ไทยพร้อมเวที UNCLOS ‘สีหศักดิ์’ กางจุดยืนประนอมข้อพิพาทกัมพูชา ชี้เป้าหมายหลักคือปักปันเขตแดน ปัดคุยแบ่งทรัพยากร
วันนี้ (15 สิงหาคม) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตั้งคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ภายใต้กระบวนการตาม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติในประเด็นข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา
เชื่อมั่นประธานคณะประนอมออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
สีหศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการประนอมมีความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยมี นางแคทรีนา คูเปอร์ (Katrina Cooper) เอกอัครราชทูตชาวออสเตรเลีย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 และจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการประนอม ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ทางการไทยให้การสนับสนุน
ประธานคณะกรรมาธิการประนอมท่านนี้ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสูง
โดยมีประวัติการทำงานที่สำคัญ
- เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออก
- เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย
- เคยเป็นตัวแทน (Co-Agent) ของฝ่ายออสเตรเลีย ในกลไกการประนอมภาคบังคับระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลีย ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก
จากประสบการณ์ดังกล่าว ทางการไทยจึงมีความมั่นใจว่ากระบวนการประนอมในครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างเที่ยงธรรม และอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจในประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง
เมื่อถามถึงเป้าหมายของไทยว่าต้องการเพียงข้อเสนอแนะหรือมุ่งไปสู่การยุติข้อพิพาทอย่างเป็นรูปธรรม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กลไกนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเป็นหลัก โดยทางการไทยมีหน้าที่เข้าร่วมพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริง คาดว่าอาจมีการจัดประชุมทุกๆ 1 หรือ 2 เดือน ตามแต่ผู้ประนอมจะเห็นสมควร
ทั้งนี้ สีหศักดิ์ ย้ำว่า ผลสรุปจากกระบวนการประนอมจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (Non-binding) และไม่ใช่คำสั่งที่ไทยต้องปฏิบัติตาม แต่จะเป็นแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายนำมาพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ในจุดใด และจะถูกนำมาใช้เป็น ‘พื้นฐาน’ สำหรับการพูดคุยแบบทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชาต่อไป
”ท่าทีของไทยตั้งแต่ต้นคือการมุ่งเน้นการเจรจาพูดคุยกันก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการนี้ แต่เมื่อการพูดคุยยังไม่ได้ผล จึงต้องหันมาใช้กลไกภายใต้ UNCLOS ซึ่งนอกจากการประนอมภาคบังคับแล้ว ยังมีกลไกการประนอมโดยสมัครใจร่วมด้วย” สีหศักดิ์ กล่าว
สีหศักดิ์ ยืนยันว่าเมื่อกระบวนการเริ่มต้นขึ้น ทางการไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์และชี้แจงท่าทีของประเทศอย่างเต็มที่ โดยหวังว่ากระบวนการจะราบรื่นและนำไปสู่ทางออกที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงยึดมั่นในจุดยืนที่สำคัญที่สุด คือ กระบวนการประนอมจะต้องมุ่งเน้นไปที่การ ‘กำหนดและปักปันเขตแดนทางทะเล’ ให้ถึงที่สุดและได้ข้อยุติเสียก่อน โดยจะต้องไม่มีการหยิบยกเรื่อง ‘การแบ่งปันทรัพยากร’ ขึ้นมาหารือในขั้นตอนนี้ ซึ่งสวนทางกับความต้องการของฝ่ายกัมพูชา ที่ประสงค์จะให้มีการหารือควบคู่ไปกับการแบ่งปันทรัพยากรในทะเลทับซ้อนดังกล่าว