Volkswagen Group เตรียมลดไลน์อัปครั้งใหญ่ อาจยุติรถสูงสุดครึ่งหนึ่งของทั้งเครือ เน้นเฉพาะรุ่นที่ทำกำไร - Carvariety

Volkswagen Group กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ หลังออกแถลงการณ์ประกาศว่าจะลดจำนวนรุ่นรถยนต์ในเครือสูงสุดถึง 50% โดยมีผลทันที ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเยอรมนี ซึ่งมีแบรนด์ในเครือทั้ง Volkswagen, Audi, Porsche, Škoda, SEAT, Cupra, Bentley, Lamborghini และอีกหลายแบรนด์

การปรับลดครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ และมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ในกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุด รวมถึงรุ่นที่สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้มากที่สุด โดยคำว่า “มีผลทันที” ในแถลงการณ์ยังสะท้อนว่าบริษัทได้ตัดสินใจแล้วว่ารถรุ่นใดจะได้ไปต่อ และรุ่นใดจะต้องยุติการทำตลาด

นอกจากการลดจำนวนรุ่นรถแล้ว Volkswagen Group ยังประกาศลดตัวเลือกอุปกรณ์และแพ็กเกจต่าง ๆ ของรถแต่ละรุ่นลงสูงสุดถึง 75% อีกด้วย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Volkswagen เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งรถได้อย่างหลากหลาย ทั้งสีตัวถัง วัสดุตกแต่งภายใน และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แม้แต่รถยนต์ในกลุ่มตลาดแมส แต่แนวทางดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนไป เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และลดความซับซ้อนในสายการผลิต

บริษัทระบุว่า ในอนาคตจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้ามากที่สุด พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับองค์กร ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ที่มียอดขายดีและมีอัตรากำไรสูงจะได้รับความสำคัญมากกว่ารุ่นที่มียอดขายน้อยหรือมีต้นทุนการผลิตสูง

ในช่วงที่ผ่านมา Volkswagen Group ได้ทยอยยุติการผลิตรถหลายรุ่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen Touareg และ Touran ที่อำลาตลาดไปเรียบร้อย ขณะที่ T-Roc Convertible ก็มีแผนจะยุติการผลิตในปี 2027 ส่วนฝั่ง Audi ได้ยกเลิกทั้ง A1 และ Q2 หลังจากก่อนหน้านี้ TT, R8 และ Q8 e-tron ก็สิ้นสุดสายการผลิตไปแล้ว ด้าน Porsche ก็ยุติการผลิต 718 Boxster และ 718 Cayman เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และเตรียมปิดฉาก Macan รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในช่วงปลายเดือนนี้เช่นกัน

นอกจากการปรับลดผลิตภัณฑ์แล้ว Volkswagen Group ยังประกาศลดกำลังการผลิตทั่วโลกเหลือประมาณ 9 ล้านคันต่อปี จากเดิมก่อนการระบาดของ COVID-19 ที่บริษัทเคยลงทุนขยายกำลังการผลิตรองรับได้ถึงประมาณ 12 ล้านคันต่อปี หลังเกิดวิกฤตโควิด บริษัทได้ทยอยลดกำลังการผลิตลงมาแล้วราว 2 ล้านคัน และล่าสุดเตรียมลดลงอีกประมาณ 1 ล้านคัน สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน Volkswagen Group ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานของสื่อเยอรมนี Manager Magazin ที่ระบุว่าบริษัทอาจพิจารณาปิดโรงงานถึง 4 แห่ง ได้แก่ Zwickau, Emden, Hanover และ Neckarsulm รวมถึงอาจเพิ่มจำนวนพนักงานที่ต้องออกจากงานเป็น 100,000 คน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้บริษัทรับรองเพียงแผนลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่งที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้น

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Volkswagen Group สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญ ทั้งการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ ต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่สูงขึ้น รวมถึงความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในระยะยาว แต่ก็หมายความว่ารถยนต์อีกหลายรุ่นที่คุ้นเคยอาจต้องอำลาตลาดเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้.

Cr. motor1