TM Robot ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพโรงงานด้วย Cobot x AI

ภาคการผลิตไทยพึ่งพาแรงงานเป็นแกนหลักมาโดยตลอด แต่วันนี้แกนนั้นกำลังสั่นคลอน ทั้งการขาดแคลนแรงงาน ทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการ และความไม่แน่นอนที่ตามมากับกำลังคน ทำให้โรงงานจำนวนมากเริ่มมองหาระบบอัตโนมัติไม่ใช่เพื่อแทนที่คน แต่เพื่อเติมในส่วนที่คนทำได้ยากหรือไม่คุ้มค่า คุณสืบสันต์ เขียวแก้ว Product & Technical Support Manager จาก Premier Automation Center มองว่านี่คือจุดที่ AI Cobot เข้ามาเปลี่ยนสมการได้จริง (English Version on Page 2)

Table of Contents

Cobot x Human: ผสานพลังเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตยุคใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันนี้ประเด็นของแรงงานทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างมากในทุกอุตสาหกรรม ทั้งการขาดแคลนแรงงาน ขาดแคลนทักษะความรู้ ตลอดจนการไม่สามารถปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที เช่น เมื่อสายการผลิตได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และต้องปรับสายการผลิตใหม่ การปรับชุดทักษะอาจเกิดขึ้นได้อย่างล่าช้า ตลอดจนการทำงานที่ผิดพลาดของแรงงาน (Human Error) การเข้ามาของหุ่นยนต์ยุคใหม่อย่าง Cobot จึงกลายเป็นกลไกในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ่นยนต์ที่มาพร้อมกับ AI ใช้งานได้ทันที

“เราจะได้ยินคำว่า AI รอบตัวเราบ่อยครั้ง แต่การจะเอามาใช้ในโรงงานอย่างพวกหุ่นยนต์นั้น เช่นกรณีการถ่ายภาพด้วยกล้องอัตโนมัติ เวลาเจอชิ้นงานไม่สมบูรณ์ถ้ามี AI จะช่วยให้สามารถตรวจสอบความไม่สมบูรณ์นั้นได้อย่างละเอียด เพื่ออนุมัติว่าชิ้นงานนี้ผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐาน สามารถปรับตัวได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงผ่านการเรียนรู้ข้อมูล แตกต่างจากแบบดั้งเดิมที่การตรวจด้วยภาพนั้นต้องมีตำแหน่งคงที่ตำแหน่งเดียว ถ้าเปลี่ยนก็ต้องถ่ายภาพให้จดจำใหม่ ถ้ามี 100 ตำแหน่งก็ต้องมีอย่างต่ำ 100 ภาพ ถ้าหยิบชิ้นงาน เดิมก็ต้องมี Jig หรือ Fixture ที่แน่นอนเป็นต้นทุนมูลค่าไม่น้อย แต่ด้วยกล้อง AI ทำให้สามารถหยิบชิ้นงานที่วางสุ่มได้โดยการจำแนกความแตกต่างและปรับปรุงการทำงานได้ทันที” การใช้งานเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่คุณสืบสันต์ เล่าให้ฟังพลางแสดงตัวอย่างการทำงานของ Cobot ให้ดูในบูธ TAIWAN EXCELLENCE ภายในงาน MANUFACTURING EXPO 2026

การเข้ามาของ Cobot ทำให้สายการผลิตหรือคลังสินค้าต่างๆ ทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง แตกต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ความปลอดภัย และการตั้งค่าที่ต้องการทักษะเฉพาะทาง ทำให้ใช้งานได้ง่าย และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

คำถามที่ตามมา คือ เมื่อมีหุ่นยนต์แล้วทำไมยังต้องการแรงงานในระบบ? คำตอบที่ง่ายที่สุดในวันนี้ คือ หุ่นยนต์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้มาก และในการทำงานที่ซับซ้อนโดยเฉพาะงานด้านกายภาพที่ต้องการทักษะของมือมนุษย์ที่พลิกแพลงได้ ต้นทุนของมนุษย์ยังคุ้มค่ากว่ามากสำหรับการทำงานที่มีความละเอียดสูง Cobot ที่มาพร้อมกับ AI จึงกลายเป็นการทำส่วนที่ดีที่สุดของเทคโนโลยีกับแรงงานมารวมเข้าด้วยกัน สร้างความยืดหยุ่นและความแม่นยำ เกิดเป็น Reliability ในการทำงานที่จับต้องและประเมินผลได้

ยกระดับโรงงาน ด้วย AI Cobot หุ่นยนต์อัจฉริยะจาก TM Robot 

ปัจจุบันหนึ่งในแบรนด์ Cobot ที่มีความคุ้มค่าลำดับต้นๆ ของตลาดในตอนนี้หนีไม่พ้น TM Robot จากไต้หวันที่คิดเรื่องของ ROI และความคุ้มค่ามาตั้งแต่วันแรกๆ ของแบรนด์ ด้วยการติดตั้งระบบกล้องพร้อมใช้งาน ซึ่งในวันนี้ได้มีการยกระดับศักยภาพเพิ่มเติมด้วยการพัฒนาโซลูชันด้าน AI ที่ตอบสนองการใช้งานหุ่นยนต์พร้อมกับกล้องขึ้นมา

