เชียงใหม่ x ดิจิทัลพเนจร ทำไมเมืองนี้ถึงถูกใจคนทำงานออนไลน์

เชียงใหม่ x ดิจิทัลพเนจร คือความสัมพันธ์ที่ดำเนินมากว่า 20 ปี คำว่า Digital Nomad หรือดิจิทัลพเนจร หมายถึงกลุ่มคนที่ทำงานผ่านระบบออนไลน์เป็นหลักและใช้ชีวิตแบบไม่ปักหลักที่ใดที่หนึ่ง จุดที่ต่างจากฟรีแลนซ์คือไม่ได้เน้นอิสระด้านสัญญาจ้าง แต่เน้นอิสระด้านสถานที่ทำงาน เจนตริฟิเคชัน

คำที่เก่ากว่าที่คิด

ดร.จิรันธนิน กิติกา อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายว่าคำนี้ไม่ใช่ศัพท์ใหม่ เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1997 โดย Tsugio Makimoto ชาวญี่ปุ่น-อเมริกัน ในความหมายของผู้ทำงานที่หลุดพ้นจากเวลาและสถานที่ ต่อมาในปี 2004 นักวิจัยสังคม Tanya Mohn นำมาวิเคราะห์ต่อและพูดถึง Gen N คนรุ่นที่เกิดตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา ซึ่งโตมากับคอมพิวเตอร์ และเรียกพวกเขาว่าคน “New Rich” ความร่ำรวยในความหมายนี้ไม่ได้อยู่ที่อาชีพมั่นคง บ้านหรือรถ แต่คือความมั่งคั่งทางประสบการณ์

เมื่ออินเทอร์เน็ตเร็วขึ้นและเข้าสู่ปี 2554 ดิจิทัลพเนจรเริ่มออกไปใช้ชีวิตนอกประเทศอย่างแพร่หลาย ประเทศที่ชาวต่างชาติมองว่า “เอ็กโซติก” อย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ จึงติดอันดับปลายทางหลัก โดยเชียงใหม่เคยติดทั้งท็อป 10 ท็อป 5 และเคยได้อันดับ 1

เชียงใหม่ x ดิจิทัลพเนจร

แอม-เอมิลิญา รัตนพันธ์ ดิจิทัลพเนจรหญิงชาวไทย เล่าว่าเคยใช้ชีวิตต่างประเทศยาว 3 ปี กับแฟนที่ทำงานออนไลน์เหมือนกัน เธอขี่มอเตอร์ไซค์จากอเมริกาเหนือลงใต้ เมืองไหนอินเทอร์เน็ตไม่ดีก็ขับผ่าน เมืองไหนเหมาะก็อยู่ยาว เธอพักที่ปานามา 3 เดือน เม็กซิโก 6 เดือน เอกวาดอร์ 3 เดือน เปรูเกือบ 3 เดือน และอาร์เจนตินา 6 เดือน โดยชอบอาร์เจนตินามากที่สุดเพราะวัฒนธรรมหลากหลาย ผู้คนใจดี และมีกิจกรรมให้ทำตลอด

เกณฑ์เมืองที่เหมาะของเธอคือ มีที่ทำงานให้เลือก อาหารดี ค่าครองชีพรับได้ และผู้คนเปิดกว้าง เธอยกตัวอย่างว่าบางเมืองมีร้านกาแฟ แต่ถ้านั่งทำงานนานๆ คนในร้านอาจไม่เข้าใจ ตอนนี้แอมปักหลักที่เชียงใหม่มา 5 ปี เริ่มแรกเธอสนใจเพราะเป็นแฟนคลับของศิลปินที่เป็นคนเชียงใหม่ แต่ที่อยู่ต่อเพราะเมืองถูกจริตกับวิถีของเธอ

ทำไมเชียงใหม่ถึงถูกใจ

จิรันธนินสรุปว่า ชาวต่างชาติมองว่าค่าครองชีพถูก แต่ยังใช้ชีวิตแบบคนยุคใหม่ได้ มีครัวซองต์ กาแฟดี ซูเปอร์มาร์เก็ตริมปิง สนามบินนานาชาติ และมีธรรมชาติให้เดินทางไปไม่ไกล ขณะที่เมืองขยายตัวโดยไม่ค่อยคำนึงถึงคนในพื้นที่ และงานในเมืองรายได้ต่ำ แต่สำหรับผู้ที่ทำงานรับเงินจากต่างประเทศ เมืองนี้ “ดีสำหรับคนพลัดถิ่น” เช่าจักรยานยนต์ก็เดินทางสะดวก และมีเครือข่ายซื้อขายส่งต่อรถกันเอง

งานวิจัยของเขาใช้ตัวละคร 5 แบบ จาก 5 กลุ่มอาชีพหลักของดิจิทัลพเนจร ได้แก่ สายซอฟต์แวร์ สายโลจิสติกส์ ครีเอเตอร์ นักออกแบบ และกลุ่มที่เชื่อในวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น สายความยั่งยืนหรือสตรีนิยม เขาตั้งข้อสังเกตว่าหลายคนมีความได้เปรียบจากสัญชาติ รายได้ต่อเดือนที่สูงกว่า และสิทธิ์ด้านวีซ่า จึงย้ายไปมาระหว่างเชียงใหม่ ฮอยอัน เสียมเรียบ และบาหลีได้ มีตัวเลือกมากกว่าคนในประเทศด้วยซ้ำ และตามแนวคิด New Rich พวกเขา “อวดรวย” ด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่ใช่ของแพง

วีซ่าและทิศทางนโยบาย

ขณะบทความถูกเขียน ดิจิทัลพเนจรต่างชาติในเชียงใหม่ใช้วิธีต่างๆ เพื่อพำนักได้นาน เช่น ใช้วีซ่านักเรียนและลงเรียนภาษาไทย แต่ไทยกำลังจะมี Smart Visa ให้อยู่ได้ถึง 4 ปี ซึ่งผู้เขียนมองว่าจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียแล้วแต่มุมมอง ผู้เขียนยังอ้างรายงานของ Migration Policy Institute ว่ามีมากกว่า 25 ประเทศที่เพิ่งออกวีซ่าที่เป็นมิตรกับดิจิทัลพเนจร โดยหวังช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปในช่วงโรคระบาด

เชียงใหม่ x ดิจิทัลพเนจร2 1

เมืองเปลี่ยนอย่างไรเมื่อมีผู้มาใหม่

จิรันธนินพบว่าต้นทุนที่ถูกทำให้ดิจิทัลพเนจรเช่าบ้าน เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และออฟฟิศกันมาก ผู้ประกอบการรายเล็กจึงเริ่มเห็นศักยภาพ เกิดดีลพิเศษในย่านสันติธรรมและช้างเผือก และมีธุรกิจโคเวิร์กกิงสเปซรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์โดยเฉพาะ พื้นที่เหล่านี้มักเป็นอาคารเก่าที่รีโนเวตให้คลีน ใช้เฟอร์นิเจอร์แนว “แอนตี้ออฟฟิศ” เช่น โซฟาและเดย์เบด ที่ย้ายจัดใหม่เป็นห้องสัมมนาได้ ย่านหลักมี 3 แห่งคือ สันติธรรม เจ็ดยอด และหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งใกล้หอพักและแหล่งอาหาร

เมื่อถามว่าเศรษฐกิจเมืองเปลี่ยนไหม เขาตอบว่าผลส่วนใหญ่อยู่ที่เศรษฐกิจระดับกลางและนักธุรกิจที่หารายได้จากกลุ่มนี้ ส่วนระดับฐานรากหรือภาครัฐยังไม่ได้รับประโยชน์ชัด เพราะรัฐมองเห็นเงินที่จะได้ แต่ยังไม่ได้สร้างเศรษฐกิจฐานรากหรือเชื่อมผู้คนในพื้นที่เข้ากับกลุ่มพเนจรอย่างเป็นระบบ

ผู้เขียนกังวลเรื่องการที่อาคารเดิมถูกแปลงเป็นโคเวิร์กกิงหน้าตาเหมือนกันและเกิดเจนทริฟิเคชัน แต่จิรันธนินเห็นต่าง เขาเชื่อว่าสุดท้ายจะเกิดความสมดุล เพราะดิจิทัลพเนจรต้องการประสบการณ์เฉพาะท้องถิ่น และไม่ทำลายต้นทุนของตัวเอง

เมืองอื่นเรียนรู้อะไรได้

โคราชซึ่งเป็นทางผ่านจากกรุงเทพฯ สู่อีสานก็เริ่มสนใจดึงดิจิทัลพเนจร จิรันธนินแนะว่าต้องเข้าใจธรรมชาติของกลุ่มนี้ที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบไม่แข็งทื่อ ไม่ใช่การไหว้พระ 9 วัด แต่เป็นการสัมผัสชีวิตคนท้องถิ่น และต้องมีอินเทอร์เน็ตที่ดีกับการเดินทางที่สะดวก เมืองควรถอดบทเรียนจากเชียงใหม่ทั้งข้อดีข้อเสีย ให้คนอยู่และคนพลัดถิ่นอยู่ร่วมกันและร่ำรวยด้วยกันแบบเศรษฐกิจแบ่งปัน และให้ลูกหลานในพื้นที่ทำงานได้ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่าไม่ใช่ทุกเมืองต้องทำเพื่อดิจิทัลพเนจรเหมือนกัน

เชียงใหม่ x ดิจิทัลพเนจร เมื่อพเนจรกลายเป็นเรื่องปกติ

แอมวางแผนอยู่เชียงใหม่อีกไม่เกิน 5 ปี เธอเพิ่งมีลูกน้อยและตั้งใจย้ายไปใช้ชีวิตที่แคนาดาอีก 5 ปี เธอบอกว่าไม่ยึดติดกับที่ไหน และอยากให้ลูกเห็นว่าโลกกว้างและเปิดกว้างเรื่องเพศสภาพ ครอบครัวพเนจรจึงเป็นภาพใหม่ที่ต่างจากภาพเดิมของคนวัย 20 กว่า และเป็นโจทย์ใหม่ของเมือง

ผู้เขียนปิดท้ายว่าไม่ใช่ทุกที่เหมาะกับทุกคน คนทั่วโลกยังย้ายถิ่นได้ไม่เท่ากัน ต่างชาติที่เข้ามามักมาจากประเทศที่มีอภิสิทธิ์ด้านเงินตราและสัญชาติ คนเอเชียต้องคำนึงถึงอคติต่อชาวเอเชียในบางประเทศ และผู้หญิงยังต้องระวังตัวมาก ดังที่แอมเล่าว่าหากไม่มีแฟนไปด้วย ก็คงไปหลายพื้นที่ไม่ได้ แต่ดิจิทัลพเนจรจะยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาเมืองยุคใหม่แน่นอน

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ ClouPang