Verasalon เบื้องหลังชุดละครไทยกว่า 80 เรื่อง
เวลาที่คนดูละครแล้วพูดถึงเรื่องชุดสวย ส่วนใหญ่จะจำชื่อดาราที่ใส่ ไม่กี่คนที่จะจำชื่อคนที่ออกแบบมัน
แต่ถ้าคุณดู “หนึ่งในร้อย” แล้วรู้สึกว่าชุดของอนงค์ทุกตัวมันสวยในแบบที่ดูเคลมไม่ถูก — รู้สึกเหมือนถ่ายทอดยุคสมัยได้จริง แต่ก็ยังมีความร่วมสมัยที่ทำให้ไม่เก่าเกินไป — นั่นคือฝีมือของ เก๋-วิริยา พงศ์ขจร หรือ Verasalon
เด็กสาวที่อ่านนิยายจนอยากแต่งตัวให้ตัวละคร

วิริยา พงศ์ขจร เติบโตมากับการอ่านนิยาย ชอบจินตนาการว่าตัวละครในเรื่องแต่งกายแบบไหน มีหน้าตาอย่างไร และชุดที่พวกเขาใส่สะท้อนบุคลิกแบบใด ความชอบนั้นไม่ใช่แค่ความฝันเลื่อนลอย เพราะมันกลายมาเป็นอาชีพที่เธอทำมาแล้วกว่า 80 เรื่อง
เส้นทางสู่การเป็นคอสตูมดีไซเนอร์ไม่ได้ตรงไปตรงมา เธอผ่านทั้งการเรียนรู้ด้านแฟชั่น การทำงานในวงการสไตลิสต์ และการสะสมประสบการณ์จากหน้างานจริงที่ไม่มีในตำราไหน กว่าจะมาอยู่ในตำแหน่งที่ชื่อ Verasalon ถูกพูดถึงเป็นหนึ่งในทีมงานที่ผู้กำกับและโปรดักชั่นเฮาส์ต้องการมากที่สุด ใช้เวลาหลายสิบปีของการทำงานที่ไม่เคยหยุด
ตัวเลข 80 เรื่องฟังดูเป็นแค่สถิติ แต่ถ้าคิดจริงๆ มันหมายถึงการทำงานกับนักแสดงและตัวละครที่แตกต่างกันหลายร้อยคน ทำความเข้าใจกับยุคสมัย บริบท และอารมณ์ของแต่ละเรื่องตั้งแต่ศูนย์ และส่งมอบชุดที่ต้องทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน — ทั้งสวยงามพอที่คนดูจะชื่นชม และถูกต้องพอที่จะไม่ทำลายความน่าเชื่อถือของเรื่อง
งานคอสตูมสำหรับละครไทยไม่ใช่แค่การเลือกเสื้อผ้าสวยๆ มาให้ดาราใส่ มันคือการวิจัย การค้นหาข้อมูลยุคสมัย การเข้าใจว่าตัวละครคนนั้นมีฐานะอย่างไร อยู่ในช่วงชีวิตช่วงไหน และชุดที่ใส่จะบอกอะไรเกี่ยวกับเขาก่อนที่เขาจะพูดคำแรกออกมา
หนึ่งในร้อย โจทย์ที่ยากที่สุดและน่าจดจำที่สุด
ถ้าจะพูดถึงผลงานที่ทำให้ชื่อ Verasalon เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากที่สุด ต้องพูดถึง “หนึ่งในร้อย” ละครช่อง 3 ปี 2567 ที่ดัดแปลงจากนิยายของดอกไม้สด นำแสดงโดยญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ในบท “อนงค์”
โจทย์ที่ได้รับคือการออกแบบชุดกว่า 100 ชุดสำหรับตัวเอกเพียงคนเดียว ในบริบทของเรื่องที่ดำเนินอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 6 ราวปี 1910s-20s แต่ไม่ต้องการให้ดูเป็นพิพิธภัณฑ์ มันต้องสื่อสารยุคสมัยได้จริง แต่ก็ต้องมีความร่วมสมัยที่ทำให้คนดูปี 2567 รู้สึกเชื่อมต่อได้
วิธีที่ Verasalon แก้โจทย์นี้คือการผสมผสานเสื้อผ้าแบรนด์ปัจจุบันเข้ากับดีเทลพีเรียด มีการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่ดูเหมือนผิดนิดแต่ชิคอยู่ ทำให้แต่ละชุดรู้สึกเหมือนมาจากยุคนั้นจริงๆ แต่ก็มีชีวิตและพลังงานของผู้หญิงยุคใหม่ที่อยู่ในตัวอนงค์ด้วย
ผลลัพธ์คือคอสตูมที่ถูกพูดถึงก่อนละครจะออนแอร์เสียอีก คนในวงการแฟชั่นไทยตามดูทุก Look และโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยการวิเคราะห์รายละเอียดชุดของอนงค์ราวกับกำลังถอดรหัสคอลเลกชั่นแฟชั่นโชว์
วิธีคิดของคนที่ทำชุดให้ตัวละคร ไม่ใช่ให้ดารา

สิ่งที่ทำให้งานของ Verasalon แตกต่างจากสไตลิสต์ทั่วไปคือวิธีคิดที่เริ่มจากตัวละคร ไม่ใช่จากดารา
ก่อนจะหยิบชุดแรกขึ้นมา เธอต้องรู้ก่อนว่าตัวละครคนนี้เป็นใคร มีชีวิตอย่างไร ชอบอะไร กลัวอะไร และในฉากนี้เขากำลังรู้สึกอะไรอยู่ ชุดที่ดีต้องเป็นการสื่อสารที่เกิดขึ้นก่อนคำพูดและการแสดง — มันต้องช่วยดาราเข้าถึงตัวละคร ไม่ใช่แค่ทำให้ดูดีในกล้อง
กองเสื้อผ้าที่ Verasalon เตรียมสำหรับแต่ละเรื่องจึงไม่ใช่แค่ชุดสวยๆ กองรวมกัน แต่คือระบบที่ทุกชุดมีตำแหน่งและเหตุผล ตัวละครคนนี้จะใส่ชุดสีไหนในฉากไหน ทำไมถึงเลือกผ้าชนิดนี้แทนที่จะเป็นชนิดอื่น และรายละเอียดเล็กน้อยอะไรที่คนดูอาจไม่เห็น แต่จะรู้สึกได้โดยไม่รู้ตัว
เบื้องหลังที่ไม่มีใครนับ
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับงานของ Verasalon คือสิ่งที่คนดูไม่เห็น
ชั่วโมงที่ใช้ค้นหาผ้าที่ถูกต้อง การโทรหาร้านตัดเย็บเพื่อปรับแบบในเวลาสั้นมาก การจัดการกับนักแสดงหลายคนที่มีตารางงานซ้อนกัน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อชุดที่วางแผนไว้ไม่ work ในหน้ากล้องอย่างที่คิด
ทุกชุดที่เห็นสวยงามบนจอนั้น อยู่หลังความวุ่นวายที่ไม่มีใครถ่ายทอด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนทำงานอย่าง Verasalon พิเศษ เพราะเธอรู้ว่างานที่ดีที่สุดคืองานที่คนดูรู้สึกถึงผลลัพธ์โดยไม่ต้องเห็นกระบวนการ