“ระบบกล้องถือเป็นมาตรฐานของหุ่นยนต์จาก TM Robot ทำให้ทำงานได้กว้างและหลากหลาย มาพร้อมฟังก์ชัน AI ใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะตรวจคุณภาพ อ่านบาร์โค้ดแบบที่สาธิตอยู่ตรงนี้ หรือใช้งานด้าน Machine Tending ก็ได้ ซึ่งตัวอย่างการใช้งานที่ชัดเจน คือ กลุ่มยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนโมเดลค่อนข้างไว 3 เดือน 6 เดือนเปลี่ยน TM Robot มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงก็สามารถปรับตัวได้เร็ว ไม่ยุ่งยาก หรือจะเป็นการใช้งานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในระดับห้องปลอดเชื้อก็ทำได้ เพราะตัวหุ่นยนต์มาพร้อมกับมาตรฐาน Class 1000 พร้อมใช้งาน สามารถทำงานได้ 24/7 โดยที่ทำการประเมินแนวโน้มการทำงานได้อย่างแม่นยำ” คุณสืบสันต์เล่าถึงจุดเด่นของ TM Robot ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่มีการติดตั้งและนำไปใช้งานแล้วจำนวนมากในประเทศไทย

ด้วยศักยภาพของ TM Robot ที่มาพร้อมกับ AI ทำให้การลงทุนใช้งานเป็นการเปิดประตูของโรงงานสู่เทคโนโลยี Physical AI ซึ่งเป็นการนำศักยภาพของ AI ที่เป็นซอฟต์แวร์มาดำเนินการใช้งานในโลกกายภาพได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบูรณาการที่ซับซ้อน หรือการออกแบบระบบอื่นใด มั่นใจได้ในศักยภาพการทำงานที่โรงงานชั้นนำทั้งในประเทศไทยและระดับสากลเลือกใช้ ซึ่งหุ่นยนต์ AI Cobot จาก TM Robot ที่น่าสนใจ ได้แก่

AI Cobot TM5-900 หุ่นยนต์รุ่นเริ่มต้นสำหรับงานต้องการความแม่นยำสูง 

TM5-900 หุ่นยนต์ AI Cobot รุ่นเริ่มต้นที่รองรับโหลดได้สูงสุด 4 กิโลกรัม เหมาะสำหรับการประกอบชิ้นงานอัตโนมัติหรือการตรวจสอบคุณภาพ สามารถใช้ทำงานแบบ AOI ได้ ด้วยจุดเด่นที่มาจาก กล้อง AI มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ TMflow และอุปกรณ์ควบคุมแบบมาตรฐาน เหมาะสำหรับโรงงานหรือคลังสินค้าที่ต้องการทำโครงการนำร่อง ตลอดจนการใช้งานหุ่นยนต์ในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

AI Cobot TM25S หุ่นยนต์รุ่นล่าสุดที่มีศักยภาพเหนือชั้น

Cobot รุ่นล่าสุดที่มีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลัง รองรับโหลด 25 กิโลกรัม สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายมาพร้อมกับเซนเซอร์วัดแรงบิด (Force Torque Sensor) เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุดในงานอุตสาหกรรม มี Cycle Time ที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นทั่วไป 25% และมีอุปกรณ์ควบคุมแบบใหม่ พร้อมซอฟต์แวร์ TMflow ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

เพราะศักยภาพของ TM Robot ไม่ได้มีแต่หุ่นยนต์เท่านั้น คุณสืบสันต์เน้นย้ำที่ Ecosystem ที่มาพร้อมกับตัวหุ่นยนต์อย่างครบครัน ช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานทำได้อย่างง่ายดาย ทั้งระบบกล้อง AI และแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การฝึกหุ่นยนต์เป็นเรื่องง่าย ทำงานได้สอดคล้องกับความต้องการของโรงงานนั้นๆ โดยเฉพาะ สร้างโมเดลสำหรับรูปแบบการทำงานนั้นๆ ขึ้นมาและต่อยอดขยายใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หรือจะนำไปต่อยอดใช้เป็น AMMR (Autonomous Mobile Manipulation Robot) ที่ทำให้ Cobot สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งการทำงานได้โดยไม่ต้องประจำสถานีใดสถานีหนึ่งอีกต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานแล้วในประเทศไทย ซึ่งรองรับไฟ DC สามารถติดตั้งบน AMR ได้เลยแล้วชาร์จไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องการตัวแปลงไฟฟ้าเพิ่มเติม

ก้าวแรกของการเริ่มต้นใช้งานระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์อุตสาหกรรมนั้น TM Robot ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนความต้องการดังกล่าวโดยไม่ต้องกังวลด้านทักษะหรือการบูรณาการระบบที่ซับซ้อน ด้วย Ecosystem ที่ครบครันตั้งแต่ระบบกล้อง, AI ไปจนถึงซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ทำให้สามารถต่อยอดการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมตั้งแต่โรงงานขนาดเล็กไปจนถึงโรงงานที่มีความซับซ้อนอย่างโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง คุ้มค่าตั้งแต่เริ่มใช้งาน

สนใจโซลูชันด้าน AI Cobot จาก TM Robot ติดต่อ:

Premier Automation Center

Tel: 02-181-2299, 089-771-8279
Email: [email protected]
Website: www.premier-ac.co.th