Volkswagen Mission Efficiency รถไฟฟ้าต้นแบบใกล้ผลิตจริง ประหยัดสุด 6.48 kWh/100 กม. ทำ Cd เพียง 0.158 - รถใหม่วันนี้ ข่าวรถยนต์ EV ราคารถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

Spread the love

Advertisement

Advertisement

Volkswagen Mission Efficiency รถไฟฟ้าต้นแบบใกล้ผลิตจริง ประหยัดสุด 6.48 kWh/100 กม. ทำ Cd เพียง 0.158

Volkswagen เปิดตัว Mission Efficiency รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่มีความใกล้เคียงรถผลิตจริง ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก พร้อมสร้างสถิติโลกถึง 3 รายการ ทั้งด้านอากาศพลศาสตร์และการใช้พลังงาน

รถต้นแบบคันนี้ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเฉพาะทางราคาแพงเพียงเพื่อทำลายสถิติ แต่พัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยีสำหรับรถผลิตจำนวนมากของ Volkswagen โดยใช้ระบบขับเคลื่อนจาก ID. Polo และพื้นฐานสถาปัตยกรรม MEB+ ขับเคลื่อนล้อหน้า เช่นเดียวกับ ID. Polo และ ID. Cross

จุดเด่นสำคัญของ Mission Efficiency ได้แก่

Mission Efficiency สร้าง 3 สถิติโลก

Volkswagen ระบุว่า Mission Efficiency สามารถสร้างสถิติโลกได้ทั้งหมด 3 รายการ

สถิติที่ 1 — Cd เพียง 0.158

Mission Efficiency มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง Cd 0.158 ซึ่ง Volkswagen ระบุว่าเป็นสถิติใหม่สำหรับรถยนต์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานบนถนน

สถิติที่ 2 — ใช้ไฟเพียง 6.48 kWh/100 กม.

ในการทดสอบแบบ “Ideal Trip” หรือการขับขี่ภายใต้สภาวะอุดมคติ รถทำอัตราสิ้นเปลืองได้เพียง 6.48 kWh/100 กม.

เงื่อนไขของการทดสอบดังกล่าวคือ รถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 68 กม./ชม. ไม่มีทางขึ้นเนิน และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เช่น ระบบปรับอากาศ

สถิติที่ 3 — รถไฟฟ้าใกล้ผลิตจริงที่ประหยัดที่สุดในกลุ่ม

ด้วยอากาศพลศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจาก ID. Polo ทำให้ Volkswagen ระบุว่า Mission Efficiency เป็นรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบใกล้ผลิตจริงที่ประหยัดพลังงานที่สุดในกลุ่มของมัน

วิ่งจริง 1,278.36 กม. ใช้ไฟเฉลี่ย 6.89 kWh/100 กม.

Volkswagen ยังทำการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองอย่างเป็นทางการบนเส้นทางระยะทาง 1,278.36 กิโลเมตร

เส้นทางเริ่มต้นจากศูนย์พัฒนาของ Volkswagen ในเมือง Wolfsburg ประเทศเยอรมนี ผ่าน Poznań ประเทศโปแลนด์ และ Olmütz ประเทศเช็ก ก่อนเดินทางไปสิ้นสุดที่กรุง Vienna ประเทศออสเตรีย Mission Efficiency ทำอัตราสิ้นเปลืองจริงได้ 7.51 kWh/100 กม. เมื่อรวมการสูญเสียระหว่างการชาร์จ และลดลงเหลือ 6.89 kWh/100 กม. เมื่อไม่รวมการสูญเสียระหว่างการชาร์จ

ตลอดเส้นทางรถมีความเร็วเฉลี่ย 67.72 กม./ชม. และทำความเร็วสูงสุด 138 กม./ชม. แบตเตอรี่มีความจุสุทธิ 54.9 kWh และมีการชาร์จเพิ่มเติมเพียงครั้งเดียวตลอดการเดินทาง เมื่อเดินทางถึงกรุง Vienna รถยังแสดงระยะทางที่สามารถวิ่งต่อได้อีก 164.0 กิโลเมตร

Volkswagen ย้ำ ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีราคาแพงเพื่อทำสถิติ

Thomas Schäfer ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์ Volkswagen, หัวหน้ากลุ่ม Brand Group Core และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร Volkswagen Group กล่าวว่า

“Mission Efficiency เป็นวิธีที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการแสดงให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Volkswagen แตกต่างในยุครถยนต์ไฟฟ้า นั่นคือเทคโนโลยีสำหรับคนจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงสำหรับคนส่วนน้อย”

เขาระบุว่า รถไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางในการสร้างสถิติทั้ง 3 รายการ แต่ใช้เทคโนโลยีสำหรับการผลิตในราคาที่เข้าถึงได้จาก ID. Polo และ ID. Cross บนแพลตฟอร์ม MEB+ ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

Volkswagen มองว่าสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของบริษัท

Mission Efficiency ได้รับการพัฒนาใน Wolfsburg โดย Kai Grünitz และทีมงาน ซึ่ง Volkswagen มองว่าเป็นอีกตัวอย่างของความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของเยอรมนีที่สามารถนำมาสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานจริงได้

