TTB ผลลัพธ์ซื้อหุ้นคืน


ประกาศงบไตรมาส 2/2569 ออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับกลุ่มแบงก์พาณิชย์ ซึ่งมีทั้งที่กำไรโตกระฉูด กำไรทรง ๆ และกำไรลดลงจนน่าใจหาย แต่โดยภาพรวมถือว่ายังทำได้ดี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง แต่มีอยู่แบงก์หนึ่งนอกจากกำไรโตแล้ว ยังมีพัฒนาในเรื่องของอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ที่โดดเด่นด้วยนะ…

น่าจะพอเดากันได้ว่าเป็นแบงก์ไหน..?? 

ก็จะใครเสียอีกล่ะ…ถ้าไม่ใช่ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ที่วันนี้ขึ้นแท่นหุ้นขวัญใจของใครหลาย ๆ คนไปแล้วชิมิ ชิมิ…

ในไตรมาส 2/2569 แบงก์สีฟ้า TTB โชว์กำไรสุทธิ 5,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,004 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 10,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาด

โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 12,265 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากผลกระทบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงปริมาณสินเชื่อที่ลดลงตามกลยุทธ์เติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ซึ่งกดดันรายได้ดอกเบี้ย ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 3.03% ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.02% ในไตรมาส 2/2568 

ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิอยู่ที่ 3,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.6% ขณะที่มีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 5,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% มีสาเหตุหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม ผ่านกำไรหรือขาดทุน รายได้เงินปันผลรับ และรายได้อื่น ซึ่งส่วนหนึ่งเพิ่มขึ่นจากการได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน FIDF ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” 

ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 17,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการดำเนินงาน 16,381 ล้านบาท

ด้านคุณภาพสินทรัพย์โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทรงตัวที่ประมาณ 39,000 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 คิดเป็นอัตรา NPL 2.93% ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 9% จากปีก่อน คิดเป็น Credit Cost ที่ 1.36% แม้ยังสูงกว่าระดับปกติ สะท้อนนโยบายตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อ NPL (Coverage Ratio) เพิ่มเป็น 157% จาก 152% ณ สิ้นปี 2568

ภาพรวมถือว่างบแข็งแกร่ง..!!

แต่ที่เร้าใจไม่น้อยไปกว่าการเห็นกำไรเติบโต คงเป็น EPS นี่แหละ ซึ่งโตก้าวกระโดดถึง 20% อยู่ที่ 0.06 บาทต่อหุ้น เทียบกับ 0.05 บาทต่อหุ้น ในไตรมาส 2/2568..!!

สะท้อนว่าผลจากการซื้อหุ้นคืนเริ่มออกฤทธิ์ออกเดชแล้วจ้า..!?

ถ้าจำกันได้ TTB เป็นแบงก์หัวขบวนที่ประกาศซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 21,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2570 ก่อนที่ภายหลังได้ขยายวงเงินเป็นไม่เกิน 35,000 ล้านบาท และขยายกรอบเวลาเป็นสิ้นสุดปี 2571

โดยผลจากการซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 3 รอบ สามารถซื้อหุ้นคืนสะสมได้รวม 10,038.28 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.29% รวมมูลค่าทั้งสิ้น  21,000 ล้านบาท ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม 1 ปี 

แต่ยังไม่จบนะ เพราะ ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 TTB ยังเหลือเงินในหน้าตักที่จะซื้อหุ้นคืนอีก 14,000 ล้านบาท

จุดที่น่าจับตา ด้วยราคาหุ้น TTB ในช่วงที่ผ่านมาปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยในรอบ 1 เดือนราคาปรับขึ้นไปกว่า 20% และรอบ 3 เดือนปรับขึ้นไป 30% ส่งผลให้ราคาในกระดานวิ่งฝ่าเป้า Consensus ที่ 2.81 บาทไปแล้ว แถมราคาหุ้นปัจจุบันก็สูงกว่า Book Value ที่ 2.77 บาทแล้ว ทำให้การซื้อหุ้นคืนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมในเวลานี้ก็เป็นได้ 

เลยมีการคาดการณ์กันว่า TTB อาจปรับแผนจากการซื้อหุ้นคืน มาเป็นจ่ายเงินปันผลพิเศษในปี 2569 แทน โดยคาดจะปันผลพิเศษสูงสุดราว 0.14 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ 4.8% เชียวหนา…ซึ่งต้องรอความชัดเจนอีกที

เอาเป็นว่า ไม่ว่า  TTB จะเลือกทางไหน..?? จะเดินหน้าซื้อหุ้นคืนต่อไป หรือเปลี่ยนมาเป็นจ่ายปันผลพิเศษแทน 

ผู้ถือหุ้นก็คงไม่ติด (ใจ) หรอกมั้ง..!?

…อิ อิ อิ…