XPENG ยกระดับ ‘เซอร์วิส’ มัดใจลูกค้าไทย

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หลังจากเปิดตัวทำตลาดในบ้านเราตั้งแต่ปี 2024 เอ็กซ์เผิง (XPENG)ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ MGC-ASIA ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย

ระยะเวลาเพียงแค่สองปีเศษ การตอบรับจากลูกค้าไทยมีจำนวนรถยนต์เอ็กซ์เผิงกว่า 7,500 คัน คาดว่าจะแตะ “หมื่น” คันในเร็ว ๆ นี้

เพื่อสร้างมาตรฐานและการบริการหลังการขายคุณภาพ รองรับผู้บริโภคชาวไทย “วิวัฒน์ กิจเครือ” ผอ.ฝ่ายบริการหลังการขาย ที่รับหน้าเสื่อดูแลงานบริการหน้าบ้านและหลังบ้าน ขอเดินหน้ากำหนดยุทธศาสต์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

ปลื้มยอดขายพุ่งเท่าตัว

การดำเนินงานของเอ็กซ์เผิงในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาได้บรรลุเป้าหมายว่าปี 2569 จะมียอดขายโต “เท่าตัว” จากปี 2568 ที่มียอดขายราว ๆ 3,700 คัน

ปัจจัยหลัก ๆ เป็นผลมาจากการตอบรับในตัวผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคชาวไทย และสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์อีวีเพิ่มขึ้น และหากเป็นไปได้ยอดขายที่ 10,000 คัน ปีนี้ก็มีลุ้น

เสริมทัพ “รุ่นใหม่”

ปัจจุบันยอดขายหลัก ๆ มาจากรถยนต์ 2 รุ่นที่ทำตลาดคือ XPENG G6, XPENG X9ปีนี้จะมีรถรุ่นใหม่อีกอย่างน้อย 1 รุ่น ในช่วงปลายปี

ขณะที่ยอดขายและยอดส่งมอบจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูโควตารถกับตลาดประเทศไทย

เดิมยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกเราน่าจะทำให้มากกว่านี้ แต่ปัญหาด้านซัพพลายที่ไม่สามารถส่งมอบรถได้ทำให้เราพลาดโอกาสในการสนองความต้องการลูกค้าไปพอสมควร

เสริมแกร่ง บริการหลังการขาย

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต บริษัทมีความจำเป็นอย่างที่ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตตรงนี้

บริษัทตัดสินใจลงทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ตามยุทธศาสต์ที่บริษัทได้วางไว้ในส่วนของงานบริการหลังการขายเพื่อรองรับและให้บริการกับลูกค้า ได้แก่

“การขยายส่วนของคลังอะไหล่” โดยต้องมีอะไหล่รองรับความต้องการของลูกค้าชาวไทยไม่น้อยกว่า 90% และจะเพิ่มเป็น 95% ในอนาคต โดยร่วมมือกับบริษัท ทีวีเอส เอสซีเอส โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ขยายคลังอะไหล่ (Warehouse) เพิ่มพื้นที่อีก 3 เท่า จาก 1,000 ตร.ม. เป็น 3,000 ตร.ม.และเพิ่มจำนวนการจัดเก็บอะไหล่ จาก 2,000 SKU เป็น 6,000 SKU และยังเพียงพอต่อการรองรับรถรุ่นใหม่ด้วย

“ปรับการจัดส่งอะไหล่” เพิ่มเที่ยวในการจัดส่ง ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม โดยลูกค้าจะใช้ระยะเวลารอรถ 1-2 วัน รวมถึงการจัดส่งทางเครื่องบินที่สามารถส่งได้ในทุกวันก่อนเวลา 10.00 น.
ผุด PDI Center

เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า บริษัทยังได้ขยายส่วนของงาน “กระบวนการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบ” (PDI) จากเดิมที่ใช้โชว์รูมเอ็กซ์เผิง รามคำแหง ในการดำเนินงาน ล่าสุดบริษัทได้มอบหมายให้บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) JWD แหลมฉบัง เข้ามาดูเเลส่วนงานนี้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

รวมทั้งดูแลเรื่องการจัดเก็บรถยนต์ (ยาร์ด) ภายใต้ศักยภาพการตรวจสอบที่รองรับได้ 200 คันต่อวัน และมีพื้นที่จอด 1,000 คัน ทำให้เอ็กซ์เผิงลดระยะเวลาในการส่งมอบรถยนยต์คุณภาพให้กับลูกค้าจากเดิมต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ เหลือเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

เพิ่มความแข็งแกร่ง-พัฒนาคน

ยุทธศาสตร์หลักของเอ็กซ์เผิง ไทยแลนด์ คือ “บุคลากรคือหัวใจสำคัญ” ของการบริการ ดังนั้นบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากร โดยมุ่งพัฒนาทักษะงานบริการหลังการขายทุกด้าน เพื่อให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานของเอ็กซ์เผิง และมีการเปิดสาย HotLine ในการให้คำปรึกษาดีลเลอร์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

ผุดศูนย์สี-ตัวถังทั่วประเทศ

จากที่เรามีให้บริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถังจากเดิมที่มีสาขารามคำแหงเพียงแห่งเดียว รองรับรถได้ 200-250 คันต่อเดือน ล่าสุดได้จับมือกับศูนย์เอ็มเอ็มเอส สาขาราชพฤกษ์ ขยายส่วนของงานซ่อมสีและตัวถัง มีศักยภาพรองรับให้บริการอีก 100-120 คันต่อเดือน และอนาคตจะขยายรวมกับศูนย์เอ็มเอ็มเอส ขยายเพิ่ม4 มุมเมืองกรุงเทพฯ

ส่วนจังหวัดนั้น บริษัทหาพัทธมิตรร่วมในการทำศูนย์ซ่อมสีตัวถังให้ได้ตามมาตรฐานของเอ็กซ์เผิง เพื่อรองรับลูกค้า

ขยายเน็ตเวิร์กครบ 30 แห่ง

ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการ 20 แห่ง ภายในปีนี้จะขายเพิ่มเป็น 30 แห่งทั่วประเทศ สุดท้าย “วิวัฒน์” ได้ย้ำว่า สิ่งที่เอ็กซ์เผิง ไทยแลนด์ ทำมาทั้งหมด เพราะต้องการส่งมอบรถยนต์ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้านั้นเอง