ทีมไทยเร่งถก USTR คืนนี้ โค้งสุดท้าย ปูทาง 'อนุทิน' ต่อสายตรง 'ทรัมป์' ปิดดีลสัปดาห์นี้

ทีมไทยแลนด์เร่งถก USTR คืนนี้วันที่ เคาะดีลภาษีโค้งสุดท้าย ปูทาง “อนุทิน” ต่อสายตรงคุย “ทรัมป์” ปิดดีลสัปดาห์นี้ ลุ้นผลเจรจาภาษีเทียบเท่าเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ ที่รัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คืนวันที่ 15 ก.ย.นี้ ทีมไทยแลนด์ จะหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดสุดท้ายถึงการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะโทรศัพท์หารือกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตอนนี้ทางสหรัฐฯ พิจารณาเลือกวันนัดหมายระหว่างวันที่ 17 หรือ 18 ก.ย.นี้ เพื่อตกลงกรอบเนื้อหาต่าง ๆ ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางไปสหรัฐฯ และมีกำหนดการพบปะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวทียูเอ็นในวันที่ 24 ก.ย.นี้

นางศุภจี กล่าวว่า ในส่วนของตัวเลขและอัตราภาษีตอนนี้ก็ยังรอลุ้นว่าจะมีข่าวดี แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผย เนื่องจากต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เจรจาข้อเสนอพิเศษกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เจรจาในส่วนเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ ซึ่งการผลักดันประเด็นการค้าจนถึงระดับผู้นำสองประเทศถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักที่มีมูลค่าสูง”

นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับหลักการสำคัญในการเจรจาภาษีสหรัฐฯ มองว่า เป็นการรักษาเงื่อนไขและต้องการให้อัตราภาษีของไทยอยู่ในระนาบเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เชื่อว่าสหรัฐฯ น่าจะมีมุมมองต่อประเทศไทยที่เป็นบวกมากขึ้น หลังจากที่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการส่งผ่านสินค้า (Transshipment) ซึ่งไทยได้เสนอข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานชัดเจนว่าไม่มีการกระทำผิดใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกไต่สวน โดยภาคการผลิตทั้ง 3 กลุ่มของไทยมีกำลังการผลิตจริงสูงถึง 75% ถึง 100% ไม่ใช่ระดับต่ำกว่า 60% ตามที่เข้าใจ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมมือในการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน

นางศุภจี กล่าวว่า แนวนโยบายการค้าต่างประเทศของรัฐบาล กำหนดไว้ว่าจะเน้นการสร้างสมดุล โดยประเทศที่ไทยได้ดุลการค้า จะเจรจาด้วยความจริงใจเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน ส่วนประเทศที่ไทยขาดดุลการค้าสูง เช่น ประเทศจีน ก็ได้มีการกำหนดมาตรการ 3-4 ด้านเพื่อทยอยลดการขาดดุลการค้า ซึ่งการสร้างสมดุลนี้จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่อุปทานโลกต่อไป

นางศุภจี ยังกล่าวถึงการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย-สหภาพยุโรป ว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะสรุปผลการเจรจาในการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นปลายเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค. นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นการเจรจาต่อเนื่องจากการเจรจารอบที่ 9 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยการเจรจารอบนี้เชื่อว่า จะสามารถสรุปข้อตกลงในเชิงหลักการทั้งหมด ก่อนที่จะได้ข้อสรุปและประกาศผลได้ภายในในปี 2569 นี้ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในกระบวนการขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-อียู ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณารายละเอียดที่ยังติดขัดและมอบแนวนโยบายกรอบการเจรจาที่ชัดเจน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบผ่านการเร่งรัดขับเคลื่อนกองทุน FTA ก่อนที่จะเปิดการเจรจารอบที่ 10 ต่อไป

นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจาบรรลุข้อตกลงเชิงหลักการภายในปีนี้ จะสามารถประกาศผลการเจรจาได้ จากนั้นจะดำเนินกระบวนการทำประชาพิจารณ์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลคาดว่าจะปิดดีลได้ตามแผนในปีนี้