TOYOTA ช่วยรถน้ำท่วม 2569 ลดอะไหล่สูงสุด 50% ผ่อน 0% 10 เดือน ดูแลตั้งแต่รถจมน้ำถึง Total Loss - รถใหม่วันนี้ ข่าวรถยนต์ EV ราคารถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

Spread the love

Toyota ช่วยรถน้ำท่วม 2569 ลดอะไหล่สูงสุด 50% ผ่อน 0% 10 เดือน ดูแลตั้งแต่รถจมน้ำถึง Total Loss

Toyota Motor Thailand ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในประเทศไทย ผ่านโครงการ “Toyota Trusted Journey” ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบรถหลังน้ำท่วม การประสานงานเคลมประกัน การซ่อมรถ ส่วนลดค่าอะไหล่ การผ่อนค่าซ่อม ไปจนถึงมาตรการสำหรับรถที่เสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss

มาตรการดังกล่าวเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ

สรุป Toyota ช่วยรถน้ำท่วม 2569 มีอะไรบ้าง?

มาตรการสำคัญของ Toyota Trusted Journey ประกอบด้วย

เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่ Toyota และ Toyota Leasing กำหนด

Toyota Trusted Journey คืออะไร?

Toyota Trusted Journey คือแนวทางการช่วยเหลือลูกค้า Toyota ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมแบบครบวงจร โดย Toyota Motor Thailand แบ่งการดูแลออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ CHECK, CLAIM AND CARE และ CAR ON THE ROAD

แนวคิดสำคัญคือการดูแลลูกค้าตั้งแต่รถได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่บ้าน จนถึงวันที่รถได้รับการซ่อมแซม หรือมีทางเลือกใหม่เพื่อให้เจ้าของรถสามารถกลับมาเดินทางบนถนนได้อีกครั้ง

Toyota ใช้แนวคิดว่า “Standing beside every customer through the floods – from the driveway to the road again” หรือการอยู่เคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทาง ตั้งแต่รถได้รับผลกระทบที่บ้าน จนสามารถกลับมาใช้รถได้อีกครั้ง

Journey 1: CHECK ตรวจรถหลังน้ำท่วม

ช่วงแรกของ Toyota Trusted Journey เน้นเรื่องความปลอดภัยและการตรวจสอบสภาพรถหลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม Toyota แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบรถในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกหลังน้ำท่วม เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

ลูกค้าสามารถดูคำแนะนำเบื้องต้นผ่าน LINE Official @ToyotaThailand และ Facebook: Toyota Motor Thailand

หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ Toyota Contact Center หมายเลข 1486 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำด้านเทคนิคเบื้องต้น รวมถึงประสานความช่วยเหลือกรณีรถเสียฉุกเฉินและบริการรถยกตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ Toyota ระบุว่าสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสอบสภาพได้ที่ศูนย์บริการ Toyota ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยมีบริการตรวจสภาพรถฟรี

Journey 2: CLAIM AND CARE ช่วยเคลมประกันและลดค่าซ่อม

สำหรับรถที่ได้รับความเสียหายและต้องเข้ารับการซ่อมหรือเคลมประกัน Toyota ระบุว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสามารถช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัยได้ การช่วยเหลือครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การดำเนินการเคลม การพิจารณาสินไหมทดแทน รวมถึงการประสานความพร้อมของศูนย์บริการและอะไหล่

เป้าหมายคือช่วยลดขั้นตอนที่เจ้าของรถต้องดำเนินการด้วยตัวเอง และทำให้กระบวนการนำรถเข้าซ่อมหลังน้ำท่วมสะดวกมากขึ้น

Toyota ลดค่าอะไหล่รถน้ำท่วมสูงสุด 50%

หนึ่งในมาตรการสำคัญสำหรับลูกค้าที่ต้องนำรถเข้าซ่อม คือการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม

Toyota มอบส่วนลดอะไหล่ที่ร่วมรายการสูงสุด 50% พร้อมส่วนลดเคมีภัณฑ์ที่ร่วมรายการ 30%

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอะไหล่ Toyota ทุกชิ้นจะได้รับส่วนลด 50% เนื่องจากบริษัทระบุชัดว่าเป็น “อะไหล่ที่ร่วมรายการ” และอัตราส่วนลดสูงสุดขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการ

รายละเอียดเพิ่มเติม:
https://aftersales.toyota.co.th/promotion/2026flood

ค่าซ่อม Toyota ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน

สำหรับลูกค้าที่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมและบำรุงรักษา Toyota มีทางเลือกให้ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน มาตรการนี้ใช้เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการ และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตรวจสอบบัตรเครดิตที่เข้าร่วมโครงการ:
https://aftersales.toyota.co.th/promotion/0_percent

Toyota Leasing มีสินเชื่อช่วยลูกค้าน้ำท่วม

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมรถ บ้าน หรือจัดการค่าใช้จ่ายหลังน้ำท่วม Toyota Leasing มีมาตรการด้านกระแสเงินสดผ่านสินเชื่อ Sabuy Cash และ Sabuy Jai

Toyota ระบุว่าสามารถให้วงเงินกู้สูงสุด 100% และมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 3.49%

รายละเอียดและการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย)

สามารถสอบถามได้ที่ Toyota Leasing Call Center 1486

Journey 3: CAR ON THE ROAD กรณีรถน้ำท่วมจน Total Loss

Toyota ยังมีมาตรการรองรับกรณีรถได้รับความเสียหายรุนแรงจนเข้าข่าย “เสียหายสิ้นเชิง” หรือ Total Loss

สำหรับลูกค้าที่มีสัญญาเช่าซื้อกับ Toyota Leasing บริษัทมีมาตรการยกเว้นดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ สำหรับระยะเวลาที่เหลือของสัญญา โดยกำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรการดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของ Toyota Leasing

รถน้ำท่วม Total Loss แล้วอยากซื้อ Toyota ใหม่ มีมาตรการอะไร?

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบและต้องการออกรถ Toyota ใหม่ มีข้อเสนอจาก Toyota Leasing ได้แก่ ไม่ต้องวางเงินดาวน์ ไม่ต้องใช้ผู้ค้ำ และรับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.60%

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

สำหรับลูกค้าที่มีสัญญาเช่าซื้ออยู่กับสถาบันการเงินอื่น หากต้องการซื้อรถใหม่และจัดไฟแนนซ์ผ่าน Toyota Leasing ก็สามารถรับข้อเสนอที่กำหนดได้เช่นเดียวกัน

อยากซื้อ Toyota มือสองหลังรถน้ำท่วม มีทางเลือก Toyota Sure

Toyota ยังมีทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการซื้อรถใหม่ โดยสามารถเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วจาก Toyota Sure ข้อเสนอระบุว่า สามารถออกรถด้วยเงินดาวน์เริ่มต้น 0% พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2.39% รายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ คุณสมบัติของผู้ซื้อ และเงื่อนไขของ Toyota Leasing

มาตรการช่วยน้ำท่วม Toyota ใช้ถึงเมื่อไร?

Toyota Motor Thailand ระบุว่า การดำเนินงานตามแนวทาง Toyota Trusted Journey ครอบคลุมช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 พื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม บริการตรวจสภาพรถฟรีที่ประกาศไว้สามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการ Toyota ทุกสาขาทั่วประเทศ ตามรายละเอียดของโครงการ

รถ Toyota โดนน้ำท่วมควรทำอย่างไร?

