TRUE กำไรดี..ปันผลเด่น.!?


ปรากฏการณ์ข่าว “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้ง 3 รายคือ บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจพิเศษ เพื่อสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport

เริ่มจาก ADVANC เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เปิดตัวแพ็กเกจ AiPASS เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ขณะที่ TRUE และ NT เตรียมเปิดตัวตาม ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเสนอแพ็กเกจราคา 29 บาทต่อเดือน ผู้สมัครแพ็กเกจดังกล่าว จะสามารถใช้งานเฉพาะแอปพลิเคชัน AiPASS โดยไม่จำกัดปริมาณการใช้งานข้อมูล 

นั่นทำให้เกิดความเสี่ยงเชิงบวก หรือ Upside Risk ต่อประมาณการรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU) ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากอัตราการนำ GenAI มาใช้งานในตลาด B2C ในปัจจุบัน ช่วงเริ่มต้นการใช้งาน ความสามารถของ GenAI โดยทั่วไปจะทำให้ความเข้มข้นของการใช้งานข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่สำคัญกว่านั้น คือ ช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำงานต่าง ๆ…

ทว่าผู้บริโภคกลุ่มแรก ที่นำเทคโนโลยีมาใช้มักเป็นผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ ARPU สูง โดยทั่วไปใช้ข้อมูลมากกว่า 30GB ต่อเดือน อย่างไรก็ดีไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ GenAI และฟีเจอร์ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น จะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป

เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียในอดีต ความต้องการใช้ข้อมูล 0.5GB-1GB ต่อเดือน อาจไม่มีนัยสำคัญสำหรับผู้ใช้งานกลุ่มแรก แต่อาจช่วยเพิ่ม ARPU สำหรับลูกค้ากลุ่มระดับกลางถึงล่างลงไป

ขณะที่การประเมินจาก “บล.กสิกรไทย” กลับมองว่าพัฒนาการดังกล่าวเป็น “บวกเล็กน้อย” ต่อหุ้น ADVANC และ TRUE  ประการแรก มีความเป็นไปได้ต่ำที่ลูกค้าจะปรับลดแพ็กเกจเดิมลงเพื่อไปใช้แค่แพ็กเกจ AiPASS ราคา 29 บาท 

ประการที่สอง การวิเคราะห์ภายใต้กรณีดีสุดบ่งชี้ว่า ADVANC และ TRUE อาจมีรายได้เพิ่มขึ้น 870 ล้านบาท คิดเป็น 0.46% ของรายได้จากบริการหลักของ ADVANC และ 0.5% ของ TRUE และประการสุดท้าย การใช้งาน AI อาจช่วยยกระดับการใช้ข้อมูลขึ้นอีกขั้น

ขณะที่ความเสี่ยงเชิงลบ (Downside risk)  การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น, การปรับเปลี่ยนผู้บริหาร, ความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลขาดทุนจากข้อพิพาททางกฎหมาย, การบังคับใช้เพดานราคาอย่างเข้มงวดของกสทช. และการที่กสทช.จัดประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz และ 3.5GHz เร็วกว่ากำหนด..!!

อย่างไรก็ดีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโทรคมนาคม แม้ต้องระมัดระวังมากขึ้นต่อระดับการเติบโตช่วงที่เหลือปี 2569 การวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีอยู่ปัจจุบันบ่งชี้ว่า ผลกระทบน่าจะไม่มีนัยสำคัญ เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน AiPASS ที่ใช้งานจริง

พร้อมเชื่อว่ากลุ่มโทรคมนาคม จะกลับมาได้รับความสนใจด้านการลงทุนบางส่วน หากบรรยากาศการลงทุนโดย รวมเปลี่ยนจากภาวะเปิดรับความเสี่ยง (risk on) สู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk off) เมื่อพิจารณาจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาดที่มีผู้ให้บริการหลักเพียง 2 รายโครงสร้างต้นทุนที่กำลังปรับตัวดีขึ้น วัฏจักรขาลงของงบลงทุน (capex) 5G และโอกาสการขยายตัวของกระแสเงินสดอิสระ (FCF)

น่าสนใจ “บล.กสิกรไทย” มองหุ้น TRUE เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยแนะนำ TRUE มากกว่า ADVANC จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรปกติช่วง 4-6 ไตรมาสข้างหน้า ตามด้วยโอกาสการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลจากปัจจุบันที่ 79% ควบคู่กับการลดภาระหนี้ในงบดุลต่อเนื่อง และซื้อขายที่ส่วนลด 23.9% เมื่อเทียบกับตัวคูณ EV/EBITDA

แต่ TRUE มีภาระหนี้สูงกว่า มีค่าเบต้าของหุ้นต่อการเคลื่อนไหวของ SET Index สูงกว่า ADVANC นั่นทำให้ TRUE มีความน่าสนใจน้อยช่วงที่ตลาดปรับตัวลงและปัจจัยกดดันเชิงลบ จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการขายหุ้น TRUEของ China Mobile จนกว่าจะมีความชัดเจนเป็นอย่างอื่น..!!