Volvo XC40 / EX40 / EC40 รุ่นปรับโฉม Minorchange ดีไซน์ใหม่ เพิ่มเทคฯ ขายเครื่องยนต์สันดาปล้วนต่อ - HeadLight Magazine

Volvo XC40 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ในฐานะ Compact SUV รุ่นเล็กสุดของค่าย และเป็น Volvo รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม CMA (Compact Modular Architecture) ก่อนถูกต่อยอดด้วยเวอร์ชันขุมพลังไฟฟ้า 100% XC40 Recharge และแตกแขนงออกมาเป็น C40 Recharge ตัวถัง Coupe SUV ในปี 2021 นอกจากนี้ Volvo ยังมีการปรับระบบขับเคลื่อนของรุ่นไฟฟ้าครั้งสำคัญในช่วง MY2024 ด้วยการเพิ่มรุ่น Single Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง

ต่อมาในปี 2024 Volvo ปรับชื่อรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นจาก XC40 Recharge เป็น EX40 และ C40 Recharge เป็น EC40 เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการตั้งชื่อรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ของแบรนด์ ขณะที่ XC40 ยังคงทำตลาดในฐานะรุ่นเครื่องยนต์สันดาปต่อไป ล่าสุดในปี 2026 รถยนต์ตระกูล 40 ทั้ง XC40, EX40 และ EC40 ได้รับการปรับปรุงครั้งสำคัญอีกครั้ง ครอบคลุมตั้งแต่งานออกแบบภายนอกและภายใน ระบบ Infotainment ไปจนถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และเทคโนโลยี Active Safety

 

Volvo XC40, EX40 และ EC40 รุ่นปรับโฉม Minorchange ได้รับการออกแบบภายนอกใหม่ให้ดูมั่นใจและร่วมสมัยมากขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ไฟหน้า Thor’s Hammer Matrix LED ดีไซน์ใหม่ ซึ่งนำเอกลักษณ์ไฟรูปค้อนของ Thor มาตีความใหม่ให้ดูประณีตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังปรับดีไซน์ กระจังหน้า กันชนหน้า ฝากระโปรงหน้า และแก้มตัวถังคู่หน้า ใหม่ทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดแนวทางการออกแบบสไตล์ Scandinavian ของ Volvo Cars ในรูปแบบที่หรูหราและทันสมัยกว่าเดิม

บริเวณด้านท้าย XC40 และ EX40 ได้ชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมปรับปรุงฝาท้ายและออกแบบกันชนหลังใหม่ ขณะที่ EC40 ยังคงงานออกแบบด้านท้ายอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ เฉพาะ XC40 ยังเพิ่มทางเลือกล้ออัลลอยลายใหม่แบบ Diamond Cut ขนาด 18, 19 และ 20 นิ้ว

Volvo ระบุว่ารถยนต์ตระกูล 40 รุ่นใหม่ยังคงพัฒนาบนพื้นฐานองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยที่ได้จากการศึกษาข้อมูลอุบัติเหตุในโลกจริง โดยระบบสามารถตรวจจับความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เตือนผู้ขับ หรือเข้าช่วยควบคุมรถเพื่อลดโอกาสและความรุนแรงของการชน ระบบสามารถช่วยหักหลบอันตรายผ่าน Automatic Emergency Steering รวมถึงช่วยเบรกฉุกเฉินด้วย Automatic Emergency Braking โดยเลือกตอบสนองให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือ Volvo ได้เปลี่ยนมาใช้ Software และ Sensor Platform ใหม่ พร้อม Hardware ตรวจจับรอบคันชุดใหม่ ประกอบด้วย

Hardware เหล่านี้ช่วยให้รถสามารถตรวจสอบและทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ใหม่หลายรายการ อาทิ Door Opening Alert ระบบช่วยเตือนผู้โดยสารก่อนเปิดประตู หากตรวจพบรถ จักรยาน หรือผู้ใช้ถนนรายอื่นกำลังเคลื่อนผ่านบริเวณด้านข้าง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปิดประตูตัดหน้า

ระบบ Pilot Assist ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Optional ได้รับการเพิ่มฟังก์ชัน Lane Change Assist พร้อมปรับปรุงการควบคุมรถให้ติดตามแนวถนนได้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ช่วยลดภาระของผู้ขับในการเดินทางระยะไกล รวมถึงระบบกล้องรอบคัน 360 องศา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Optional เช่นกัน ได้รับการอัพเกรดให้สามารถแสดงภาพแบบ 3D View เพื่อช่วยให้การจอดรถและการควบคุมรถที่ความเร็วต่ำทำได้ง่ายขึ้น

  

ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงครั้งสำคัญ วัสดุตกแต่งภายในและวัสดุหุ้มเบาะยังมีทางเลือกใหม่ โดยเป็นครั้งแรกที่ลูกค้า XC40 สามารถเลือก เบาะหนัง Arianne สี Cardamom จับคู่กับวัสดุตกแต่งลายไม้ Brown Ash หน้าจอกลางขนาด 11.2 นิ้ว มีขนาดใหญ่ขึ้นและให้ภาพคมชัดกว่าเดิม พร้อมติดตั้ง User Experience รุ่นล่าสุดของ Volvo Cars ด้าน Interface ใหม่ถูกออกแบบให้ผู้ขับเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญได้รวดเร็วและง่ายขึ้น ลดจำนวนขั้นตอนและการแตะหน้าจอสำหรับการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เพื่อให้การควบคุมรถในชีวิตประจำวันเป็นธรรมชาติมากขึ้น

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการติดตั้ง Google Gemini ผู้ช่วย AI เจเนอเรชันใหม่จาก Google ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนากับรถด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเส้นทาง ค้นหาสถานที่แวะระหว่างเดินทาง หรือจัดการข้อความขณะขับรถ

นอกจากนี้ Volvo ยังปรับรายละเอียดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน ทั้งพื้นที่จัดเก็บสัมภาระภายในห้องโดยสาร และ แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยออกแบบห้องโดยสารให้รองรับทั้งการใช้งานในวันทำงานทั่วไปและการเดินทางพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์

ขุมพลังขับเคลื่อนของ XC60 มีให้เลือก 2 รูปแบบ ดังนี้

B3 (B420T4)

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 82.0 x 93.2 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (HP) ที่ 4,750 – 5,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Mild-hybrid 48V ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7DCT EVO ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD

B4 (B420T5)

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 82.0 x 93.2 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 197 แรงม้า (HP) ที่ 4,750 – 5,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Mild-hybrid 48V ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7DCT EVO ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD

ขุมพลังขับเคลื่อนของ EX40 และ EC40 เป็นแบบไฟฟ้า 100% มีให้เลือก 6 รูปแบบ ดังนี้

P5 (E400V23)

ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 238 แรงม้า (HP) ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที พร้อมแบตเตอรี่ 70 kWh (ความจุใช้งาน 67 kWh) รองรับ DC ชาร์จ สูงสุด 180 kWh

P5 (E400V16)

ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 238 แรงม้า (HP) ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที พร้อมแบตเตอรี่ 69 kWh (ความจุใช้งาน 66 kWh) รองรับ DC ชาร์จ สูงสุด 135 kWh

P4 Long Range (E400V22)

ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (HP) ที่ 3,400 – 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,400 รอบ/นาที พร้อมแบตเตอรี่ 82 kWh (ความจุใช้งาน 79 kWh) รองรับ DC ชาร์จ สูงสุด 205 kWh

P5 Long Range (E400V8)

ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 252 แรงม้า (HP) ที่ 4,300 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 0 – 4,300 รอบ/นาที พร้อมแบตเตอรี่ 82 kWh (ความจุใช้งาน 79 kWh) รองรับ DC ชาร์จ สูงสุด 205 kWh

P8 AWD (E400V12)

ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 408 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ 82 kWh (ความจุใช้งาน 79 kWh) รองรับ DC ชาร์จ สูงสุด 205 kWh

P8 Performance AWD (E400V19)

ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 442 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ 82 kWh (ความจุใช้งาน 79 kWh) รองรับ DC ชาร์จ สูงสุด 205 kWh

Volvo Cars เปิดรับคำสั่งซื้อรถยนต์ตระกูล 40 รุ่นใหม่ ทั้งรุ่นปกติ รวมถึงรุ่น Black Edition แล้วตั้งแต่วันนี้ในบางประเทศ ก่อนเริ่มสายการผลิตในช่วง ปลายฤดูใบไม้ร่วงปี (ปลายเดือนกันยายน – ธันวาคม) 2026

ที่มา : Volvo Cars