เปิดตัว vivo X500, X500 Pro และ X500 Pro Max เรือธงสายวิดีโอ ชิป 2 นาโนเมตรตัวแรกของ MediaTek
vivo ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล X500 อย่างเป็นทางการ โดยมีรุ่น vivo X500 Pro Max เป็นรุ่นระดับสูงสุดในตอนนี้ จุดขายหลักคือการถ่ายวิดีโอ ด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ใหม่ที่บันทึกวิดีโอได้ไดนามิกเรนจ์ 17 EV ตัวเครื่องใช้ชิปเซ็ต Dimensity 9600 Pro ซึ่งเป็นชิปเรือธงระดับ 2 นาโนเมตรตัวแรกของ MediaTek
ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน วีโว่ (vivo) ส่งสมาร์ทโฟนในกลุ่ม X500 Series โดยเน้นคุณภาพการถ่ายภาพซึ่งพัฒนากล้องร่วมกับ ZEISS ภายในงานวีโว่ ระบุว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเริ่มใช้งานวิดีโอ และ Live Photo มากขึ้น แต่วิดีโอจากสมาร์ทโฟนยังมีปัญหาในหลายด้าน เช่น การสั่น หรือใบหน้าที่ไม่ได้มีโทนที่สว่าง ในการเปิดตัว vivo X500 Series จึงเน้นเรื่องการถ่ายภาพเป็นพิเศษ
กล้องหลักของ vivo X500 Pro Max
กล้องหลักของ X500 Pro Max คือ ZEISS TrueDynamic ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ใหม่ Sony LYTIA L910 ที่ร่วมพัฒนากับวีโว่ ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.57 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 24 มม. มีระบบกันสั่นแบบกิมบอล 3 องศา
เซนเซอร์ตัวนี้ใช้เทคโนโลยี LOFIC ซึ่งเพิ่มส่วนกักเก็บไว้ข้างพิกเซล เพื่อรองรับแสงส่วนเกินที่ปกติจะล้นจนส่วนสว่างของภาพกลายเป็นสีขาว ช่วยเพิ่มไดนามิกเรนจ์ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยวีโว่ระบุว่าเซนเซอร์นี้เก็บแสงได้มากกว่ารุ่นก่อนกว่า 6 เท่า
พร้อมกันนี้ วีโว่ยังเปลี่ยนวิธีอ่านค่าสัญญาณจาก DCG แบบสองระดับที่ใช้ใน X300 Pro เป็น TCG แบบ 3 ระดับ ทำให้วัดค่าแสงได้แม่นยำขึ้นทั้งในส่วนสว่าง ส่วนกลาง และส่วนมืด ส่วนสัญญาณรบกวนขณะอ่านค่าลดลงเหลือ 0.75 อิเล็กตรอน ซึ่งวีโว่เคลมว่าต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีในกล้องสมาร์ทโฟน ผลคือใบหน้าในภาพย้อนแสงยังคงรายละเอียดไว้ได้
เมื่อรวมกันแล้ว กล้องหลักถ่ายวิดีโอได้ไดนามิกเรนจ์ 17 EV คือเก็บความต่างของความสว่างระหว่างจุดสว่างที่สุดกับจุดมืดที่สุดในเฟรมเดียวกันได้ราว 1.3 แสนเท่า เพิ่มขึ้นจาก 14 EV ของ X300 Pro โดยวีโว่ย้ำว่าตัวเลขนี้เป็นค่าที่ผู้ใช้ถ่ายได้จริง ส่วนค่าตามการออกแบบอยู่ที่ 18.4 EV และระบุว่าอยู่ในระดับเดียวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ
กล้องเทเลโฟโต้ 200 ล้านพิกเซล อัลตราไวด์ และวิดีโอ
กล้องเทเลโฟโต้ ZEISS APO ของ vivo X500 Pro Max ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ ISOCELL HP0 ของซัมซุงขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.67 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 85 มม. ทั้งนี้ วีโว่ ระบุว่าเป็นเซนเซอร์แบบเดียวกับที่ใช้ใน X300 Ultra
ทั้งกล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้มีระบบกันสั่นระดับ CIPA 7.0 และรองรับเลนส์เสริมเทเลคอนเวอร์เตอร์ของ ZEISS ที่ให้ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 400 มม.