หากรถ Toyota ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เจ้าของรถควรหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจเพิ่มความเสียหาย และตรวจสอบสภาพรถตามคำแนะนำของ Toyota โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก

หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพรถ สามารถติดต่อ Toyota Contact Center 1486 เพื่อรับคำแนะนำ หรือประสานรถยกเพื่อนำรถเข้าสู่ศูนย์บริการ

สำหรับรถที่มีประกันภัย ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์และประสานกับบริษัทประกันภัย โดยศูนย์บริการ Toyota สามารถช่วยประสานกระบวนการเคลมได้ตามมาตรการ Toyota Trusted Journey

สรุปมาตรการ Toyota ช่วยรถน้ำท่วม 2569

Toyota Trusted Journey เป็นมาตรการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจรถฟรี การประสานรถยกและบริษัทประกันภัย ไปจนถึงการช่วยลดภาระค่าซ่อม

จุดสำคัญคือส่วนลดอะไหล่ที่ร่วมรายการสูงสุด 50% เคมีภัณฑ์ลด 30% และการผ่อนค่าซ่อมดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน

สำหรับรถที่เสียหายถึงขั้น Total Loss ลูกค้าที่มีสัญญากับ Toyota Leasing ยังมีมาตรการด้านดอกเบี้ย รวมถึงทางเลือกในการซื้อ Toyota คันใหม่ หรือรถมือสอง Toyota Sure เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานรถได้อีกครั้ง

มาตรการ Toyota Trusted Journey ดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 ภายใต้เงื่อนไขของ Toyota Motor Thailand และ Toyota Leasing

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Toyota ช่วยรถน้ำท่วม 2569

Toyota ลดค่าอะไหล่รถน้ำท่วมกี่เปอร์เซ็นต์?

Toyota ให้ส่วนลดอะไหล่ที่ร่วมรายการสูงสุด 50% และส่วนลดเคมีภัณฑ์ที่ร่วมรายการ 30% ตามเงื่อนไขของโครงการ

Toyota มีผ่อนค่าซ่อมรถน้ำท่วม 0% หรือไม่?

มี โดยสามารถผ่อนค่าใช้จ่ายในการซ่อมและบำรุงรักษาดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการ

รถ Toyota น้ำท่วมตรวจฟรีหรือไม่?

Toyota ระบุว่าสามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจสภาพรถฟรีได้ที่ศูนย์บริการ Toyota ทุกสาขาทั่วประเทศ ตามรายละเอียดของโครงการ

Toyota มีรถยกสำหรับรถน้ำท่วมหรือไม่?

ลูกค้าสามารถติดต่อ Toyota Contact Center หมายเลข 1486 เพื่อขอคำแนะนำและประสานบริการรถยกหรือความช่วยเหลือกรณีรถเสียฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รถน้ำท่วมจน Total Loss แต่ยังผ่อน Toyota Leasing อยู่ทำอย่างไร?

Toyota Leasing มีมาตรการยกเว้นดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระสำหรับระยะเวลาที่เหลือของสัญญา สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท

มาตรการ Toyota ช่วยน้ำท่วม 2569 มีถึงเมื่อไร?

Toyota ระบุว่าการดำเนินงาน Toyota Trusted Journey ครอบคลุมช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามที่บริษัทกำหนด

อ้างอิงข้อมูล: บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ข่าวประชาสัมพันธ์ ที่ ปชส.071/2569 วันที่ 3 ตุลาคม 2569

รถจมน้ำ “อย่าสตาร์ท!” Toyota แนะวิธีเตรียมรถรับมือน้ำท่วม ตั้งแต่ก่อนน้ำมา จนถึงส่งรถเข้าศูนย์

ช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วม สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การย้ายรถหนีน้ำ แต่ต้องรู้ด้วยว่า ก่อนน้ำท่วม ระหว่างขับผ่านน้ำ และหลังรถถูกน้ำท่วม ควรทำอะไรบ้าง เพราะการจัดการผิดวิธี โดยเฉพาะการพยายามสตาร์ทรถหลังจมน้ำ อาจทำให้ความเสียหายจากเดิมที่จำกัดอยู่บางจุด ลุกลามไปถึงเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรือระบบแรงดันสูงของรถไฮบริดและรถ EV ได้

Toyota จึงเผยแนวทางการเตรียมตัวรถยนต์รับมือน้ำท่วม โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงสำคัญ ดังนี้

