"อัสสเดช"ขอโทษข้อมูล TSD รั่ว ดึง AI สแกนซอร์สโค้ดทั้งองค์กร - Hoonsmart
HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแถลงข้อมูลรั่ว 2 แสนบัญชี จาก 5 ล้านบัญชี ย้ำพอร์ตหุ้นปลอดภัย นำ AI เข้าสแกนซอร์สโค้ดทั้งองค์กร ยืนยันระบบหลังบ้าน-แอปฯ wiset ไม่ได้รับผลกระทบ พร้อมขอโทษนักลงทุน-ผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ เร่งเรียกความเชื่อมั่นปิดช่องโหว่ ชี้ระบบโครงสร้างการเงินไทยมีเกราะป้องกันหลายชั้น ยันข้อมูลที่ถูกโจรกรรมยังไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมได้ เตือนผู้ลงทุน ห้ามกดลิงก์แปลกปลอมทุกกรณี ด้าน บก.ตอท. ร่วมมือ ThaiCERT ล่าตัวผู้ทำผิดข้ามพรมแดน เตือนระวังการหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความเสียใจและขออภัยอย่างเป็นทางการต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายจากข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) รั่วไหล โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของข้อมูลที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ 2 แสนราย พร้อมระบุว่าเข้าใจถึงความกังวลของนักลงทุนอย่างดี
“ต้องบอกว่าขอโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะเจ้าของข้อมูลที่มีข้อมูลรั่วไหลไป เราเข้าใจถึงความตระหนกและความกังวลของทุกคนสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือขอให้อย่าตระหนกกังวล เพราะข้อมูลที่หลุดออกไปนั้นยังไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมใด ๆ ได้ทันที”นายอัสสเดชกล่าว
นายอัสสเดช เน้นย้ำถึงจุดแข็งของระบบการเงินไทยว่า มีโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัยที่ซับซ้อนและได้รับการปกป้องหลายระดับ (Multi-Layer Security) ทำให้การเข้าถึงและนำข้อมูลไปทำธุรกรรมการเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นทำได้ยากยิ่ง อีกทั้งจากการตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบรายงานความเสียหายหรือการทำธุรกรรมที่ผิดปกติเกิดขึ้นจากกรณีนี้
สำหรับการดำเนินการแก้ไขทางเทคนิค ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ได้อุดช่องโหว่ทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าถึงในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก
“ในเรื่องเทคนิค เราได้ปิดช่องทางการเข้าถึงในรูปแบบนี้ในทุกระบบแล้ว ไม่ใช่เฉพาะระบบที่มีการเจาะเข้ามาจนเกิดการรั่วไหลเท่านั้น นอกจากนี้ เราได้แจ้งไปยังทุกบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ถึงรายชื่อข้อมูลที่รั่วไหล เพื่อให้ทุกฝ่ายเพิ่มการปกป้องและระมัดระวังเพิ่มเติมในเคสของทุกคน”นายอัสสเดช กล่าว
นายอัสสเดช เตือนนักลงทุนและประชาชนทั่วไปให้เพิ่มความระมัดระวังต่อภัยไซเบอร์ที่อาจแอบอ้างเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อหลอกลวง โดยย้ำชัดเจนว่า TSD ตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงโบรกเกอร์และธนาคารพาณิชย์ ไม่มีนโยบายส่งลิงก์เพื่อให้ผู้ใช้บริการคลิกผ่านทาง SMS หรืออีเมลอย่างเด็ดขาด
ในระยะยาว ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีการพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมจะทำงานร่วมกับสถาบันการเงินทุกแห่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนในระบบตลาดทุนไทย
“ผู้ประสงค์ร้ายมีการพัฒนาเทคโนโลยีอยู่อย่างต่อเนื่อง เราในฐานะผู้ดูแลระบบก็มีหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องข้อมูลของทุกคนเช่นกัน เราจะทำให้ดีที่สุด และขอให้ทุกคนมีสติ รอบคอบ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามมายัง TSD บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคารที่ท่านใช้บริการได้ทันที”นายอัสสเดช กล่าว
เปิดไทม์ไลน์ข้อมูลรั่ว
”ในนามของ TSD ก็อยากจะขออภัยเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ เรายืนยันว่าเราจะพยายามทำอย่างดีที่สุดในการสื่อสารและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ”น.ส.พิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) กล่าว
พร้อมกับ ลำดับเหตุการณ์ (Timeline) จากวันพบเหตุข้อมูลรั่วสู่การยกระดับการแจ้งเตือน ว่าการสืบสวนภายในของ TSD ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เผยให้เห็นลำดับเหตุการณ์สำคัญ (Timeline) ดังนี้
