เรียนหลักสูตรปริญญามหาวิทยาลัยจาก UK ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ที่สิงคโปร์ รู้จัก PSB Academy กับ Multi-Campus ใหม่ [PR News]

การเรียนวิศวกรรม สุขภาพ บริหารธุรกิจ หรือการสื่อสาร ไม่ได้ต้องการแค่ห้องเรียนเหมือนกันทั้งหมด แต่ต้องการ “พื้นที่” และ “อุปกรณ์” ที่ต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละสาขา

ด้วยเหตุนี้ PSB Academy สถาบันการศึกษาเอกชนในสิงคโปร์ ที่กำลังก้าวเข้าสู่รูปแบบ Multi-Campus Learning Ecosystem ที่แยกพื้นที่เรียนออกตามกลุ่มวิชา เช่น Business & Management, Engineering, IT & Computer Sciences, Media & Communication และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้แต่ละสาขามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเรียนและการลงมือปฏิบัติมากขึ้น

รู้จัก PSB Academy จากสถาบันพัฒนาทักษะแรงงาน สู่สถาบันการศึกษานานาชาติในสิงคโปร์

PSB Academy มีจุดเริ่มต้นในปี 1964 จากการพัฒนาทักษะและผลิตภาพแรงงานภายใต้ Singapore Economic Development Board ก่อนพัฒนามาสู่สถาบันการศึกษาเอกชนในรูปแบบปัจจุบัน ตลอดเวลากว่า 60 ปี บทบาทของสถาบันขยายจากการพัฒนาทักษะแรงงาน สู่การเปิดสอนหลักสูตรตั้งแต่ Certificate และ Diploma ไปจนถึงระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี

ปัจจุบัน PSB Academy รองรับนักศึกษามากกว่า 20,000 คนต่อปี จากกว่า 50 สัญชาติ พร้อมหลักสูตรที่ครอบคลุม 17 กลุ่มสาขา ได้แก่

อีกส่วนสำคัญของโมเดลการศึกษาคือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยพาร์ตเนอร์จากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เช่น Coventry University, La Trobe University, Massey University, The University of Newcastle และอื่น ๆ ซึ่งเปิดทางให้นักศึกษาเลือกเรียนหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ โดยมีสิงคโปร์เป็นพื้นที่ในการเรียนและใช้ชีวิต

จากพื้นที่เรียนแบบรวม สู่ Multi-Campus ที่แยกบทบาทตามแต่ละศาสตร์

ภาพของ Multi-Campus Learning Ecosystem จะเห็นชัดขึ้นจากแผนใหม่ของ PSB Academy ที่ไม่ได้แค่ขยายอาคาร แต่ ‘แยกสาขาไปอยู่ตามพื้นที่ที่เหมาะกับการเรียนของแต่ละสาย’ โดยการขยายครั้งนี้ทำให้พื้นที่รวมของ Campus เพิ่มขึ้นประมาณ 60%

พื้นที่ใหม่ในสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 3 แห่งหลัก ๆ และแต่ละแห่งก็มีบทบาทต่างกันไป

พื้นที่สองอาคารในย่าน Tai Seng จะทำงานร่วมกันในฐานะ Integrated STEAM Hub ครอบคลุมการเรียนตั้งแต่ Health & Life Sciences, Engineering และ Technology ไปจนถึง Design & Communication โดยแต่ละสาขาจะมีพื้นที่และ Facilities ที่รองรับการเรียนเชิงปฏิบัติโดยเฉพาะ

ส่วน 29 Tai Seng Street จะเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ PSB Academy และพื้นที่ของ School of Health & Life Sciences พร้อมห้องปฏิบัติการและพื้นที่ฝึกทักษะ เช่น Nursing Practicum Lab ขณะที่ 16 Tai Seng Street จะรองรับ School of Engineering & Technology และ School of Design & Communication พร้อมแล็บเทคโนโลยี พื้นที่ทดลองโดรน และพื้นที่สำหรับ Media Production

ฝั่ง School of Business & Management และ School of Foundation Studies จะอยู่ที่ SingPost Centre ในย่าน Paya Lebar รองรับการเรียนด้านธุรกิจ การบริหาร และหลักสูตร Foundation พร้อมทำเลที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะและพื้นที่ต่างๆ ของเมืองได้สะดวก

ความแตกต่างของทั้งสามพื้นที่จึงอยู่ที่บทบาทของแต่ละ Campus ซึ่งถูกจัดให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนและการฝึกปฏิบัติของกลุ่มสาขาที่แตกต่างกัน

สำหรับนักเรียนไทย Campus ใหม่ให้อะไรมากกว่าพื้นที่เรียน

การตัดสินใจเรียนต่อต่างประเทศของนักเรียนและผู้ปกครองชาวไทย มักจะครอบคลุมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบที่จะต้องใช้ชีวิตเรียนรู้ตลอดช่วงระยะเวลาหลายปี มากไปกว่าเพียงแค่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยหรือรายละเอียดของหลักสูตร

สำหรับนักเรียนไทย สิ่งที่เปลี่ยนไปจาก Multi-Campus จึงอยู่ที่ประสบการณ์การเรียนมากกว่าขนาดของพื้นที่ เมื่อแต่ละกลุ่มสาขามีสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบให้สัมพันธ์กับรูปแบบการเรียนของตัวเองมากขึ้น ทั้งการเรียนภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ

แคมปัสใหม่เตรียมทยอยเปิดในครึ่งแรกของปี 2027

การเปลี่ยนผ่านสู่ Multi-Campus Learning Ecosystem จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดย PSB Academy มีแผนทยอยเปิดพื้นที่ใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 ภายใต้การอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ Cathay Campus จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแคมปัสต่อไป

ภาพ: 16 Tai Seng Street / 29 Tai Seng Street / SingPost Centre