1. ก่อนน้ำท่วม รีบย้ายรถขึ้นที่สูง

หากพื้นที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ นำรถไปจอดในพื้นที่สูงหรืออาคารจอดรถ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าถึงชิ้นส่วนสำคัญของรถ

กรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ Toyota แนะนำให้เตรียมรถเพื่อลดความเสียหาย ได้แก่

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการกับระบบไฟฟ้าควรทำเฉพาะในช่วงที่รถยังไม่ถูกน้ำท่วมและอยู่ในสภาพปลอดภัย หากน้ำเข้าถึงรถแล้ว ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปจัดการด้วยตัวเอง

2. ถ้าจำเป็นต้องขับผ่านน้ำท่วม ต้องประเมินระดับน้ำก่อน

Toyota ระบุว่า หากหลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องขับผ่านพื้นที่น้ำท่วม ระดับน้ำไม่ควรสูงเกินกึ่งกลางล้อ

ระหว่างขับควรใช้ความเร็วต่ำและคงที่ เว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีกระแสน้ำไหลแรง

สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาดคือ

โดยเฉพาะกรณีเครื่องยนต์ดับขณะอยู่ในน้ำ การฝืนสตาร์ทซ้ำอาจทำให้น้ำที่เข้าสู่ระบบไอดีถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ และเพิ่มความเสียหายได้มากขึ้น

3. รถจมน้ำแล้ว ห้ามสตาร์ทเด็ดขาด

นี่คือจุดที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญมากที่สุด

หากรถถูกน้ำท่วมหรือจมน้ำ อย่าพยายามสตาร์ทรถ ไม่ควรเปิด ACC/ON และสำหรับรถ EV ห้ามเสียบชาร์จรถ

จากนั้นควรดำเนินการดังนี้

บันทึกหลักฐานความเสียหาย

ถ่ายภาพระดับน้ำสูงสุดที่รถได้รับ รวมถึงภาพภายนอก ภายในห้องโดยสาร ตำแหน่งรถ และรายละเอียดความเสียหายที่มองเห็นได้ เพื่อใช้ประกอบการประเมินความเสียหายและการเคลมประกัน

เคลื่อนย้ายด้วยรถยก

Toyota แนะนำให้ใช้รถยกในการเคลื่อนย้ายรถ และไม่ควรพยายามลากหรือเข็นรถออกเอง โดยเฉพาะรถไฮบริดและรถไฟฟ้าที่อาจมีระบบไฟฟ้าแรงดันสูงได้รับผลกระทบจากน้ำ

ส่งตรวจที่ศูนย์บริการ

หลังรถถูกน้ำท่วม ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจระบบต่าง ๆ ก่อนนำกลับมาใช้งาน เช่น

รถแต่ละประเภทต้องระวังต่างกัน

รถเบนซินและดีเซล ต้องระวังเรื่องน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ระบบไอดี น้ำมันเครื่อง ระบบเกียร์ และระบบไฟฟ้า

รถ Hybrid นอกจากระบบเครื่องยนต์แล้ว ยังมีแบตเตอรี่ไฮบริดและระบบไฟฟ้าแรงดันสูง จึงควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

รถไฟฟ้า BEV ไม่ควรเปิดระบบรถหรือชาร์จไฟหลังถูกน้ำท่วม รวมถึงไม่ควรถอดหรือเปิดอุปกรณ์แรงดันสูงด้วยตัวเอง ควรให้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ตรวจสอบ

จำง่าย ๆ รถจมน้ำ 5 ข้อ

  1. ไม่สตาร์ทรถ
  2. ไม่เปิด ON / ACC
  3. จัดการแบตเตอรี่ 12V เฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
  4. ถ่ายภาพเก็บหลักฐาน
  5. ใช้รถยก ส่งเข้าศูนย์บริการ

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ “รถจมน้ำ อย่าสตาร์ท” เพราะการพยายามเปิดระบบรถหลังน้ำท่วมอาจเปลี่ยนความเสียหายที่ยังซ่อมได้ ให้กลายเป็นความเสียหายที่หนักและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดิม

เรียบเรียงโดย AEROMECHX