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 99 kW หรือ 135 แรงม้า จาก ID. Polo

องค์ประกอบสำคัญ 2 รายการที่ Mission Efficiency นำมาจากเทคโนโลยีรถผลิตจริง คือ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 99 kW หรือ 135 PS และแบตเตอรี่แรงดันสูง

Kai Grünitz กรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาเทคนิคของ Volkswagen Brand และ Brand Group Core กล่าวว่า Mission Efficiency แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของระบบขับเคลื่อนใน ID. Polo รุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน

ระบบนี้ได้รับการพัฒนาสำหรับรถทุกรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม MEB+ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีน้ำหนักเบาและมีประสิทธิภาพสูง จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้กับรถที่ต้องการสร้างสถิติด้านประสิทธิภาพ

เขายังกล่าวว่า ทีมงานใน Wolfsburg แสดงให้เห็นสองสิ่งสำคัญ ประการแรกคือ Volkswagen ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำของโลกในด้านอากาศพลศาสตร์ และประการที่สองคือ รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีสำหรับการผลิตจำนวนมากในราคาที่เข้าถึงได้

ตัวถังทรงหยดน้ำ หัวใจสำคัญของ Cd 0.158

หัวใจสำคัญของ Mission Efficiency คือการลดแรงต้านอากาศ นอกจากค่า Cd 0.158 แล้ว รถยังมีพื้นที่หน้าตัดด้านหน้าเพียง 2.08 ตารางเมตร รูปทรงของตัวถังได้รับการออกแบบให้คล้ายทรงหยดน้ำเพื่อให้กระแสอากาศไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ประกอบด้วย

ประโยชน์ของการออกแบบนี้ยิ่งชัดเจนเมื่อใช้ความเร็วสูง Volkswagen ระบุว่า เมื่อใช้ความเร็วมากกว่า 80 กม./ชม. Mission Efficiency ใช้พลังงานน้อยกว่า ID. Polo รุ่นมาตรฐานมากกว่า 30% และเมื่อ Mission Efficiency วิ่งด้วยความเร็ว 140 กม./ชม. ปริมาณพลังงานที่ใช้จะใกล้เคียงกับ ID. Polo ที่วิ่งเพียง 100 กม./ชม.

ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก Volkswagen XL1

Andreas Mindt หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Volkswagen กล่าวว่า ส่วนหน้าของ Mission Efficiency ถูกออกแบบให้อยู่ในตระกูลรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของบริษัท ซึ่งรวมถึง ID. Polo และ ID. Cross

แต่รูปทรงของตัวรถถูกกำหนดโดยเรื่องของการใช้งานและหลักอากาศพลศาสตร์เป็นสำคัญ ผลลัพธ์คือรถสปอร์ตสมัยใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพ และยังสะท้อน DNA ของ Volkswagen XL1 ในอดีต

Volkswagen XL1 เปิดตัวในปี 2013 ใช้ระบบ Plug-in Hybrid และในช่วงเวลานั้นได้รับการยกให้เป็นรถผลิตจริงที่ประหยัดที่สุดในโลก

ตัวถังยาว 4,775 มม. ห้องโดยสารแบบ 2+2 ที่นั่ง

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมใต้เบาะนั่งด้านหลังและบริเวณด้านข้างของตัวถัง สามารถใช้เก็บสิ่งของในชีวิตประจำวันรวมถึงสายชาร์จได้ พื้นที่ด้านหน้าของห้องโดยสารสามารถใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่เบาะหลัง 2 ที่นั่งได้รับการออกแบบสำหรับผู้โดยสารที่มีความสูงประมาณไม่เกิน 1.60 เมตร

Volkswagen ระบุว่ารถต้นแบบถูกออกแบบในลักษณะที่ตามทฤษฎีแล้วสามารถรองรับการใช้งานของครอบครัวหนุ่มสาว 4 คนได้

โครงสร้างตัวถังผสมผสานชิ้นส่วนจาก ID. Polo เข้ากับโครงสร้างอะลูมิเนียมแบบรับแรงในตัว พร้อมชิ้นส่วนที่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิต CFRP หรือพลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ความแข็งแรงสูง และวัสดุคอมโพสิต Aramid

เบรกหลัง Electromechanical ลดแรงเสียดทาน

ช่วงล่างด้านหน้าของ Mission Efficiency ใช้ระบบ MacPherson และระบบเบรกไฮดรอลิกจาก ID. Polo แต่ด้านหลัง Volkswagen นำระบบเบรกแบบ Electromechanical มาใช้เป็นครั้งแรก ระบบดังกล่าวช่วยลดการสูญเสียจากแรงเสียดทาน ลดจำนวนท่อระบบเบรกและปริมาณน้ำมันเบรกที่จำเป็น รวมทั้งรองรับการกระจายแรงเบรกแบบแปรผัน ผลคือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนำพลังงานกลับ หรือ Regenerative Braking ได้มากขึ้น และยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง

ระบบเบรกใหม่นี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Volkswagen และบริษัทเทคโนโลยีระดับนานาชาติ AUMOVIO ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ระบบเบรกของ ID. Polo ด้วย Mission Efficiency ยังได้รับการอนุมัติให้สามารถใช้งานบนถนนในสหภาพยุโรป และผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทั้งด้านความปลอดภัย ความแข็งแรง และการทดสอบการชน

ล้อมีผลต่อแรงต้านอากาศถึง 25-30%

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือแรงต้านการหมุนของล้อและยาง Volkswagen ระบุว่า ล้อสามารถมีส่วนสร้างแรงต้านอากาศของรถได้ถึงประมาณ 25-30% ทีมพัฒนาจึงต้องออกแบบวิธีจัดการการไหลของอากาศบริเวณล้อใหม่ บริเวณล้อหน้า ซุ้มล้อได้รับการออกแบบให้แนบใกล้กับแนวรัศมีของยางมากขึ้น เพื่อลดการเกิดกระแสอากาศปั่นป่วนภายในซุ้มล้อ ภายในล้อทุกล้อยังติดตั้ง Rim Deflector แบบใหม่ที่ Volkswagen จดสิทธิบัตร ซึ่งช่วยป้องกันอากาศไหลเข้าไปในล้อและเกิดกระแสปั่นป่วน ส่วนด้านนอกใช้ฝาครอบล้อแบบเรียบและออกแบบให้เหมาะสมกับทิศทางการไหลของอากาศ

พัฒนายางร่วมกับ Continental ลด Rolling Resistance

Volkswagen ยังร่วมมือกับ Continental พัฒนายางต้นแบบโดยมีพื้นฐานมาจากยางตระกูล EcoContact 7 ยางดังกล่าวมีค่าความต้านทานการหมุนเพียง 4.9 กิโลกรัมต่อตัน Volkswagen ระบุว่าค่านี้ต่ำกว่าเกณฑ์สำหรับยางที่ได้รับฉลากประสิทธิภาพระดับ A ที่ดีที่สุดของสหภาพยุโรปประมาณ 25% ทั้งโครงสร้างแก้มยางและส่วนผสมของเนื้อยางบริเวณดอกยางได้รับการปรับแต่งเพื่อลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการหมุนให้เหลือน้อยที่สุด

Solar Roof 370 วัตต์ เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 30 กม./วัน

Mission Efficiency ติดตั้งระบบ Photovoltaic บริเวณหลังคากระจกและฝากระโปรงท้าย ให้กำลังไฟฟ้ารวม 370 วัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกใช้สำหรับจ่ายให้กับระบบไฟฟ้าภายในรถ Volkswagen ระบุว่า ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ภูมิภาค และสภาพอากาศ ระบบดังกล่าวสามารถช่วยเพิ่มระยะทางใช้งานจริงได้สูงสุดประมาณ 30 กิโลเมตรต่อวัน

ลดน้ำหนักห้องโดยสาร ตัดจอ Infotainment ออก

ภายในรถยังถูกออกแบบเพื่อลดน้ำหนักให้มากที่สุด แผงตกแต่งต่าง ๆ เลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ระบบลำโพงแบบติดตั้งถาวรถูกตัดออก และใช้ลำโพง Bluetooth แบบพกพาแทน ขณะเดียวกัน Volkswagen ใช้แนวคิด “Bring Your Own Device” โดยให้สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตของผู้ใช้งานทำหน้าที่แทนหน้าจอระบบ Infotainment ของรถ

แนวคิดทั้งหมดนี้ช่วยลดน้ำหนักและลดการใช้พลังงานของรถลงได้อีก

หมายเหตุจาก Volkswagen

  1. สถิติดังกล่าวอยู่ในประเภท “รถยนต์ไฟฟ้า 4 ที่นั่งที่ใกล้เคียงรถผลิตจริงและเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน” ของ Record Institute for Germany หรือ RID
  2. Mission Efficiency เป็น Concept Car และไม่มีจำหน่าย
  3. ตัวเลขอัตราการใช้พลังงาน 6.89 kWh/100 กม. เป็นตัวเลขที่ ไม่รวมการสูญเสียพลังงานระหว่างการชาร์จ
  4. Volkswagen ID. Cross มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานรวม 16.9-14.3 kWh/100 กม. ปล่อย CO₂ ขณะขับขี่ 0 กรัม/กม. และอยู่ใน CO₂ Class A
  5. Mission Efficiency มีการปรับซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มพลังงานแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ จาก 52.0 kWh เป็น 54.9 kWh สุทธิ

Volkswagen อธิบายว่า ในรถผลิตจริงจะไม่ใช้ความจุแบตเตอรี่สูงสุดทั้งหมด เพื่อรักษาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาว แต่เงื่อนไขดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้กับรถทำสถิติที่มีการใช้งานในจำนวนจำกัด

  1. Volkswagen ID. Polo รุ่นมอเตอร์ 99 kW มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานรวม 14.9-13.6 kWh/100 กม. ปล่อย CO₂ ขณะขับขี่ 0 กรัม/กม. และอยู่ใน CO₂ Class A

เกี่ยวกับ Volkswagen Passenger Cars

Advertisement

Advertisement