วันเสาร์ที่ 25 ก.ค.2569 ในช่วงเย็น ทีมงานด้านไอทีของ TSD ตรวจพบความพยายามในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตในระบบ TSD Investor Portal จึงได้เริ่มทำการตรวจสอบและบล็อกการเข้าถึงทันทีตลอดทั้งคืน
วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.2569 ในช่วงเช้า การตรวจสอบยืนยันว่า มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนของผู้ใช้บริการ TSD ประกอบด้วย
ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่
หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล
จึงได้เร่งทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA พร้อมส่งอีเมลและ SMS แจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) และ คัสโตเดียน (Custodian) ในทันที เพื่อให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.2569 ผลการตรวจสอบเชิงลึก ร่วมกับตำรวจไซเบอร์พบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า มีข้อมูลทางด้านการเงิน คือ ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร ซึ่งได้แจ้งธนาคารแล้ว โดย TSD ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์และประสานงานเชิงลึกกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิด พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบระรอกที่ 2 ผ่านทางอีเมลและ SMS
ย้ำพอร์ตหุ้นปลอดภัย
จากการตรวจสอบล่าสุด ข้อมูลของผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนประมาณ 200,000 ราย จากฐานผู้ถือหุ้นทั้งหมดในระบบราว 5 ล้านราย โดยข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, ชื่อบริษัทหลักทรัพย์, เลขที่บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงชื่อธนาคารและเลขที่บัญชีธนาคาร
พร้อมกับยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ จำนวนหุ้น มูลค่าพอร์ต ข้อมูลการทำธุรกรรม หรือข้อมูล Username และ Password รั่วไหลออกไปแม้แต่น้อย
”กระทั่งวันนี้ ก็ยังไม่พบว่ามีการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งจึงเป็นที่มาที่เรามีการแถลงข่าวในวันนี้ เพราะเราให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ๆ และอยากให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้”น.ส.พิชยา กล่าว
น.ส.พิชยา ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดบนระบบ TSD Investor Portal (Web-based) เท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชัน wiset หรือ วิเศษ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลส่วนบุคคลที่หลุดไปใช้ในการทำ Social Engineering หรือ Phishing ทาง TSD ได้ประสานงานไปยังสถาบันการเงินและโบรกเกอร์ทุกแห่งเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติแล้ว พร้อมเตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังข้อความหลอกลวง
”อีเมลที่เราแจ้ง หรือ SMS จะไม่มีลิงก์ใด ๆ ขอให้ทุกท่านช่วยระมัดระวังด้วย เพราะอาจจะมีคนสวมรอยจากเหตุการณ์นี้ เข้ามาส่งอีเมลหรือ SMS แล้วหลอกว่ามีข้อมูลรั่วไหล ขอให้กดลิงก์เพื่อยืนยัน อันนี้ไม่ใช่จาก TSD ขอให้ระมัดระวังอีเมลและ SMS เหล่านี้ด้วย” น.ส.พิชยา กล่าว
น.ส.พิชยา กล่าวว่า สำหรับผู้ลงทุนที่ได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากทางโบรกเกอร์หรือธนาคารบางแห่งมีการแจ้งเตือนภัยลูกค้ายกแผงเพื่อความปลอดภัย แต่ผู้ได้รับผลกระทบตัวจริงจะได้รับอีเมลและ SMS ตรงจาก TSD เท่านั้น
สำหรับผู้ลงทุนที่มีข้อสงสัยหรือต้องการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ SET Contact Center ซึ่งได้เปิดให้บริการพิเศษในวันหยุดเพื่อรองรับสายจากนักลงทุน ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิ ตรวจสอบสถานะบัญชี หรือส่งข้อมูลสอบถามทางอีเมลได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ตัดวงจรทันทีจำกัดความเสียหาย
นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทันทีที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติ ทีมงานไอทีได้เปิดใช้โปรโตคอลฉุกเฉิน โดยสั่งระงับและปิดช่องทางการเข้าถึงที่ผิดปกติในทันทีเพื่อหยุดย้างการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมทั้งทำการระงับสิทธิ์ (Disable) บัญชีผู้ใช้งานที่เป็นต้นเหตุ ตลอดจนนำโค้ดเจ้าปัญหาในส่วน User Profile ออกมาทำการแก้ไขและอุดช่องโหว่ทันที