กล้องอัลตราไวด์ 50 ล้านพิกเซลเปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์ JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 15 มม. แทนเซนเซอร์ JN1 ในรุ่นก่อน ซึ่ง vivo ระบุว่าช่วยให้โฟกัสได้ดีขึ้น ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
ทางด้านวิดีโอของ vivo X500 Pro Max บันทึกวิดีโอแบบ Log ได้ที่ไดนามิกเรนจ์ 17 EV และถ่ายสโลว์โมชันได้ที่ 4K 240 เฟรมต่อวินาที vivo ระบุว่าทุกเฟรมมาจากเซนเซอร์โดยตรง ไม่ได้สร้างเฟรมแทรก ระบบติดตามโฟกัสทำงานที่ 60 เฟรมต่อวินาทีทั้งบนกล้องหลัก และกล้องเทเลโฟโต้ มีฟีเจอร์ Stage Mode 3.0 สำหรับถ่ายคอนเสิร์ต และไมโครโฟนสี่ตัวสำหรับบันทึกเสียง
ใช้ชิป Dimensity 9600 Pro
ในเวลาเดียวกัน vivo X500 Pro Max และ vivo X500 Pro ยังเป็นสมาร์ทโฟน 2 รุ่นแรกที่ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 9600 Pro ของ MediaTek ซึ่งเพิ่งเปิดตัวชิปนี้เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา และเป็นชิปตัวแรกของบริษัทที่ผลิตบนเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมขนาด 2 นาโนเมตรของ TSMC ซีพียูมีแปดคอร์แบบ All Big Core โดยมีคอร์ประสิทธิภาพสูงสุดสองคอร์ วีโว่ระบุว่าบริษัทร่วมกำหนดสถาปัตยกรรมนี้กับ MediaTek
หน้าจอของ vivo X500 Pro Max เป็นจอ ZEISS Master Color ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 2K (1440 x 3168 พิกเซล) รีเฟรชเรตปรับได้ 1-144Hz ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 4,400 นิต รองรับ Dolby Vision และปกป้องด้วยกระจก Armor Glass
จอนี้ใช้วัสดุเปล่งแสงรุ่นใหม่ Q11 ของ BOE ผู้ผลิตจอสัญชาติจีน และ vivo X500 Pro Max เป็นรุ่นแรกของโลกที่ใช้จอ Q11 ความละเอียด 2K vivo ระบุว่าการพัฒนาวัสดุและวงจรขับจอร่วมกับ BOE ทำให้จอใช้พลังงานน้อยลง 21 เปอร์เซ็นต์จากรุ่นก่อน
สำหรับสเปกของ vivo X500 Pro Max ในประเทศไทย กับที่วางจำหน่ายในประเทศจีน มีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยรุ่นที่จะวางจำหน่ายในไทยมีความจุ 7,800 mAh ขณะที่เวอร์ชันจำหน่ายในจีนมีความจุ 8,000 mAh รองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 90W และแบบไร้สาย 40W มี RAM 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB, 512GB และ 1TB
ตัวเครื่องหนา 8.12 มม. หนัก 229 กรัม ยกเว้นสีดำที่ใช้วัสดุไฟเบอร์กลาส ซึ่งบาง 7.95 มม. และหนัก 225 กรัม ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 และสแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก 3D
ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่
- สีขาว Sunny White
- สีเทา Starry Gray
- สีดำ Moonlit Black
- สีส้ม Sunset Orange
ทั้งนี้ การวางจำหน่ายอาจแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
vivo X500 Series ทำงานบนอินเทอร์เฟซ OriginOS 7 ซึ่งมีฟีเจอร์ Origin Workbench สำหรับใช้งานหลายแอปพร้อมกัน
vivo X500 Pro และ vivo X500 ต่างจากรุ่น vivo X500 Pro Max อย่างไร
vivo X500 Pro เป็นรุ่นจอเล็ก ขนาด 6.36 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ใช้ชิป Dimensity 9600 Pro และกล้องหลัก LYTIA L910 เหมือน vivo X500 Pro Max แต่ระบบกันสั่นกล้องหลักอยู่ที่ 1.5 องศา กล้องเทเลโฟโต้ใช้เซนเซอร์ Sony LYTIA 610 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 85 มม. แบตเตอรี่ 6,510 mAh
ส่วน vivo X500 ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานใช้ชิป Dimensity 9600M จอ 6.59 นิ้ว กล้องหลักใช้เซนเซอร์ Sony LYTIA 828 ตัวเดียวกับ X300 Pro กล้องเทเลโฟโต้ใช้ LYTIA 610 แบบเดียวกับ X500 Pro แบตเตอรี่ 7,500 mAh
ในส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทย ต้องรอการเปิดเผยจากวีโว่ ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง