2026 ปั้น กทม. สู่ดีไซน์ฮับแห่งใหม่ คาดเงินสะพัด 280 ล้านบาท
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/mn/0/ud/192/960031/new-thumbnail1200x720-v2-20.jpg
23 ต.ค. 69 (19:56 น.)
ทีเส็บ ดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 1.77 ล้านล้านบาท ผุด “THE WORLD ENDS 2026” ปักหมุด กทม. ฮับออกแบบโลก ตั้งเป้าเงินสะพัด 280 ล้านบาท
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ในยุคเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสร้างความยั่งยืน งานแสดงสินค้า (Exhibition) ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานอีกต่อไป แต่คือ “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสามารถสร้างรายได้รวมถึง 150,901 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.7% มีนักเดินทางไมซ์รวม 27.2 ล้านคน โดยกลุ่ม “งานแสดงสินค้า” ถือเป็นเครื่องยนต์หลักที่ดึงดูดนักเดินทางสูงถึง 24 ล้านคน และสร้างรายได้มากถึง 100,503 ล้านบาท หรือคิดเป็น 67% ของรายได้ไมซ์ทั้งหมด
สำหรับการจัดงาน THE WORLD ENDS 2026 ภายใต้แนวคิด CREATE WHAT MATTERS มีเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยทั้ง 15 สาขาที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) อยู่ที่ 13.4% โดยเปลี่ยนพลังสร้างสรรค์ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับองค์ความรู้ นวัตกรรม และแหล่งทุนใหม่ๆ ผ่าน 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ Exhibition, Design Dialogue, Business Matching, Collaboration และ Networking เพื่อเสริมความแข็งแกร่งบนเวทีการค้าโลก งานนี้ได้ผนึกกำลังกับ 3 พันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่
- FIND – Design Fair Asia: ร่วมขยายโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนกิจกรรม Business Matching ดึงเครือข่ายผู้ซื้อและผู้ประกอบการระดับสากล
- London Design Festival: พันธมิตรด้านสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์และขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก
- Maison & Objet: เชื่อมโยงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายแบรนด์ชั้นนำระดับสากล

งาน THE WORLD ENDS 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 พฤศจิกายน 2569 ณ Bangkok Kunsthalle และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดการณ์ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานกว่า 6,000 คน เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 200 คู่ ภายในงานแบ่งพื้นที่สร้างสรรค์ออกเป็น 4 ไฮไลต์หลัก ณ Bangkok Kunsthalle ได้แก่
- Design Experience: พื้นที่จัดแสดงผลงาน (HERE), เวทีเสวนา (BETWEEN) และตลาดสินค้าออกแบบพร้อมพื้นที่เจรจาธุรกิจกว่า 30 ราย (ELSEWHERE)
- Global Design Pavilions: ศูนย์รวมสตูดิโอออกแบบชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ CHAT Architects, Cadson Demak, UNFORMAT Studio, OK-RM, LANZA Atelier และ PARTY / SPACE / DESIGN
- Global Speakers & Open Dialogue: เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรและนักสร้างสรรค์ระดับโลกกว่า 16 คน
- Business Matching & Global Networking: กิจกรรมจับคู่ธุรกิจระดับสากล ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (26–28 พฤศจิกายน 2569)
นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ (Future Talent) ผ่านการประกวดออกแบบภายใต้โจทย์ "WHAT IF THE WORLD OF DESIGN ENDS? WHAT COMES NEXT?" เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ต่อยอดสู่การเป็นมืออาชีพ โดยเปิดรับผลงานระหว่างวันที่ 1–16 พฤศจิกายน 2569 และตัดสินผู้ชนะในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569 ผู้ชนะจะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศญี่ปุ่นจากสายการบินไทยเวียดเจ็ท เพื่อเปิดประสบการณ์และสร้างเครือข่ายวิชาชีพในระดับสากลต่อไป