นอกจากนี้ ทีมไอทีได้เร่งตรวจสอบจำนวนและรูปแบบของข้อมูลที่หลุดออกไป เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและดำเนินการแจ้งเตือนผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบตามขั้นตอนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
นายถิรพันธุ์ กล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ TSD ได้ประกาศยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แบบเชิงรุก (Proactive Cybersecurity) ในหลายมิติ ประกอบด้วย
1.ขยายผลการสแกนโค้ดด้วย AI โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการตรวจวิเคราะห์และสแกนพฤติกรรมความเสี่ยง (Pattern Recognition) ในซอร์สโค้ดของระบบ TSD Investor Portal รวมถึงขยายการสแกนไปยังทุกระบบของ TSD และระบบทั้งหมดในเครือ SET Group เพื่อค้นหาและแก้ไขจุดอ่อน
2.ยกระดับการยืนยันตัวตนและการทดสอบเจาะระบบด้วยการปรับปรุงระบบการยืนยันตัวตน (Authentication) ให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับขอบเขตการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Test) โดยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกให้มีความเข้มข้นขั้นสูงสุด
3.ยึดหลัก Air-Gapped & Public Scope Limitation จะไม่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่บริการที่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตจะถูกจำกัดขอบเขตสิทธิ์ไว้เพียงแค่การดูข้อมูลเท่านั้น
4.ทยอยย้ายบริการสู่แอป wiset เนื่องจากบริการ TSD Investor Portal บนเว็บเบราว์เซอร์เปิดใช้งานมานานกว่า 5 ปี ในอนาคตจึงมีแผนที่จะค่อย ๆ ทรานซิชัน (Transition) และไมเกรต (Migrate) การให้บริการไปอยู่บนแอปพลิเคชัน wiset ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด และมีสถาปัตยกรรมความปลอดภัยที่รัดกุมสูงสุดในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ระบบโครงสร้างข้อมูลของ TSD มีการออกแบบให้แยกส่วนกันอย่างเด็ดขาด ระหว่างระบบหน้าบ้าน กับหลังบ้าน โดยระบบ TSD Investor Portal เป็นระบบหน้าบ้าน (Front-end) ขอบเขตของปัญหาโค้ดสิทธิ์การเข้าถึงจำกัดอยู่แค่เพียงส่วนหน้าจอ User Profile เท่านั้น
ระบบหน้าบ้านนี้ถูกแยกออกจาก “ระบบศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (Back-end)” ที่ใช้เก็บข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์จริงบนแอปพลิเคชั่น wiset อย่างสิ้นเชิง ทำให้ระบบหลังบ้าน wiset ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ปลอดภัย 100%
“ระบบ Investor Portal เป็นระบบหน้าบ้านเพื่อแสดงข้อมูล มีการแยกออกจากกันอย่างชัดเจนกับระบบหลังบ้านที่ใช้เก็บข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ ซึ่งระบบศูนย์รับฝากที่เป็น Back-end ไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงแอป wiset ถือเป็นระบบที่เป็น Back-end ยังปลอดภัย 100% “นายถิรพันธุ์ กล่าว
นายถิรพันธุ์ ชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคที่ข้อมูลรั่วไหลว่า ทางทีมไอทีพบการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมผ่านทางระบบ TSD Investor Portal ซึ่งจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ผู้ใช้งาน (User) รายหนึ่งได้ทำการล็อกอินเข้าสู่ระบบตามขั้นตอนปกติ แต่ได้ใช้วิธีการปรับเปลี่ยนข้อความรหัสประจำตัว (ID) ของตนเองบนหน้าจอ User Profile เพื่อดึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการรายอื่นที่มี ID ต่างกันออกไปเป็นจำนวนมาก
ในทางเทคนิคทางไซเบอร์ พฤติกรรมดังกล่าวมักถูกเรียกว่าช่องโหว่ประเภท Broken Object Level Authorization (BOLA) หรือ Insecure Direct Object References (IDOR) ซึ่งเกิดจากการที่ระบบขาดการตรวจสอบสิทธิ์ (Authorization Check) ทีเข้มงวดว่า ผู้ใช้งานที่ล็อกอินเข้ามานั้นมีสิทธิ์ในการดูหรือจัดการข้อมูลของ ID อื่นตามที่ร้องขอหรือไม่
” User รายดังกล่าวล็อกอินเข้ามาตามขั้นตอนปกติ แต่มีการไปเปลี่ยนข้อความ ID ของตัวเองในหน้าจอ User Profile เพื่อดึง User Profile ของผู้ใช้บริการรายอื่นที่มี ID ต่างกันเป็นปริมาณค่อนข้างมาก รวมถึงโค้ดในส่วนนี้มีจุดที่ยังต้องปรับปรุง ทำให้ User ดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูล ID ในส่วนนี้ได้ จึงส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล” นายถิรพันธุ์ กล่าว
