Trezor งานเข้า ข้อมูลลูกค้าสหรัฐรั่วเพิ่ม 6.7 หมื่นราย หวั่นวิกฤติฟิชชิ่งเขย่าวงการคริปโต

  1. หน้าหลัก 
  2. หุ้น 
  3. Cryptocurrency 

Trezor งานเข้า ข้อมูลลูกค้าสหรัฐรั่วเพิ่ม 6.7 หมื่นราย หวั่นวิกฤติฟิชชิ่งเขย่าวงการคริปโต

เผยแพร่: 5 ก.ย. 2569 17:22   ปรับปรุง: 5 ก.ย. 2569 17:22   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิกฤติความเชื่อมั่นครั้งใหม่ของวงการคริปโทเคอร์เรนซีปะทุขึ้นอีกรอบเมื่อ Trezor ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชั้นนำ ยอมรับว่าข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าราว 67,000 รายในสหรัฐอเมริกาหลุดรอดสู่สาธารณะจากความหละหลวมของบริษัทจัดส่งสินค้า เหตุการณ์ครั้งนี้เปิดช่องโหว่ร้ายแรงให้มิจฉาชีพเตรียมก่อเหตุฟิชชิ่งเจาะลึกถึงสินทรัพย์ดิจิทัล สั่นคลอนมาตรฐานความปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกต่างตั้งคำถาม

สถานการณ์รอยรั่วของข้อมูลแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินดิจิทัล Trezor ลุกลามกว่าที่คาดการณ์ไว้ ล่าสุดบริษัทประกาศยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่ามีลูกค้าอเมริกันอีก 67,000 รายได้รับผลกระทบจากข้อมูลรั่วไหลผ่าน ชิปมังก์ (ShipMonk) ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า กลุ่มที่ตกอยู่ในความเสี่ยงคือผู้ที่สั่งซื้อสินค้าช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ถึงสิงหาคม พ.ศ. 2564 รายละเอียดที่หลุดออกไปครอบคลุมตั้งแต่ชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ไปจนถึงข้อมูลจำเพาะของคำสั่งซื้อ

Trezor ชี้แจงว่าระบบเครือข่ายหลักของบริษัทยังคงปลอดภัย แต่ต้นตอของปัญหามาจากพันธมิตรขนส่งที่ไม่ยอมลบข้อมูลตามกำหนด แม้จะทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรรับรองไว้แล้วก็ตาม กระนั้น สิ่งที่น่าจับตาคือภัยคุกคามที่ตามมา อาชญากรไซเบอร์สามารถนำชุดข้อมูลเหล่านี้ไปสวมรอยเป็นตัวแทนบริษัท เพื่อหลอกลวงให้เหยื่อเปิดเผยรหัสผ่านสำคัญ ซึ่งหมายถึงการสูญเสียสินทรัพย์ทั้งหมดในกระเป๋าทันที

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม Trezor ประเมินความเสียหายไว้เพียง 14,000 ราย การขยายวงกว้างของตัวเลขสะท้อนถึงการประเมินผลกระทบที่คลาดเคลื่อน ในเวลาต่อมาเมื่อสืบค้นประวัติจะพบว่าช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 บริษัทเคยเผชิญกรณีคล้ายคลึงกันที่ส่งผลให้ผู้ใช้งานกว่า 66,000 รายเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางออนไลน์ หากบุคคลเหล่านั้นเคยติดต่อแผนกสนับสนุนลูกค้าตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา

รูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ในตลาดคริปโตก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก แฮ็กเคน (Hacken) บริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน ระบุว่าอาชญากรรมประเภทฟิชชิ่งและวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) กลายเป็นตัวการหลักที่สร้างความเสียหายในไตรมาสแรกของปี มูลค่าสูงถึง 306 ล้านดอลลาร์ จากยอดสูญเสียรวม 482 ล้านดอลลาร์ การหลอกลวงลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน ขอเพียงจุดชนวนความตื่นตระหนกให้เหยื่อทำธุรกรรมพลาด

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม นักลงทุนรายหนึ่งสูญเงินเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ เพียงเพราะหลงเซ็นอนุมัติธุรกรรมโทเคนปลอมบนเครือข่าย Ethereum ปรากฏการณ์ของ Trezor สะท้อนสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ต่อนักลงทุนคริปโตและผู้ถือครองบิทคอยน์ การใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่เชื่อกันว่าปลอดภัยสูงสุด อาจพังทลายลงได้จากรอยรั่วซึมของซัพพลายเชนภายนอก ผู้ครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัลจึงต้องยกระดับความระมัดระวังขั้นสูงสุดต่อทุกข้อความที่อ้างชื่อแพลตฟอร์มหลัก