เบื้องหลัง Unitree IPO ระดมทุน 6 พันล้าน เตรียมเข้าเทรดตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ยอดจองซื้อล้น 8,000 เท่า
China's Yushu Technology Co. หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Unitree Robotics กำลังเดินหน้าระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO มูลค่ารวมราว 6,100 ล้านหยวน หรือประมาณ 904 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) รายแรกของจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นในประเทศ
Unitree มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหางโจว ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นบนกระดาน STAR Market ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่ 150.80 หยวนต่อหุ้น ตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจะเสนอขายหุ้นจำนวน 40.4 ล้านหุ้น พร้อมระบุว่าได้เปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าจองซื้อไปแล้วเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด Unitree ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนรายย่อย จนยอดจองซื้อสูงเกินกว่า 8,000 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย
การเข้าตลาดหุ้นของ Unitree เกิดขึ้นในจังหวะที่ Embodied Artificial Intelligence หรือหุ่นยนต์ AI กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญแห่งอนาคตในการแข่งขันด้าน AI ระดับโลก หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นหนึ่งในความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลปักกิ่ง และ Unitree ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของประเทศในสนามนี้
Unitree ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Tesla และ Boston Dynamics ซึ่งจากตัวเลขจองซื้อหุ้นที่ Oversubscribed นั้นแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนคลั่งไคล้ธุรกิจหุ่นยนต์ AI มากเพียงใด
ตามเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท ระบุว่า อัตราการได้สิทธิ์ซื้อหุ้นของนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ราว 0.018% เท่านั้น แม้บริษัทจะทำการดึงหุ้นบางส่วนกลับมาจากสัดส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนสถาบัน เพื่อมาเฉลี่ยให้นักลงทุนรายย่อยเพิ่มเติมแล้วก็ตาม นั่นเท่ากับว่า โอกาสที่นักลงทุนรายย่อยจะได้สิทธิ์ซื้อหุ้นใหม่ของ Unitree นั้นต่ำกว่าหุ้น IPO ส่วนใหญ่ในจีนที่เปิดขายมาตลอดปีนี้
“หุ่นยนต์แห่งชาติ” ที่นักลงทุนทั้งจีนเทใจให้
นอกจากนักลงทุนรายย่อยแล้ว นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ ๆ ก็ให้ความสนใจร่วมลงทุนใน Unitree หนึ่งในนั้นคือ DeepSeek ผู้พัฒนาโมเดล AI ชั้นนำของจีน ที่ได้ลงทุนไป 140 ล้านหยวน เพื่อถือหุ้นสัดส่วน 2.31% ในบริษัท
ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ Unitree สามารถใช้จุดแข็งด้าน AI ของ DeepSeek มาพัฒนาโมเดล Embodied Intelligence สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทได้ หลังจากได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากมาต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Unitree ยังได้รับแรงหนุนใหม่จาก Tencent ผ่านหน่วยงานลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 2.23% รวมมูลค่า 136 ล้านหยวน โดย Tencent จะร่วมมือกับ Unitree ในการพัฒนาโมเดลอัจฉริยะสำหรับหุ่นยนต์ และเร่งการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อมมากขึ้น
ตามเอกสารเสนอขายหุ้นที่เผยแพร่เมื่อเดือนก่อน ระบุว่า Unitree ได้ทำการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปแล้วกว่า 5,500 ตัวในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ขึ้นครองอันดับหนึ่งของโลกในแง่ของยอดจัดส่ง ขณะที่ยอดขายสะสมของหุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robots) ก็ทะลุ 33,000 ตัวไปแล้วเช่นกัน
บริษัทยังได้รับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนและนักลงทุนที่มีภาครัฐหนุนหลังอีกหลายราย รวมถึงหน่วยงานในเครือ Tencent, Alibaba Group และ China Mobile
ด้านนักลงทุนรายย่อยในประเทศจีน ตามรายงานของ Reuters ระบุว่า พวกเขามอง Unitree ว่ามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อประเทศจีนอย่างมาก และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทมีศักยภาพมากพอที่จะขึ้นมาท้าชนกับ Optimus หุ่นยนต์ของ Elon Musk ได้ และยังคาดการณ์ว่าราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวในวันเปิดซื้อขายวันแรก
ด้าน SWS Research ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มูลค่า IPO ที่ค่อนข้างสูงของ Unitree อาจดึงความสนใจของตลาดให้หันมาโฟกัสที่มูลค่าเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มากขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับมูลค่าของหุ้นกลุ่มหุ่นยนต์ทั้งอุตสาหกรรมในอนาคต
ส่วน Wang Xingxing ผู้ก่อตั้ง Unitree หลัง IPO แล้ว เขาจะยังคงกุมอำนาจบริหารบริษัทไว้แน่น โดยคาดว่าเขาจะยังถือหุ้นรวมกันราว 31.29% ของบริษัทหลัง IPO
โมเดลธุรกิจสไตล์จีน
โมเดลธุรกิจของ Unitree วางอยู่บนแนวคิดสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนเองภายในบริษัท แทนที่จะประกอบชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์หลายเจ้า
กลยุทธ์ดังกล่าวเรียกว่า การรวมห่วงโซ่การผลิตแบบครบวงจร (Vertical Integration) ตลอดทั้งไลน์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งคล้ายกับแนวทางที่ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ ทำให้บริษัทลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายได้ แม้จะยังต้องผสานความสำเร็จด้านฮาร์ดแวร์เข้ากับการพัฒนาความฉลาดของหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์ให้แข็งแกร่งขึ้นอีก
สำหรับด้านรายได้ Unitree เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรายได้พุ่งขึ้นแตะ 1,700 ล้านหยวนในปี 2025 จาก 393 ล้านหยวนในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 278 ล้านหยวนในปีที่ผ่านมา และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงกว่า 60%
Unitree ระบุว่าจะนำเงินราว 4,200 ล้านหยวนจากเงินที่ระดมได้ในครั้งนี้ ไปใช้พัฒนาโมเดล Embodied AI งานวิจัยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายกำลังการผลิตต่อไป
Morgan Stanley มองว่า บริษัทหุ่นยนต์จีนยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วงชิงดีมานด์ทั่วโลก แม้จะต้องเผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นก็ตาม โดยในรายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ระบุว่า มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ ที่จำกัดการนำเข้าอุปกรณ์หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตในต่างประเทศบางประเภท อาจจะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อบริษัทจีนไม่มากนัก แต่ในระยะยาวอาจทำให้ทั้งอุตสาหกรรมมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
นอกจากนี้ Unitree ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศต่อไป เพราะทิศทางของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนกำลังเปลี่ยนจุดโฟกัส จากการโชว์ความสามารถด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่าคู่แข่ง ไปสู่การพัฒนาโมเดล AI ที่จะทำให้หุ่นยนต์สามารถทดแทนแรงงานมนุษย์ได้จริง
ด้าน Unitree เองก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะเสียความได้เปรียบให้กับคู่แข่งในการพัฒนาสมองของหุ่นยนต์ เพราะตอนนี้ทิศทางของอุตสาหกรรมกำลังขยับจากการลงทุนใน “ร่างกาย” หุ่นยนต์ไปสู่ “สมอง” ที่คิดได้ ทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney