เปิดประสบการณ์ “บ้านหลังที่สาม” ที่ White Cloud Ari พื้นที่พักใจแห่งใหม่ใจกลางอารีย์ ซอย3

                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  • ข่าวธุรกิจการตลาด 
  • เปิดประสบการณ์ “บ้านหลังที่สาม” ที่ White Cloud Ari พื้นที่พักใจแห่งใหม่ใจกลางอารีย์ ซอย3

    เผยแพร่: 15 ส.ค. 2569 23:07   ปรับปรุง: 15 ส.ค. 2569 23:07   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    กรุงเทพฯ – “White Cloud Ari ” เปิดตัวในฐานะ Community Spaceในซอยอารีย์ 3 ภายใต้แนวคิด “Third Place” หรือบ้านหลังที่สาม มุ่งสร้างพื้นที่สำหรับการพักผ่อน พบปะ ทำงาน และใช้เวลาร่วมกับผู้คนในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พร้อมเชื่อมโยงร้านค้า ชุมชน และผู้คนเข้าด้วยกัน ผ่านพื้นที่ที่ออกแบบให้มีความโปร่ง โล่ง มีแสงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างจากพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั่วไป

    นายธีรชัย มังกรกนก ผู้จัดการโครงการ White Cloud Ari กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของโครงการคือการสร้าง “Third Place” ให้เป็นเสมือนบ้านหลังที่สามของผู้คน นอกเหนือจากบ้านและสถานที่ทำงาน โดยต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาพักใจ ใช้เวลาคิด ทบทวน หรือทำกิจกรรมที่ต้องการได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะในย่านอารีย์ซึ่งมีความคึกคักมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โครงการจึงต้องการสร้างพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถหลีกหนีจากความเร่งรีบและกลับมาอยู่กับตัวเองได้
    สำหรับจุดเริ่มต้นของ White Cloud Ari เกิดจากการนำบ้านเดิมที่ผู้บริหารโครงการพบและชื่นชอบ มาพัฒนาโดยพยายามรักษาองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างและวัสดุเดิมไว้ให้มากที่สุด ก่อนผสมผสานความเป็น Modern เข้าไป เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็น Community Space ที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

    White Cloud Ari วางตัวตนของโครงการผ่าน 3 คำสำคัญ ได้แก่ “Escape – Community – Vibe” โดย “Escape” ไม่ได้หมายถึงการหลีกหนีจากผู้คน แต่เป็นการเข้ามาพักใจและใช้เวลาในแบบที่ต้องการ ขณะที่ “Community” สะท้อนการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนและร้านค้าสามารถเข้ามามีส่วนร่วมจนเกิดเป็นชุมชน และ “Vibe” คือประสบการณ์และบรรยากาศที่ต้องการให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเมื่อเข้ามาในโครงการ

    ด้านการออกแบบ โครงการตั้งใจสร้างความรู้สึก “แปลกใจ” ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา โดยทางเข้าหลักมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ ก่อนเปิดเข้าสู่พื้นที่ที่มีความโปร่งและกว้างด้วย Double Volume พร้อมแสงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นอิสระ ขณะที่หนึ่งในพื้นที่ที่ผู้บริหารชื่นชอบคือ Social Hall ซึ่งมีบันไดขนาดใหญ่ แสงธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียว ให้บรรยากาศคล้ายการนั่งพักอยู่หลังบ้าน สามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือทำกิจกรรมได้ตามความต้องการ
    สำหรับกิจกรรมภายในโครงการ ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิด Third Place โดยเน้นกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย สบาย ๆ และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาร่วมกัน ทั้งยังมีกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือของร้านค้าและผู้ประกอบการภายในโครงการเอง เปรียบเสมือนการชวนเพื่อนมาทำกิจกรรมที่บ้าน ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกเป็นกันเองและทำให้ Community เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกคน

    สำหรับร้านค้าภายใน White Cloud Ari แบ่งเป็นกลุ่ม Food and Beverage ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นร้านค้าและบริการด้านไลฟ์สไตล์ อาทิ คลินิก ร้านทำเล็บและต่อขนตา ร้านนาฬิกา ร้านดอกไม้ และธุรกิจอื่น ๆ โดยโครงการให้ความสำคัญกับการคัดเลือกร้านค้าที่มีเรื่องราวและเอกลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้แต่ละร้านเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์และบรรยากาศของพื้นที่โดยรวม

    White Cloud Ari เปิดกว้างสำหรับผู้คนทุกช่วงวัย แม้กลุ่มเป้าหมายหลักจะมองไปที่คนรุ่น Gen Y ขึ้นไป แต่ไม่ได้ปิดกั้น Gen Z หรือกลุ่มวัยรุ่น โดยพื้นที่ภายในได้รับการออกแบบให้มีมุมสำหรับถ่ายภาพและเช็กอิน รวมถึงพื้นที่จากร้านค้าต่าง ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย จึงสามารถต้อนรับผู้มาเยือนได้ทุกเพศและทุกวัย

    ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ผู้บริหาร White Cloud Ari ระบุว่า โครงการให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ของลูกค้า” เป็นหัวใจสำคัญ โดยเชื่อว่าหากลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและเกิดความประทับใจ ก็จะกลับมาใช้บริการอีก ขณะเดียวกันร้านค้าภายในโครงการต้องรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงกำหนดราคาให้เหมาะสมกับประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ เมื่อเกิดความคุ้มค่า ลูกค้าก็มีแนวโน้มกลับมาใช้บริการ ส่งผลให้เกิดการจับจ่าย ร้านค้าอยู่ได้ และท้ายที่สุดโครงการก็สามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการได้

    อีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการคือการจัดเตรียมพื้นที่จอดรถรองรับผู้มาใช้บริการ โดยสามารถรองรับรถได้ประมาณ 70–80 คันใน 3 ทำเล และในอนาคตหากมีความต้องการเพิ่มขึ้น ยังสามารถนำระบบ Valley Parking เข้ามาช่วยบริหารจัดการพื้นที่จอดรถได้

    ขณะเดียวกัน White Cloud Ari ยังมุ่งสร้าง Community ผ่านการทำงานร่วมกับร้านค้าและคนในพื้นที่ โดยมีแผนจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมจากร้านค้าภายในโครงการ คนในชุมชน และเครือข่ายจากภายนอก เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับซื้อสินค้าและบริการ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างประสบการณ์ร่วมกันได้  โดยหนึ่งในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคือ Dryft Bar ซึ่งเป็นค็อกเทลบาร์ที่นำแนวคิดของโครงการมาต่อยอดให้สอดคล้องกับพื้นที่ โดยคุณภาณุพงศ์ วิริยพงษ์สุกิจ ผู้ประกอบการมีประสบการณ์ทำงานด้านบาร์ที่เมืองบอสตันมาก่อน และเลือกเปิดร้านในย่านอารีย์จากความชื่นชอบทำเล รวมถึงมองว่าคอนเซ็ปต์ของโครงการมีความสอดคล้องกับแนวคิดของร้านที่ต้องการให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาพักผ่อนและ Hang out ที่บ้านเพื่อน

    อีกหนึ่งร้านคือ 28 Square ร้าน Premium Coffee ที่นำเสนอทั้งกาแฟ ชา และ Homemade Bakery พร้อมออกแบบพื้นที่ให้เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน ทำงาน หรือพบปะสังสรรค์กับเพื่อน โดยคุณสิริภา ลิ่วขจรสิน มองว่าบรรยากาศของ White Cloud Ari สามารถตอบโจทย์แนวคิดของร้านที่ต้องการเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับลูกค้า
    และอีกหนึ่งร้านที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มคือ “ฟองรัญจวน” ซึ่งเปรียบพื้นที่ของร้านเป็นเสมือน “ห้องรับรอง” ภายในบ้าน โดยนำเสนออาหารไทยในสไตล์ใหม่ที่เรียกว่า “Neo Thai Cuisine” พร้อมเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรจากทั่วโลกในระดับ High End เพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีความพิเศษและแตกต่างในย่านอารีย์ ซึ่งเชฟโต้ง คุณยุทธจักร แสงศาสตรา มองว่าทำเลของ White Cloud Ari มีความเหมาะสมทั้งในด้าน Community โดยรอบและความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงมีพื้นที่จอดรถรองรับผู้มาใช้บริการ

    นายธีรชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า White Cloud Ari ต้องการให้ผู้คนลองเข้ามาสัมผัสพื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายเฉพาะ จะมาทำงาน ประชุม นั่งพัก พบปะเพื่อน จัดกิจกรรม หรือใช้เวลาส่วนตัวก็ได้ เพราะพื้นที่ภายในสามารถรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การพบปะสังสรรค์ การจัดดอกไม้ ไปจนถึงกิจกรรมสำหรับครอบครัวและเด็ก ๆ โดยหวังว่าการมาเยือนแต่ละครั้งจะทำให้ผู้คนค้นพบมุมใหม่ ๆ ที่ชื่นชอบ หรือได้รับแรงบันดาลใจใหม่กลับไป
    White Cloud Ari จึงไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียง Community Space แห่งใหม่ของย่านอารีย์ แต่ต้องการเป็น “บ้านหลังที่สาม” ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน เป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้พักใจ เชื่อมโยงกับชุมชน และใช้เวลาในแบบของตัวเอง พร้อมเดินหน้าสร้างกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ ร่วมกับร้านค้าและผู้คนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็น Community ที่มีชีวิตและเติบโตไปพร้อมกับย่านอารีย์ในระยะยาวภูคู