“ฟินันเซีย ไซรัส” อัพเป้า TIDLOR ใหม่ 24 บาท ลุ้นกำไร Q3 ฟื้นตัว รับสินเชื่อโต-สเปรดขยาย


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเมินภาพรวมการประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ในเชิงบวก โดยบริษัทปรับลดเป้าหมายต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ (Credit Cost) ปี 2569 เหลือ 2.00–2.50% จากเดิม 2.20–2.80% สอดคล้องกับ Credit Cost ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่อยู่ที่ 1.94% ขณะที่สัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มขึ้นเป็น 1.56% จาก 1.49% ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1.50–1.80% โดยผู้บริหารยังมองว่าคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

ทั้งนี้ TIDLOR ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ที่ 5–10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยครึ่งแรกของปีสินเชื่อเติบโต 2.6% จากต้นปี และยังเน้นการขยายสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเริ่มมีสัญญาณทรงตัว ด้านอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 55.1% จากการลงทุนต่อเนื่องใน AI และเทคโนโลยี แต่ยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะกลางในกรอบระดับกลาง 50%

สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงเติบโตได้ดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันชีวิตเติบโต 9.5% จากปีก่อน เทียบกับอุตสาหกรรมที่เติบโต 2.5% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดประกันภัยรถยนต์ที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปสู่ประกันภัยชั้น 2 อาจเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี

ขณะเดียวกัน คาดว่าต้นทุนทางการเงินของ TIDLOR จะลดลงอีก 5–10 จุดพื้นฐาน จากระดับ 3.06% ในครึ่งแรกของปี 2569 หลังบริษัทบริหารแหล่งเงินทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเชิงรุก โดยล่าสุด TIDLOR ออกหุ้นกู้สกุลยูโร-เยน มูลค่า 3.50 พันล้านบาท หรือประมาณ 16.9 พันล้านเยน ซึ่งมีต้นทุนหลังการทำ Hedging ต่ำกว่า 3.42%

จากปัจจัยดังกล่าว ทางฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ TIDLOR ในปี 2569–2571 ขึ้น 3.2–5.5% โดยหลักมาจากการปรับลดสมมติฐาน Credit Cost เหลือ 2.40–2.44% จากเดิม 2.60% การปรับเพิ่มสมมติฐาน Loan Spread เป็น 15.56–15.64% จากเดิม 14.99–15.20% สะท้อนผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีที่แข็งแกร่งกว่าคาด รวมถึงการปรับลดสมมติฐานต้นทุนทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเหลือ 6.7–7.1% จากเดิม 7.3–9.9% เพื่อสะท้อนการแข่งขันในธุรกิจประกันภัยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิของ TIDLOR จะเติบโตเฉลี่ย 10.9% ต่อปีในช่วงปี 2569–2571 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 9.8%

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดว่าโมเมนตัมกำไรจะเร่งตัวขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อที่ฟื้นตัวและ Loan Spread ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจาก Credit Cost ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้

ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเลือก TIDLOR เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่ม พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เพิ่มเป็น 24 บาท จากเดิม 23 บาท อิงวิธี GGM ที่ระดับ P/BV 1.90 เท่า จากเดิม 1.81 เท่า โดยประเมิน LT-ROE ที่ 16.8% จากเดิม 16.2% และ Cost of Equity (COE) ที่ 10.7% มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside ที่น่าสนใจ ขณะที่คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี

Back to top button