WTI แตะ 86.64 เหรียญ “เบรนท์” ทะลุ 93 ดอลลาร์ หลังสหรัฐกดดันอิหร่าน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายวันนี้ หลังนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า อิหร่านยังไม่ได้แสดงความจริงจังต่อการเจรจากับสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน

ณ เวลา 21.56 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวขึ้น 2.18 ดอลลาร์ หรือ 2.18% อยู่ที่ 86.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2.43 ดอลลาร์ หรือ 2.66% อยู่ที่ 93.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายรูบิโอให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยยืนยันว่าสหรัฐยังคงพร้อมใช้แนวทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง และต้องการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หากอิหร่านให้คำมั่นว่าจะยุติการสนับสนุนการก่อการร้าย รวมถึงยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า อิหร่านยังไม่ได้แสดงความจริงจังในการทำข้อตกลง โดยชี้ว่าแม้อิหร่านจะให้คำมั่นภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่กลับละเมิดข้อตกลงภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์

นายรูบิโอกล่าวว่า เมื่อมีการละเมิดข้อตกลง ข้อตกลงดังกล่าวย่อมไม่สามารถใช้บังคับได้อีกต่อไป แม้จะยังมีโอกาสทำข้อตกลงฉบับใหม่ในอนาคตก็ตาม แต่ความน่าเชื่อถือจะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละฝ่าย ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือการรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ แม้สหรัฐยังเปิดกว้างต่อการเจรจาทางการทูต แต่นายรูบิโอยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐจะยังคงปฏิบัติภารกิจคุ้มครองการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว โดยระบุว่า หากอิหร่านยังไม่ให้ความร่วมมือ สหรัฐมีทางเลือกหลายประการในการตอบสนองต่อสถานการณ์ และจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐและประเทศพันธมิตร

นอกจากนี้ นายรูบิโอยังกล่าวว่า ประเด็นการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นข้อขัดแย้งสำคัญในการเจรจา หลังอิหร่านเรียกร้องสิทธิในการควบคุมเส้นทางเดินเรือดังกล่าว พร้อมเตือนว่าหากยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าว จะเป็นแบบอย่างที่เป็นอันตรายต่อประชาคมโลก

ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานได้เพิ่มความกังวลของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจดำเนินนโยบายการเงินในทิศทางที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคม และให้น้ำหนัก 70.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนกันยายน

Back to top button