ล่าตัวข้ามพรมแดน
พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ตอท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสืบสวนว่า ทางตำรวจไซเบอร์ได้ส่งทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัลร่วมกับ TSD ทันทีหลังจากได้รับแจ้งเหตุ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ Log in การใช้งานและ IP Address เพื่อระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุ
“ตำรวจไซเบอร์ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่เราได้ประสานงานเชิงลึกกับพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งในประเทศ อย่าง ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อแกะรอยเส้นทางการเข้าถึงข้อมูลข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด” พ.ต.ท.พากฤต กล่าว
พ.ต.ท.พากฤต ยืนยันถึงฐานความผิดทางกฎหมายว่า ผู้ก่อเหตุจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทลงโทษหลายมาตรา โดยทางตำรวจจะทำการสืบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างแน่นหนาก่อนแถลงข้อหาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
พร้อมกับได้แจ้งเตือนถึงรูปแบบภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นตามมาภายหลังเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ว่ามิจฉาชีพมักจะใช้โอกาสนี้ฉวยโอกาสจากกระแสข่าว เพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลที่หลุดออกไปมาใช้สร้างสถานการณ์หลอกลวง 2 รูปแบบหลัก
1.Phishing via Urgency (การส่ง SMS/อีเมลข่มขู่ให้ตื่นตระหนก) มิจฉาชีพจะส่งข้อความที่ระบุข้อมูลจริงของเหยื่อ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัญชี หรือชื่อโบรกเกอร์ แล้วอ้างว่าเป็นแจ้งเตือนด่วนจาก TSD ว่าข้อมูลของท่านรั่วไหล จากนั้นจะแนบ “ลิงก์ Phishing” เพื่อกดดันให้เหยื่อรีบกดเข้าไปอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัยด่วน ซึ่งแท้จริงแล้วคือการหลอกลวงเพื่อดักจับรหัสผ่าน (Credentials)
2.Spear Phishing / VIP Call Center (การสวมรอยเจาะจงเป้าหมาย มิจฉาชีพใช้ข้อมูลที่ถูกต้องเป๊ะ เช่น เลขพอร์ตหุ้น หรือบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ มาใช้ทลายเกราะป้องกัน Zero Trust ในใจของเหยื่อ
“เมื่อเหยื่อได้ยินข้อมูลของตัวเองถูกต้องเป๊ะทุกอย่าง ตามทฤษฎีจิตวิทยาจะชี้ว่า สมองจะเกิดภาวะที่เรียกว่า Authority Bias หรือการปักใจเชื่อ จากนั้นคนร้ายก็จะหลอกให้แอดไลน์ หรือลงทะเบียนในเว็บไซต์ปลอม ซึ่งเป็นจุดอันตรายอย่างยิ่ง”พ.ต.ท.พากฤต อธิบายเพิ่มเติม
ข้อสังเกตและวิธีป้องกันตนเอง
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการสวมรอย เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ และ TSD ได้ให้แนวทางปฏิบัติและข้อสังเกตสำคัญสำหรับนักลงทุน ดังนี้
1.สังเกต Top-Level Domain (TLD) บน URL เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรในไทยมักใช้โดเมนลงทะเบียนที่น่าเชื่อถือ เช่น .go.th, .co.th หรือ .ac.th หากพบลิงก์ที่เป็นโดเมนฟรี หรือโดเมนแปลกปลอม เช่น .cc หรือ .xyz ให้สงสัยทันทีว่าเป็น Domain Spoofing หรือเว็บไซต์ปลอม
2.ย้ำหลักการ “TSD ไม่ส่งลิงก์” โดย TSD ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสถาบันการเงิน ไม่มีนโยบายส่งลิงก์ ผ่านทาง SMS หรืออีเมลเพื่อให้ผู้ถือหุ้นกดอัปเดตข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น หากพบลิงก์แนบมา ขอให้ตัดทิ้งทันที
3.ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก ปัจจุบันข้อมูลที่รั่วไหลไป ยังไม่สามารถถูกนำไปใช้โอนเงินหรือทำธุรกรรมได้ทันที หากปราศจากการยินยอมหรือการกรอกข้อมูลเพิ่มจากตัวผู้ใช้งานเอง
4.มาตรการเมื่อพบสิ่งผิดปกติ หากพบการล็อกอินเข้าสู่ระบบพอร์ตหุ้นหรือบัญชีธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินเพื่อระงับเหตุทันที จากนั้นสามารถแจ้งความออนไลน์ หรือโทรแจ้งสายด่วน 1441 ศูนย์ AOC (Anti Online Scam Operation Center) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม แม้ครั้งนี้ข้อมูลที่รั่วไหล 2 แสนบัญชี จากทั้งหมด 5 ล้านบัญชี เชื่อว่าผู้ที่ข้อมูลรั่วไหลจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้สร้างความกังวลในใจไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการเยียวยาผู้เสียหายอย่างไร